วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รักษ์ป่าน่าน... รักษ์ลุ่มเจ้าพระยา

โดย ซูม


ซอกแซกสัปดาห์นี้ขอนำท่านผู้อ่านขึ้นเหนือสู่จังหวัดน่าน...หนึ่งในจังหวัดชายแดนของภาคเหนือตอนบนที่มีอาณาเขตพื้นที่ติดต่อกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวยาวเหยียดถึงเกือบ 230 กม.

เพื่อติดตามการสัมมนาที่น่าสนใจอย่างยิ่งอันจะเป็นจุดเริ่มของโครงการฟื้นฟูป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติที่เสื่อมโทรมลงอย่างน่าใจหายของประเทศไทยในขณะนี้

ได้แก่ การสัมมนาที่มีชื่อว่า “รักษ์ป่าน่าน” ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์การเรียนรู้และบริการวิชาการ เครือข่ายแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เมื่อวันจันทร์ ที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา

ย้อนหลังไปเมื่อ 50 ปีที่แล้วจังหวัดน่านได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์เขียวชอุ่มโดยเฉพาะบนภูเขาต่างๆ ซึ่งครอบคลุมเนื้อที่กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของจังหวัด แต่ในปัจจุบันนี้เนื้อที่ป่าไม้ของจังหวัดน่านลดลงเหลือเพียงประมาณร้อยละ 50 เศษๆเท่านั้น

การตัดไม้ทำลายป่าเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งจากการลักลอบตัดไม้และการแผ้วถางเพื่อใช้เป็นเนื้อที่ปลูกพืชไร่ โดยเฉพาะการปลูกข้าวโพด บริเวณเชิงเขา จังหวัดน่าน ขยายตัวในอัตราสูงอย่างน่าวิตก เพียงชั่วไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื้อที่ปลูกข้าวโพดเพิ่มจากไม่กี่แสนไร่กลายเป็นเกือบ
ล้านไร่แล้วในขณะนี้

น่านเป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานโครงการในพระราชดำริต่างๆแก่ชาวจังหวัด น่านหลายโครงการ และทรงมอบหมายให้ สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ แทนพระองค์ เพื่อติดตามโครงการในพระราชดำริดังกล่าว ตลอดระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 20 ปีที่ผ่านมา

ความเสื่อมโทรมของพื้นที่ป่าไม้ในจังหวัดน่านจึงอยู่ในสายพระเนตรของสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มานับแต่ต้น และทรงบังเกิดความห่วงใยว่าหากไม่ร่วมกันดำเนินการเร่งฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ให้คืนสู่ความสมบูรณ์ แล้ว ก็จะมีผลกระทบในทางลบแก่จังหวัดน่าน อย่างมหาศาลในระยะเวลาไม่นานนัก

จึงทรงมีพระราชดำริให้หน่วยงานต่างๆร่วมกันจัดทำ “โครงการอนุรักษ์ป่าไม้ในพื้นที่จังหวัดน่าน” ขึ้น และเป็นที่มาของการระดม ความคิดจัดประชุมสัมมนาในครั้งนี้โดยความร่วมมือของ สำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กองทัพบก, จังหวัดน่าน และ ธนาคารกสิกรไทย

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช กุมารีได้เสด็จไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดสัมมนาด้วยพระองค์เองและทรงบรรยายเรื่อง “การสร้างสำนึกในเด็กและเยาวชน อนุรักษ์ธรรมชาติ” แก่ ที่ประชุม และทรงย้ำว่าการอนุรักษ์ธรรมชาติ

ไม่ว่าป่าหรือทรัพยากรใดๆก็ตาม จะต้องเริ่มด้วยการปลูกฝังสร้างสำนึกให้แก่เด็กและเยาวชนเป็นประการแรก

ทรงนิพนธ์ไว้ในเอกสารประกอบการสัมมนามีใจความตอนหนึ่งว่า...

“เนื่องจากข้าพเจ้าเป็นครู และทำงานเรื่องโภชนาการเด็กอยู่แล้ว จึงคิดว่าการฝากแนวคิดให้เด็กศึกษาหาความรู้จากป่าไม้ ซึ่งเป็นสื่อการสอนที่ดีที่สุด ให้รักหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าของพวกเขา และฝึกฝนให้เด็กอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และทรัพยากรอื่นๆ จึงเริ่มงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน ตชด.อย่างจริงจัง ใน พ.ศ.2530”

ผลการทดลองในโรงเรียน ตชด.ทำให้ทรงค้นพบวิธีที่จะทำให้เด็กๆรักธรรมชาติหลายๆวิธีและสามารถนำมาใช้กับจังหวัดน่านได้

จากแนวพระราชดำริอันทรงคุณค่าดังกล่าว ที่ประชุมสัมมนาได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิด และประสบการณ์ในรายละเอียดอย่างกว้างขวาง ทั้งโดยวิทยากรที่มาจากส่วนราชการต่างๆ และผู้นำท้องถิ่นที่ปฏิบัติงานจริงในพื้นที่

รวมทั้งภาคเอกชน โดยคุณ บัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเข้าร่วมในโครงการนี้ตั้งแต่ต้น

คุณบัณฑูรเสนอให้ใช้พลังของชุมชนทั้ง 99 ตำบลในจังหวัดน่านมาเป็นตัวตั้งในการแก้ปัญหาอันใหญ่หลวงของจังหวัดในเรื่องนี้ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีในการจัดเก็บข้อมูลเพื่อวัดผลการปฏิบัติงานของชุมชนทั้งหมดได้อย่างถูกต้อง และเพื่อใช้เป็นการกระตุ้นให้ทุกฝ่ายรับผิดชอบอย่างจริงจัง

เราต้องไม่ลืมว่าคุณ บัณฑูร ล่ำซำ ก็เป็น 1 ในสมาชิกของชุมชนจังหวัดน่านด้วย เพราะได้ย้ายทะเบียนบ้านไปเป็นชาวน่านเต็มตัวเมื่อหลายปีที่ผ่านมา

ทางด้านผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน อุกริช พึ่งโสภา  1 ในผู้ขึ้นเวทีอภิปรายได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ชาวน่านส่วนใหญ่เริ่มตระหนักถึงปัญหานี้แล้ว และได้ประกาศให้การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้เป็น “วาระของจังหวัดน่าน” ภายใต้คำขวัญ “สร้าง เมืองน่านน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ”

ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสรุปไว้ในเอกสารประกอบการสัมมนาของท่านว่า “ป่าต้นน้ำในพื้นที่จังหวัดน่านเป็นต้นน้ำสำคัญของประเทศไทยถึง 2 สาย ได้แก่ แม่น้ำน่านและแม่น้ำยม ที่ไหลไปรวมกับแม่น้ำปิงและแม่น้ำวังเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา” ซึ่งจากการประมาณการล่าสุดพบว่า แม่น้ำน่าน

และแม่น้ำยมเป็นแหล่งป้อนน้ำให้แก่แม่น้ำเจ้าพระยาถึง 45 เปอร์เซ็นต์

ด้วยเหตุนี้ หาก โครงการอนุรักษ์ป่าไม้ในพื้นที่จังหวัดน่านตามพระราชดำริสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประสบผลสำเร็จ ผลานิสงส์ของโครงการนี้จึงมิได้ตกอยู่แก่เฉพาะชาวน่านเท่านั้น

ผู้ที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงก็คือประชาชน 2 ฝั่งริมแม่น้ำน่าน แม่น้ำยม เรื่อยมาจนถึงแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดทั้งสายนั่นเอง

ดังนั้น ในทัศนะของทีมงานซอกแซก โครงการ “รักษ์ป่าน่าน” จึงเปรียบเสมือนโครงการ “รักษ์ลุ่มเจ้าพระยา” ของเราด้วย...

และขอเอาใจช่วยให้โครงการรักษ์ป่าน่านจงประสบความสำเร็จสมดังที่ผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกๆคนตั้งความหวังไว้.


“ซูม”

โปรย

“สภาพป่าไม้บนภูเขาน่านที่ถูกทำลายในปัจจุบัน”

15 มี.ค. 2557 09:38 ไทยรัฐ