วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยิ่งสู้ยิ่งเสี่ยง

ยิ่งสู้ยิ่งเสี่ยง

โดย ตะวัน ทรงกลด
16 มี.ค. 2557 05:01 น.
  • Share:


“ตกราง” ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มลงเสาเข็ม

ด้วยอิทธิฤทธิ์ของ “อรหันต์ทองคำ” ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ  9 ต่อ 0 เสียง ฟันธงร่าง พ.ร.บ. กู้เงิน 2 ล้านล้าน เพื่อยกเครื่องระบบคมนาคมขนส่งของเมืองไทยขัดรัฐธรรมนูญ

ดับฝันรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ– เชียงใหม่–หนองคาย–หัวหิน ฯลฯ

ตามอารมณ์ผิดหวังของกองเชียร์รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ประชดประชัน “แดกดัน” กันแสบๆคันๆ ถ้าแบบนั้นเมืองไทยก็คงเหมาะกับการใช้ “เกวียนความเร็วสูง” หรือไม่ก็ไปขยายสัมปทาน “รถร่วม ขสมก.สาย 8” วิ่ง สายเหนือ สายอีสานแทนไปเลย

ออกแนวหมั่นไส้พวก “ขวางความ เจริญ” ว่างั้นเถอะ

แต่แน่นอนในมุมของฝ่ายตุลาการ

กับการตัดสินที่ออกมา งานนี้น่าจะเป็นการกระตุกนักการเมือง ไม่เฉพาะพรรคเพื่อไทย พะยี่ห้อ “ทักษิณ” เท่านั้น

แต่มันหมายถึงนักเลือกตั้งที่คิดจะใช้เสียงข้างมากในการบริหารจัดการแบบ เบ็ดเสร็จ ก่อผลผูกพันกับคนทั้งชาติในระยะยาว ทำไม่ได้ง่ายๆ อย่างน้อยก็ต้องมีศาลคอยถ่วงไว้

ซึ่งนั่นก็ตรงกันข้ามกับมุมของพวก “ทุน นิยมเสรีสุดโต่ง” ก็คิดไปอีกอย่างว่า  การลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในอนาคตเป็นสิ่งจำเป็นต้องรีบตัดสินใจ

ถ้าฝ่ายบริหารโดนแทรกแซงก็ยากจะทันกิน

ยิ่งเป็นอะไรที่ผูกโยงกับวิกฤติการเมืองที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม ตามเกมที่ปั่นกระแสกันมาตลอดว่าองค์กรอิสระกำลังล้มกระดานรัฐบาลนอมินี “ทักษิณ”

ปมล้มกระดานโปรเจกต์เงินกู้ 2 ล้านล้าน ก็ยิ่งป่วนมาตรฐานกระบวนยุติธรรมของไทยในสายตาต่างชาติ ส่งผลต่อปัจจัยการลงทุนและระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย

และนั่นก็ยิ่งตอกย้ำศึกชิงเมืองรอบนี้ ส่งผลเสียหายมากกว่า “สึนามิ” ร้อยเท่า

เอาเป็นว่า ความเดือดร้อนเริ่มซึมลึกถึงประชาชนตาดำๆ มนุษย์เงินเดือน หาเช้ากินค่ำ จะรู้สึกได้ว่าเงินหายไป 10–20 เปอร์เซ็นต์จากราคาสินค้าที่แพงขึ้นเพราะค่าเงินบาทลด

ไม่ถึงขั้นอดอยาก แต่ก็เดือดร้อนถึงปากท้องแล้ว

แต่แน่นอนสันดานของ “นักอำนาจนิยม” พวกเล่นเกมชิงเมืองยังไม่รู้สึก

รู้สา ไม่เคยมองถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านตาดำๆอยู่แล้ว

และถึงตอนนี้ก็ใกล้จะบรรลุ เป้าหมาย กับคำตอบสุดท้ายเคลียร์ “ยิ่งลักษณ์” ออกจากเก้าอี้นายกฯรักษาการก่อน

ซึ่งจุดหักเหของเกมอำนาจน่าจะอยู่ที่คิวคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ลงดาบเชือดนายกฯ ยิ่งลักษณ์ในปมทุจริตจำนำข้าว

นอกจากเกมถอดถอน ยังพ่วงคดีอาญา น่าจะเป็นปัจจัยบีบให้เครือข่าย “นายใหญ่” ต้องยอมเจรจา ภายใต้ เงื่อนไข ที่ต้องยอมกันแบบ “กำขี้ดีกว่ากำตด”

หมดมุกยื้อเกมอำนาจกันแล้ว

จริงๆเลยมันเป็นเงื่อนไขตั้งแต่การเจรจารอบแรกๆที่มีบิ๊กกองทัพเป็นตัว กลางประสาน กับการที่ฝ่ายต้าน “ทักษิณ” ขอให้นายกฯปูถอยจากเก้าอี้นายกฯ หรือไม่ก็เว้นวรรค ไม่ต้องลงสมัครเลือกตั้งอีกต่อไป  เพื่อให้หายระแวง “ระบอบทักษิณ”

ถ้ายอมกันตั้งแต่ตอนนั้น วันนี้นายกฯปูก็สบายตัว ไปเดินห้างช็อปปิ้งตามประสาผู้หญิงได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องผวาม็อบตามไล่ล่า

แต่ปรากฏว่าไม่ยอมกัน นั่นก็เพราะ ไม่ได้รับการการันตีว่าจะไม่มีการไล่บี้ทางคดีและแตะต้องทรัพย์สินของนายกฯ หญิงหลังลงจากหลังเสือ
เหนืออื่นใดต้องอยู่เป็นตัวประกันให้พี่ชาย

“ยิ่งลักษณ์” จึงต้องถูกเชิดฉิ่ง ท้าทายเกมโหดที่โดนขู่กันออกอากาศเลยว่าจะไม่มีแผ่นดินอยู่ ให้เตรียมหาที่เรียนให้ลูกชายในต่างประเทศไว้รอได้ และถึงตอนนี้สถานการณ์ของนายกฯ ปูถูกบีบเข้าสู่จุดคับขัน เสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง ใกล้คำขู่เข้าไปทุกขณะ

แน่นอนถ้ายอมเจรจากันแบบไม่มีเงื่อนไข ก็ต้องกาชื่อออกจากกระดานไปเลย

“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” จะไม่อยู่ในสารบบการเมืองไทยอีกต่อไป

แต่ถ้ายังมีฤทธิ์ มีเดช ยอมแบบมีเหลี่ยมแฝงเกมรบต่อไป

“ยิ่งลักษณ์” ก็ต้องพร้อมไปอยู่ต่างประเทศเหมือนพี่ชาย.


“ตะวัน ทรงกลด”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้