วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตำนานข้าวคนไท

โดย บาราย


ในจำนวนตำนานข้าวของคนไท ทั้งไทดำ ไทขาว ลาว และอีสาน หลายสำนวน ศิราพร ณ ถลาง เขียนไว้ในหนังสือชนชาติไท ในนิทาน (สำนักพิมพ์มติชน 2545) ว่าแยกเป็นสองโครงเรื่อง

โครงเรื่องแรก ข้าวถูกตี และข้าวถูกขาย

ไทดำเล่าว่า เม็ดข้าวใหญ่เท่าหมากฟัก ขนาดที่แม่ 1 คน กับลูก 7 คน กินไม่หมด ไทขาวว่า เม็ดข้าวใหญ่เท่าเรือ เม็ดหนึ่งกินทั้งเดือนก็ไม่หมด

ลาวและอีสาน เล่าเรื่องเม็ดข้าวโยงให้สัมพันธ์ไปถึงสมัยพระพุทธเจ้าแต่ละองค์

สมัยพระเจ้ากกุธสันโธ ข้าวเม็ดใหญ่เท่า 7 กำปั้นมนุษย์ สมัยพระเจ้าโกนาคม ขนาดลดลงเหลือเพียง 4 เท่ากำปั้น

ในความเชื่อของชนชาติไท...แต่ก่อนเม็ดข้าวมีขนาดใหญ่มาก ส่วนจะอุปมาอุปไมยว่าใหญ่เท่าหมากฟัก หรือเท่าเรือ ก็เป็นเรื่องของการเปรียบเทียบให้เห็นภาพ และให้คนฟังเชื่อว่า แต่ก่อนเม็ดข้าวมีขนาดใหญ่จริงๆ

โครงเรื่องประเภทนี้มักดำเนินต่อว่า เม็ดข้าวจะบินเข้ายุ้งเอง ส่วนใหญ่จะเป็นยุ้งข้าวของแม่หม้าย สำนวนไทดำ ไทขาว เล่าว่า เม็ดข้าวใหญ่มาก  แม่หม้าย ตำข้าวไม่ไหว จึงตีข้าวด้วยไม้คาน จนเม็ดข้าวแตกละเอียด

สำนวนทางลาวและอีสาน เม็ดข้าวที่มี บินมาเข้ายุ้งข้าวมากจนแม่หม้ายทำยุ้งรับไว้ไม่ทัน ข้าวจึงมากองอยู่เต็มใต้ถุน แม่หม้ายโกรธเอาไม้ตีข้าวจนแตกเป็นเม็ดเล็ก ปลิวไปตกที่สวรรค์บ้าง ตกในป่าบ้าง กลายเป็นข้าวดอยบ้าง กลายเป็นหัวกลอยบ้าง ที่ตกในหนองน้ำเรียกว่านางโกสบบ้าง

การที่ข้าวถูกตี เป็นเหตุให้ข้าวโกรธและหนีไป สำนวนไทขาวและไทดำบางสำนวน จบลงด้วยการเล่าเป็นเชิงนิทานอธิบายสาเหตุว่า

ตั้งแต่นั้นมา ข้าวจึงไม่มาเอง แต่กลับไปอยู่ท้องทุ่งนา ถ้าคนจะกินข้าวก็ต้องไปเกี่ยวข้าวเอง

สำนวนลาวและอีสาน มีเรื่องราวต่อไป...เมื่อขวัญข้าวหนีไปอยู่ที่อื่นแล้ว จึงเกิดภาวะอดอยาก คนไม่มีข้าวกินไปนาน จนต้องมีการอ้อนวอนขอให้ขวัญข้าวกลับ

ตรงนี้มีความหลากหลาย ในเรื่องผู้ที่ไปง้องอนแม่ขวัญข้าว สำนวนลาวและอีสานบางสำนวนว่า พระยาปลาบ้าง ปลาไนคำ เทวดาแปลงเป็นกวาง และนกแขกเต้าบ้าง ตายายไปขอให้ฤาษีตาไฟช่วยไปอ้อนวอนนางขวัญข้าวบ้าง

สำนวนลาวและอีสาน มีเหตุให้แม่ขวัญข้าวน้อยใจเป็นคำรบสอง โดยเล่าถึงสมัยพระเจ้ากัสสปะ มีพระยาคนหนึ่งสร้างยุ้งฉางขนาดใหญ่เก็บข้าวไว้จำนวนมาก ต่อมานำข้าวออกขาย เมื่อข้าวถูกขาย นางขวัญข้าวโกรธมากๆ หนีกลับไปอยู่ที่หนองน้ำ ทำให้คนอดอยากต่อไปอีก ร้อนถึงสองตายายไปขอให้ฤาษีขอร้องนางกลับ

โครงเรื่องที่สอง ย่าขวัญข้าว-พระพุทธเจ้า

โครงเรื่องนี้พบในตำนานไทลื้อ ไทเขิน ไทไต้คง ตำนานข้าวไทลื้อ ไทเขิน มีชื่อเรียกว่า ย่าขวัญข้าว บทเทศนาในสิบสองปันนาเรียกว่า ธรรมย่าขวัญข้าว บทเทศนาในเชียงตุงเรียกว่า ธรรมหลวงฮ้องขวัญข้าว

ส่วนตำนานไทไต้คง หรือไทใหญ่ในยูนานที่เมืองขอน เรียกว่า ปู่ขวัญข้าว สันนิษฐานว่า ไทไต้คงได้อิทธฺิพลวัฒนธรรมจีน ที่ถือผู้ชายเป็นใหญ่ นับญาติข้างพ่อเป็นหลัก ตัวละครในตำนานจึงต้องเปลี่ยนเป็นผู้ชาย

โครงเรื่องประเภทนี้ เริ่มต้นสมัยพุทธกาล ระหว่างการชุมนุมสงฆ์ ย่าขวัญข้าว (หรือปู่ขวัญข้าว) ปรากฏตัวขึ้น แต่ไม่ไหว้พระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าถามว่า ทำไม

ย่าขวัญข้าวบอกว่า ข้าวมีบุญคุณกับมนุษย์ เคยเลี้ยงดูพระพุทธเจ้ามาแล้วทุกองค์ ย่าขวัญข้าวพูดจบก็น้อยใจที่พระพุทธเจ้าและมนุษย์ลืมบุญคุณ จึงหนีไปอยู่เมืองมืด

บางสำนวนว่านรกโลกันตร์ บางสำนวนเรียกเมืองลับ หรือดับสิ่ง (ดับแสง ไม่มีแสง) ทำให้ผู้คนอดอยากไปหลายร้อยปี

พระพุทธเจ้าจึงต้องออกติดตามไปอ้อนวอนย่าขวัญข้าวให้กลับคืนมา บางสำนวนเล่าว่า ย่าขวัญข้าวกลั้นใจตาย อุทิศตนให้เป็นอาหารพระพุทธเจ้าให้ฉันเพื่อเข้าสู่ปรินิพพาน

รวมความว่า แก่นเรื่องตำนานข้าวของชนชาติไท ไม่ว่าไทดำ ไทขาว ลาว ไทลื้อ ไทไต้คง ล้วนเป็นโครงเรื่องของข้าวน้อยใจ  ข้าวหนีไป เชิญขวัญข้าวคืนมา เป็นที่มาของคำอธิบายว่า เหตุใดจึงต้องทำพิธีรับขวัญข้าว.


O บาราย O

15 มี.ค. 2557 09:34 15 มี.ค. 2557 09:34 ไทยรัฐ