วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โวยอย่าใช้กฎหมาย มาห้ำหั่น! ยิ่งลักษณ์น้ำตาคลอ


โอดครวญ-ตระกูลชินวัตร ต้องเป็นอย่างนี้เชียวหรือ สมชัยชี้กรมกร๊วกเจอคุก

กกต.เงื้อค้างชะลอลงดาบเชือด 16 ส.ส.-รมต.เพื่อไทยออกรายการช่อง 11 ผิดกฎหมายเลือกตั้ง “สมชัย” เผยองค์ประชุมไม่ครบ โยนฝ่าย ก.ม.สอบสวนเพิ่มมัด “สุรพงษ์-จาตุรนต์-ณัฐวุฒิ”  ขณะที่อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์อ่วมส่อเจอโทษหนักถึงติดคุก “ยิ่งลักษณ์” น้ำตาซึมขอความเป็นธรรม ซัด ปชป.-องค์กรอิสระ-องค์กรในกระบวนการยุติธรรม รุมสกรัมไล่ล่าแทบไม่มีที่ยืน ขู่อย่าให้คนถูกรังแกหันมาปักหลักสู้ “โภคิน” ไม่ห่วงเกมเชือด แต่ผวาล้มเลือกตั้งเป็นโมฆะ ปชป.หาช่องเล่นงานซ้ำคดีอาญานายกฯ เค้นคอลงนาม พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน ขัด รธน.ต้องรับผิดชอบ

กรณีนายสมชัย ศรีสุทธยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ออกมาระบุที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมลงมติ 16 ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยไปออกรายการทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง ล่าสุด กกต.ยังไม่สามารถลงมติได้เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ

“สมชัย” ฟันธงผู้สมัคร พท.ผิดชัดเจน

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 13 มี.ค. ที่โรงแรมโนโวเทล เมืองทองธานี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวก่อนการประชุม กกต.จะนำกรณีที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย 16 คน ออกรายการที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กระจายเสียงแห่งประเทศไทย (ช่อง 11) ที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง เนื่องจากอยู่ในช่วงที่มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง เข้าหารือในที่ประชุม กกต.เพื่อให้ฝ่ายกฎหมายได้ชี้ว่ามีความผิดและมีโทษอย่างไรหรือไม่ ส่วนผลจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่ที่มติของที่ประชุม กกต. แต่ส่วนตัวเห็นว่าคงไม่ต้องสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม เพราะข้อเท็จจริงปรากฏในผังรายการแล้ว และบางรายการเกิดขึ้นภายหลังจากที่อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ได้เข้ามาพบ กกต. และ กกต.ได้บอกถึงแนวทางการดำเนินการในช่วงที่มี พ.ร.ฎ. ไปแล้ว ข้อเท็จจริงเพียงพอแล้ว

ซัดช่อง 11 เจตนาทำผิดกฎหมาย

นายสมชัยกล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวดูแล้วไม่เหมาะสม เนื่องจากที่ผ่านมา เมื่อเข้าสู่ช่วงที่มีการเลือกตั้ง สื่อทุกสำนักก็ระมัดระวังในการออกอากาศเพื่อไม่ให้เป็นการได้เปรียบหรือเสียเปรียบต่อคะแนนนิยมของผู้สมัคร รายใดรายหนึ่ง อีกทั้ง ช่อง 11 อยู่ในฐานะเป็นสื่อของรัฐ ซึ่งถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ต้องดูแลการออกอากาศอย่างระมัดระวัง ไม่ให้เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และจะอ้างว่าเป็นการเช่าเวลาของเอกชนไม่ได้เนื่องจากสถานีเป็นผู้วางกรอบนโยบายในการออกอากาศ และจะบอกว่าไม่รู้ข้อกฎหมายไม่ได้

รอหลักฐานเชือด “ปู” ทัวร์เหนือ-อีสาน

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่นายจเร ตันฑ์พรชัย ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จ.สระบุรี พรรคเพื่อไทย ไปยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครอง เพื่อให้ กกต. รับรองผลการเลือกตั้งว่า ยังไม่สามารถประกาศได้เพราะการเลือกตั้งยังไม่เสร็จ และเชื่อว่าศาลไม่รับคำร้อง นอกจากนี้ประเด็นสำคัญที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของ กกต. ยังมีอีก 2 เรื่องคือ คำร้องคัดค้านการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 ที่มีผู้ร้องคัดค้านว่า นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ที่ได้รับการเลือกตั้งมีการขนคนไปลงคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งเรื่องนี้ กกต.อยู่ระหว่างพิจารณาหลักฐานเพิ่มเติม อีกเรื่องคือกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯลงพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน เบื้องต้นฝ่ายสืบสวนสอบสวนของ กกต. ขอขยายเวลาพิจารณาอีก 15 วัน เนื่องจากต้องรอหลักฐานที่เกี่ยวกับผู้ร่วมเดินทาง กำหนดการค้าใช้จ่ายต่างๆ จากสำนักนายกรัฐมนตรี ที่อ้างว่าไม่สามารถเข้าไปนำหลักฐานในทำเนียบรัฐบาลออกมาได้ เพราะมีการชุมนุมปิดล้อม

ขู่ฟ่อขยายเวลาให้ครั้งสุดท้าย

นายสมชัยกล่าวว่า การสืบสวนสอบสวนของ กกต. ต้องมีกรอบระยะเวลา และเราก็ให้ความเป็นธรรมในการขยายเวลาให้แล้ว และคิดว่าครั้งนี้จะเป็นการขยายเวลาครั้งสุดท้าย เนื่องจากทุกอย่างต้องมีกรอบเวลา ถ้าไม่ส่งหลักฐานมาเพิ่มก็จะพิจารณาเท่าที่มี หากปล่อยให้อ้างเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เท่ากับว่ารัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศได้ โดยหลังจากนี้อาจจะเชิญนายกฯ หรือเลขาฯนายก มาชี้แจงข้อเท็จจริงภายหลังการรวบรวมเอกสารหลักฐานซึ่งคาดว่าอีก 1 เดือน น่าจะได้ข้อสรุป

อธิบดีกรมกร๊วกส่อเจอโทษหนัก

ต่อมาเวลา 16.50 น. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง แถลงกรณีการเสนอรายการทางช่อง 11 ช่วงมีการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ซึ่งมีผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคการเมืองหนึ่งไปออกจำนวนหลายรายการ ฝ่ายกฎหมายของ กกต.ให้ความเห็นว่าควรพิจารณาใน 3 ประเด็นคือ 1.กรณีอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์และ ผอ.ช่อง 11 ทำการออกอากาศตามผังรายการต่างๆ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง ต้องตรวจสอบว่าเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ให้คุณให้โทษผู้สมัครหรือไม่ ผิดมาตรา 57 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าหากมีการทำผิด มีโทษคือ จำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

3 รมต.-6 ส.ส.รอสอบเพิ่มเติม

นายสมชัยกล่าวว่า 2.กรณีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ออกรายการอาจเข้าข่ายการใช้ทรัพยากรบุคคลของรัฐเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และระเบียบ กกต. ต้องสอบผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม 3.ผู้สมัครของพรรคการเมืองดังกล่าวไปออกรายการทางช่อง 11 เนื่องจากเนื้อหาสาระยังไม่ชัดเจน ฝ่ายกฎหมายจึงขอให้สืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม  อย่างไรก็ตาม เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ กกต.จึงยังไม่มีมติใดๆจะนำกลับมาพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 27 มี.ค. ทุกอย่างจะหยุดไว้ก่อนจนถึงวันดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุที่องค์ประชุมไม่ครบ เนื่องจากนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง เดินทางไปต่างประเทศ และระหว่างการประชุม มี กกต.อีก 1 คน ต้องออกเดินทางไปต่างจังหวัด จึงทำให้องค์ประชุมเหลือเพียง 3 คน ไม่เหมาะสมในการลงมติเรื่องดังกล่าว
เรียกค่าเสียหาย “เก่ง การุณ” 5.2 ล.

นายสมชัยกล่าวว่า กกต.เห็นชอบให้มีการเรียกค่าเสียหายกรณีต้องจัดการเลือกตั้ง ส.ส.เขตดอนเมือง จากนายการุณ โหสกุล ผู้ได้รับการเลือกตั้งในขณะนั้น หลังถูกศาลฎีกาแผนกเลือกตั้งเพิกถอนสิทธิ เป็นเงินจำนวน 5,201,313 บาท

กกต.มั่นใจเลือกตั้ง ส.ว.ไร้ปัญหา

ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมโนโวเทล เมืองทองธานี สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดประชุมเตรียมความพร้อมการจัดเลือกตั้ง ส.ว.ในวันที่ 30 มี.ค. มี กกต.เข้าร่วมประชุมพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า การเลือกตั้ง ส.ว. ถือเป็นความหวังของสังคมไทย ขณะที่การเลือกตั้ง ส.ส.ยังเป็นปัญหา เชื่อว่าการเลือกตั้ง ส.ว. ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะ 1.บทบาทหน้าที่ ส.ว.ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง การต่อต้านไม่น่าเกิดขึ้น 2.หากมีการขัดขวางการเลือกตั้ง ส.ว.จะมีผลเฉพาะในพื้นที่นั้นๆ 3. ส.ว.มีบทบาทสำคัญทางกฎหมาย มีหน้าที่ตรวจสอบ ถ่วงดุล และถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และ 4.ปัญหาที่เกิดจากการจัดเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมาเป็นบทเรียนให้ กกต.นำมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไข

14 ผู้สมัคร ส.ว.ขาดคุณสมบัติ

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาฯ กกต. กล่าวถึงการขอกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลการเลือกตั้งว่า ขณะนี้ถือว่ามีการเลือกตั้งคู่ขนาน ทั้งการเลือกตั้ง ส.ว.และการลงคะแนนเลือกตั้งทดแทน จึงเป็นเรื่องปกติที่ต้องขอกำลังเพิ่มเติม โดยปกติขอกำลังประมาณ 200,000 คน อยู่แล้ว เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลัก สำหรับการรับรองคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ว. ขณะนี้มี 14 คน ที่ ผอ.เลือกตั้งประจำจังหวัดไม่ประกาศรับรองการสมัคร ส.ว. เพราะขาดคุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร ทั้งการเป็นสมาชิกพรรค และเป็นนักการเมืองท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น แต่มีบางจังหวัดที่ได้ประกาศรับรองคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ว. ที่เคยดำรงตำแหน่งรองนายก อบจ.ไปแล้ว ทราบว่ามีผู้สมัคร ส.ว. ยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งแล้ว 10 คน ในจำนวนนั้นเคยดำรงตำแหน่งรองนายก อบจ.นครสวรรค์ และรองนายก อบจ.เพชรบุรี โดยศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจะพิจารณาในวันที่ 17-19 มี.ค. ส่วนที่มีการยื่นขอนำคำพิพากษาของศาลปกครองไปเป็นหลักฐานแสดงตัวต่อสภาฯเป็นดุลพินิจของศาล

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวว่า โดยรวมการจัดการเลือกตั้ง ส.ว.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย คาดหวังว่าน่าจะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75

นายกฯตรวจงานขอนแก่น-เชียงใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับภารกิจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในการลงพื้นที่ปฏิบัติราชการติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง จ.ขอนแก่น เป็นวันที่สอง วันเดียวกัน เวลา 09.30 น.ที่ศาลากลาง จ.ขอนแก่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามแก้ปัญหาภัยแล้งและการจัดพื้นที่เกษตรโซนนิ่ง ร่วมกับรัฐมนตรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.ขอนแก่น ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน คนเสื้อแดง มาให้การต้อนรับ พร้อมมอบดอกไม้และตะโกนให้กำลังใจนายกฯสู้ๆ ขณะที่การประชุมนายกฯขอให้เจ้าหน้าที่เร่งชี้แจงสร้างความเข้าใจถึงสถานการณ์น้ำแก่เกษตรกร เพื่อป้องกันพืชผลการเกษตรเสียหาย และเกิดปัญหาแย่งชิงน้ำ รวมทั้งให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และวัสดุอุปกรณ์แจกจ่ายน้ำบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน ส่วนช่วงบ่ายนายกฯและคณะเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์กองทัพบก เดินทางต่อไปยังศูนย์พัฒนาปิโตรเลียม ภาคเหนือ (ศพปน) กรมการพลังงานทหาร อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ รับฟังบรรยายสรุปและติดตามผลการขุดเจาะปิโตรเลียมหลุมที่ 2

อัดอั้นซัดคู่กัดงัดกฎหมายไล่ล่า

เมื่อเวลา 09.40 น.ที่ศาลากลาง จ.ขอนแก่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ล่ารายชื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรีภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทขัดรัฐธรรมนูญว่า มองว่าอาศัยใช้ข้อกฎหมายไล่ล่ากันทุกวัน แล้วจะหาความสงบในบ้านเมืองนี้ได้อย่างไร แต่เมื่อศาลตัดสินแล้วพร้อมจะเอาไปปรับ เป็นขั้นตอนแต่ละฝ่ายต้องไปดำเนินการ รัฐบาลต้องให้ข้อมูลที่ชัดเจนกับประชาชน และคงต้องไปศึกษากรณีอื่นๆด้วย ทั้งนี้มอบหมายให้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯและ รมช.เกษตรฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางกฎหมายหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อไป

โวยองค์กรยุติธรรมรุมห้ำหั่น

เมื่อถามว่า มองหรือไม่ว่าวันนี้รัฐบาลไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหลายฝ่ายโดยเฉพาะองค์กรอิสระ นายกฯกล่าวว่า ขอใช้คำว่าขอความเห็นใจ หลายคนมีความตั้งใจ ไม่ได้บอกว่าการที่เราขอความเห็นใจแล้วเราไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย คนละประเด็นกัน แต่อย่าใช้กฎหมาย หรือใช้องค์กรมาทำเพื่อตัดสิทธิห้ำหั่นกัน  เมื่อไม่อยากเห็นความรุนแรงของการปฏิวัติ เราก็ไม่อยากเห็นการใช้กฎหมาย หรือใช้องค์กรต่างๆในกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ เพื่อให้ได้คำตอบต่างๆ คำตอบที่ควรจะได้คือ ความสามัคคีของคนไทย หาจุดความสมดุลอยู่ร่วมกัน ถ้าบอกต่างฝ่ายต่างบอกว่าแพ้แล้วก็รุมกันห้ำหั่นไม่ว่าวิธีใดวิธีหนึ่ง เราคงอยู่กันลำบาก ขอเหลือพื้นที่ให้ทุกคนในสังคมได้อยู่เถอะ เพราะสุดท้ายเราก็คนไทยด้วยกัน ตนเคารพในความคิดเห็นต่าง แต่อยู่ด้วยกันในสังคมได้ด้วย ไม่ใช่ว่าไม่สามารถมองหน้ากันในสังคมได้เลย จากคนที่ไม่เคยรู้จักกัน สามารถโกรธเกลียดกันได้ขนาดนี้ นี่คือความเศร้าใจของสังคม เราไม่อยากเห็นการแตกแยก คนไทยด้วยกัน มีพื้นที่ให้กับคนไทยทุกคนอยู่

อย่าให้คนถูกรังแกหันมายืนสู้

เมื่อถามว่า คิดว่าการเมืองเล่นกันรุนแรงไปหรือไม่ จนไม่คิดถึงอนาคตของประเทศ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราอย่าใช้การเมืองหรือเครื่องมือต่างๆ เอาชนะซึ่งกันและกัน แต่น่าจะใช้การเมืองให้เกิดความสามัคคี สร้างสมดุลกระบวนการตรวจสอบการทำงาน ไม่ใช่ห้ำหั่นจนไม่มีที่ยืน คนที่ถูกรังแกก็ต้องกลับมายืนสู้ ไม่อยากเจอเหตุการณ์อย่างนี้ เราเจอเหตุการณ์อย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า 7-8 ปีแล้ว วงจรนี้ไม่มีทางจบ แต่ถ้าใช้หลักเมตตา ใช้คำว่าให้อภัย เหลือพื้นที่ให้บางคนได้อยู่ แล้วให้กลไกต่างๆเดินไป เชื่อว่าสังคมจะเป็นพื้นที่ตรวจสอบ ถ้าใครคิดร้ายกับสังคม ประชาชนคนไทยจะประณามเอง อยู่ไม่ได้ในสังคมด้วยตัวเขาเอง ดีกว่าใช้ขบวนการต่างๆ เป็นเครื่องมือ แล้วทำให้คนแตกแยก มีแผลลึกในใจ

น้ำตาคลอตระกูลชินฯถูกตะเพิด

เมื่อถามว่า นายกฯไม่ท้อใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ท้อ อย่าพูดคำว่าท้อหรือไม่ท้อ แต่ต้องช่วยกันทำให้สังคมไทยสงบ สันติภาพ เกิดขึ้นในประเทศไทย เมื่อถามว่า เคยตั้งข้อสังเกตหรือไม่ คนที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาลทำไมถึงได้เกลียดชังคนตระกูลชินวัตรเหลือเกิน นายกฯหยุดไปครู่หนึ่งก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและตาแดงน้ำตาคลอว่า คงต้องถามคนถามด้วยมั้งคะ ตนคงไม่ขอตอบ เชื่อว่าสังคมจะเป็นคนพิจารณา ตระกูลชินวัตรเป็นอย่างนี้เชียวหรือ เราอย่าพูดกันอย่างนี้เลย เดี๋ยวก็มีตระกูลนั้นตระกูลนี้ แล้วคุณจะไม่ให้คนไทยอยู่ด้วยกันแล้วหรือ คุณจะเป็นอย่างนี้กันแล้วหรือ นี่คือสิ่งที่ต้องถาม เมื่อถามว่า วันนี้การชุมนุมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นประเทศมากแล้ว คิดว่าควรมีอะไรที่เด็ดขาด นายกฯกล่าวว่า ถามว่าเราได้อะไร ความเด็ดขาดมี 2 อย่าง ใช้กำลัง และบังคับใช้กฎหมาย แล้ววันนี้มีคำตอบหรือเปล่า การใช้กำลังก็ไม่ได้เกิดผลดีกับประเทศไทย การใช้กฎหมายห้ำหั่นไม่ได้เป็นผลดี และวันนี้คนก็ไม่ได้เกรงกลัวกฎหมายกันแล้ว การที่ทำถูกกติกาไม่สามารถอยู่ได้ การที่คนนอกกติกาสามารถอยู่ได้ แล้วคนทำถูกกติกาจะเดินหน้าในสังคมอย่างไร

“โต้ง” โอดเสียดายแทนคนไทย

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง โพสต์เฟซบุ๊กว่า พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท มีอันต้องตกไปจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งๆที่ผ่านการทำงานของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ มาแล้ว คงจะเป็นประเด็นที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์กันไปอีกนานพอสมควร หลายฝ่ายอาจใช้ความชอบความเชื่อของฝ่ายตนเป็นหลักแล้วสรรหาเหตุผลเท่าที่จะอ้างได้มาเสริมตามความชอบความเชื่อนั้นๆ ในฐานะ รมว.คลัง ต้นทางเสนอร่าง พ.ร.บ.ยืนยันว่ากระบวนการการทำงานรอบคอบเป็นอย่างยิ่ง รู้สึกเสียดายแทนประเทศและประชาชนคนไทยที่ร่าง พ.ร.บ.นี้ต้องตกไป แต่ก็รู้สึกโล่งใจเพราะหากร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่าน ตนต้องเป็นคนหนึ่งพร้อมอีกหลายคนที่ต้องเอาใจใส่หรือเอาใจช่วยให้โครงการต่างๆเป็นไปอย่างที่ควรปราศจากความผิดพลาด และมั่นใจว่าโครงการส่วนใหญ่ในร่าง พ.ร.บ.นี้จะถูกดำเนินการจนสำเร็จในอนาคต

“เฉลิม” อาสาเป็นพยานช่วยนายกฯ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะยื่นถอดถอนนายกฯ และ ครม.หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญ ว่าจะถอดถอนอะไร รัฐบาลไม่ได้ทำอะไรผิด พิจารณาเปิดเผยผ่านสภา 3 วาระ วุฒิสภาก็เห็นด้วย เรื่องนี้ไม่มีอะไรน่ากลัว และไม่กลัวกรณีผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไปออกรายการช่อง 11 ในช่วงมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง กลัว ป.ป.ช.อย่างเดียว โครงการรับจำนำข้าว ได้กลับไปดูเอกสารในการประชุม ครม.สัญจรที่พัทยา จ.ชลบุรี นายกฯได้นำเสนอ ครม.และมีมติให้ตนเป็นประธานตรวจสอบโครงการทุจริตหลายโครงการ รวมถึงโครงการรับจำนำข้าวด้วย จึงตั้งคณะอนุกรรมการ 11 คณะ แสดงให้เห็นว่านายกฯไม่ได้ละเลย แต่มีความห่วงใยและระมัดระวังตั้งแต่ต้น เกรงว่าจะมีการทุจริต แต่เมื่อเป็นการทุจริตและถูกกล่าวหาระดับกระทรวงก็น่าจะจบแล้ว ถ้านายกฯจะอ้างตนเป็นพยานก็พร้อมไปเป็นพยานและเอาเอกสารไปชี้แจงต่อ ป.ป.ช. เท่าที่ดูขั้นตอนการซื้อข้าวไม่พบการทุจริต มีการตรวจสอบโรงสี โกดัง ใบประทวนข้าว พบการทุจริตบ้างก็ดำเนินคดี แต่ตอนหลังเป็นเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ และองค์การคลังสินค้า

พท.เห็นใจ “ปู” น้ำตาซึมคับข้องใจ

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง กรณีศาลรัฐธรรมนูญตีตกร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทว่า รู้อยู่แล้วว่าผลจะออกมาแบบไหน หลังจากนี้พรรคคงต้องหารือกัน แต่เบื้องต้นนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เตรียมการรองรับไว้แล้ว ยังยืนยันความจำเป็นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาค และหวังว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะหาช่องทางดำเนินการรู้สึกเห็นใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ต้องประคับ-ประคองบ้านเมืองในสถานการณ์ขณะนี้ ที่นายกฯ น้ำตาคลอหลายครั้งระหว่างให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ไม่ใช่เพราะอ่อนแอ แต่เป็นความอึดอัด คับข้องใจที่ทำอะไรไม่ได้ นายกฯ ไม่เคยบ่นท้อ แถมยังให้กำลังใจสมาชิก ให้ทุกคนเคารพหลักการ ยึดหลักประชาธิปไตย ลดการเผชิญหน้าและไม่ใช้ความรุนแรง

ประชดยก ปท.ให้ตุลาการศาล รธน.

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผิดหวังอย่างมากกับคำตัดสินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ทำให้ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ตกไปจะทำให้ประเทศพัฒนาล่าช้า เหมือนถ่วงความเจริญ โอกาสของประชาชนที่จะเข้าถึงความเจริญมีรายได้เพิ่มก็หมดไปด้วย เมื่อรวมกับความไม่สงบทางการเมืองของผู้ชุมนุมทำให้ประเทศเสียโอกาสการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคไปอย่างน่าเสียดาย หลังจากนี้หากรัฐบาลจะทำอะไรก็น่าต้องไปขอตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก่อน หรือไม่ก็ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมาบริหารประเทศเลย

“โภคิน” ไม่หวั่นเกมเชือดห่วงล้ม ลต.

ด้านนายโภคิน พลกุล ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ กกต.จะเอาผิดผู้สมัครพรรคเพื่อไทยที่ไปออกรายการโทรทัศน์ ใช้สื่อของรัฐในช่วงที่มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งว่า ไม่หนักใจ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยมองว่าไม่น่าจะผิดกฎหมายเลือกตั้ง ส่วนการที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะเหมือนเพิ่มอำนาจให้องค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดเป็นผลพวงจากที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงเลือกตั้ง จึงเกิดการขัดขวางต้องการให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ ส่วนกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทขัดรัฐธรรมนูญ ตอนนี้องค์กรอิสระจ้องเชือดรัฐบาล ทั้งโครงการประชานิยมต่างๆ รวมทั้งการเปิดสภาไม่ทันภายใน 30 วันหลังเลือกตั้ง แต่พรรคไม่เป็นห่วงอะไร โครงการรับจำนำข้าวชาวนาได้รับผลประโยชน์มากที่สุด การเปิดสภาไม่ทันภายใน 30 วันหลังเลือกตั้ง ต้องมองว่าถึงเราจะถูกรังแกขัดขวาง อย่างไรก็ต้องรักษาประชาธิปไตยให้ประเทศไทยเกิด สันติสุข แต่ที่เป็นห่วงมากคือองค์กรอิสระอย่าล้มการเลือกตั้ง

ปชป.ไล่จี้ “ปู” ต้องรับผิดชอบ

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญว่า ขอเรียกร้องความรับผิดชอบจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ใน 4 กรณี คือ 1. กรณี ส.ส.เพื่อไทยกดบัตรแทนกัน 2. น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นผู้ลงนามเสนอกฎหมายดังกล่าว ที่จงใจทำผิดรัฐธรรมนูญ เพราะนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ ระบุว่าถ้าเป็นนายกฯ ปกติจะต้องลาออก แต่อ้างว่าปฏิบัติหน้าที่นายกฯ จึงไม่ต้องลาออก 3. ประเทศเสียโอกาสการพัฒนากว่า 2 ปี เพราะรัฐบาลออกกฎหมายเลี่ยงระบบงบประมาณ 4. งบประมาณประชาสัมพันธ์ 240 ล้านบาทที่ใช้ไปแล้ว

น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์กำลังพิจารณาดำเนินคดีอาญากับ น.ส.ยิ่งลักษณ์เพราะเป็นผู้เซ็นอนุมัติใช้งบประมาณขัดต่อระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการพัสดุ และไม่ยับยั้งการกระทำผิด จึงต้องรับผิดชอบการใช้เงินแผ่นดิน

ซัด รบ.เจตนาเลวร้ายตั้งแต่ต้น

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอจับโกหก น.ส.ยิ่งลักษณ์มีเจตนาหลีกเลี่ยงระบบตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง หากกฎหมายกู้เงินนี้มีผลบังคับใช้ จะมีระเบียบต่างหาก จึงเป็นเจตนาเลวแต่ต้น เพราะงบปี 2557 ขาดดุล 2.5 แสนล้านบาท ทั้งที่ตาม พ.ร.บ.หนี้สาธารณะและ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณสามารถขาดดุลได้ 5.4 แสนล้านบาท แต่รัฐบาลเลือกขาดดุลที่ 2.5 แสนล้าน ขณะที่เงินก้อนแรกที่จะใช้อยู่ที่ 1.7 แสนล้านบาท สามารถจัดในงบปกติได้ ทั้งนี้แม้ พ.ร.บ.ดังกล่าวจะไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ก็ไม่สามารถกู้เงินก้อนแรกได้ เนื่องจากแผนการก่อหนี้สาธารณะประจำปี 2557 โดย ครม.มีมติเมื่อวันที่ 21 ม.ค.57 ตัดเม็ดเงิน 1.2 แสนล้านบาทของโครงการเงินกู้ออก แล้วนำเงินที่ต้องใช้จ่ายหนี้จำนำข้าว 1.3 แสนล้าน เข้าไปแทน เพราะรัฐบาลถังแตก ดังนั้นการกู้เงินทำไม่ได้ เพราะรัฐบาลบริหารห่วย ไม่ได้เกิดจากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ

“จุรินทร์” ถล่มยับไร้สำนึก

วันเดียวกัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ทำไมยิ่งลักษณ์และ ครม.ต้องรับผิดชอบกรณีกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพราะ 1. กฎหมายฉบับนี้เกิดจากมติ ครม. น.ส.ยิ่งลักษณ์ลงนามเสนอเข้าสภาโดยรัฐบาล 2. เนื้อหาขัดรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้นทางที่ออกจาก ครม. 3. แม้หลายฝ่ายได้ทักท้วงแต่รัฐบาลมิได้สนใจรับฟัง 4. การกดบัตรลงคะแนนแทนกัน ทำโดย ส.ส.รัฐบาลพรรคเพื่อไทยโกงคะแนน 5. ค่าใช้จ่ายของโครงการที่ประมาณการไว้ในกฎหมายล้วนแล้วแต่มีราคาแพงกว่าที่เคยศึกษาไว้เป็นเท่าตัว ส่อไม่ชอบมาพากล น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าอย่ามองแต่ในแง่กฎหมาย ยิ่งสะท้อนความคิดและความไร้สำนึกของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ตระหนักว่ารัฐบาลต้องบริหารประเทศภายใต้กรอบกฎหมาย  เคารพ ปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัด ไม่เช่นนั้นรัฐบาลก็จะไม่ต่างอะไรไปจากโจร

“คำนูณ” ชี้เอาผิดรัฐบาลยาก

ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา หนึ่งในผู้ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท กล่าวถึงช่องทางเอาผิดคณะรัฐมนตรีในฐานะผู้เสนอกฎหมายว่า ต้องไปยื่นให้ ป.ป.ช.พิจารณาว่าเป็นการกระทำความผิดทางอาญาหรือไม่ แต่จะใช้เวลาค่อนข้างนาน อาจไม่มีผลต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน เช่นเดียวกับการเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบคงทำได้ยาก ขอเรียกร้องให้มีการตรากฎหมายการเงินการคลังของรัฐเพื่อกำหนดกรอบวินัยการเงินการคลังด้วย หลังรัฐธรรมนูญมาตรา 167 บัญญัติเอาไว้แต่ยังไม่มีรัฐบาลชุดใดเสนอกฎหมายนี้เข้าสภา

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า การเอาผิดทางอาญากับรัฐบาลผ่านคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทำได้ยาก เพราะเป็นอำนาจของรัฐบาลในการเสนอกฎหมายการเงิน  ควรเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองดีกว่า

ศรส.ใส่เกียร์ 5 เอาผิด 5 เสือ

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) แถลงผลการประชุม ศรส.ว่า ศรส.ได้รับรายงานว่ามีการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับ กกต.กลาง ทั้ง 5 คน ในความผิดต่อกฎหมายเลือกตั้ง และกฎหมายอาญาจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ในต่างจังหวัด มี 2 จังหวัด คือ จ.สตูล และ จ.พัทลุง ส่วนในกรุงเทพฯ มีการแจ้งความร้องทุกข์ในพื้นที่ บช.น.แล้ว ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เกิดการขัดขวางการเลือกตั้ง และไม่ดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งมีพฤติการณ์ที่สำคัญ อาทิ ไม่จัดให้มีการรับสมัครใน 28 เขต ที่ยังสมัครไม่ได้ ไม่มีคำสั่งให้ข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ ปฏิบัติการทั้งหลายอันจำเป็นในการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยเรียบร้อย ไม่ประกาศผลการเลือกตั้ง และมีเจตนาขัดขวางเพื่อไม่ให้ได้จำนวน ส.ส.ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ศรส.จะติดตามและกำชับการดำเนินคดีอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปโดยเคร่งครัด และป้องปรามไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำอีกในการเลือกตั้งในอนาคต

ตั้ง “ดิเรก” นั่ง ปธ.สรรหา ป.ป.ช.

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่วุฒิสภา มีการประชุมคณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นครั้งแรก เพื่อคัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ป.ป.ช. แทนนายใจเด็ด พรไชยา กรรมการ ป.ป.ช.ที่หมดวาระ โดยมีกรรมการสรรหาฯเข้าร่วมประชุม 3 คน จาก 5 คน คือนายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกา นายจรูญ อินทจาร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด โดยไม่มีประธานรัฐสภา และผู้นำฝ่ายค้านเข้าร่วมประชุม เพราะอยู่ระหว่างการยุบสภาฯ แต่ถือว่ามีกรรมการสรรหาฯไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง จึงครบองค์ประชุม ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติเลือกนายดิเรก เป็นประธานกรรมการสรรหา จากนั้นได้กำหนดกรอบและแนวทางการสรรหา โดยให้เปิดรับสมัครผู้ทรงคุณวุฒิเข้ารับการสรรหาตั้งแต่วันที่ 17-24 มี.ค. ในเวลาราชการ ไม่เว้นวันหยุดราชการ ที่จุดรับสมัครอาคารวุฒิสภา (ห้องโถง) ชั้น 1 สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ถนนอู่ทองใน และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา อาคารสุขประพฤติ เขตบางซื่อ

นายกฯเตรียมทูลเกล้าฯโผทหาร

วันเดียวกัน พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารกลางปีว่า คาดว่าภายในวันที่ 14 มี.ค.บัญชีปรับย้ายจะส่งมาถึงมือตน จากนั้นจะนำส่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม เพื่อให้ลงนามก่อนส่งให้เลขาธิการ ครม.นำขึ้นทูลเกล้าฯตามขั้นตอนต่อไป คาดว่าจะสามารถนำบัญชีรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯได้ในวันที่ 17 มี.ค.

“วลิต” ผงาดนั่งแม่ทัพภาคที่ 4

สำหรับบัญชีโยกย้ายนายทหารกลางปีนั้นมีตำแหน่งที่น่าสนใจ อาทิ พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพน้อยที่ 1 (ตท.15) นายทหารสายบูรพาพยัคฆ์ ที่เคยพลาดจากการเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 มาถึง 2 ครั้งได้ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 แทน พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 ที่จะขยับเข้ากินอัตราพลเอกในตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก พล.ท.พิสิทธิ์ สิทธิสาร (ตท.17) ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก เป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ (ตท.18) ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ในฐานะ ผบ.กองกำลังทหารควบคุมการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ กทม.ขยับขึ้นเป็น รองแม่ทัพภาคที่ 1 โดย พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ (ตท.20) ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15 (ผบ.มทบ.15) ลูกชาย พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตประธานคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) เป็น ผบ.พล.1 รอ.

ผบ.นสร.ถูกเด้งพ้นหน่วยซีล

ส่วนกองทัพเรือมีการปรับย้าย พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ (ตท.16) ผบ.หน่วยบัญชาการพิเศษทางเรือ (ผบ.นสร.) หรือ ผบ.หน่วยซีล พ้นตำแหน่งหลังจาก พล.ร.ต.วินัยได้แสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างต่อเนื่องทำให้นายกฯ และ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร.ไม่สบายใจ รวมถึงมีกระแสข่าวว่า พล.ร.ต.วินัยให้การสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มกปปส.ด้วย ทำให้ ผบ.ทร.ต้องย้าย พล.ร.ต.วินัยพ้นตำแหน่งเพื่อลดแรงกดดันจากรัฐบาล โดยให้ไปกินอัตราพลเรือโท ในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทร. ก่อนขยับเอา พล.ร.ต.ยุจ พิจิตรชุมพล (ตท.18) หัวหน้าฝ่ายเสนาธิการ ผบ.กองเรือยุทธการ มาเป็น ผบ.นสร.

ขณะที่ พล.ร.ต.วินัยกล่าวสั้นๆถึงการถูกย้ายพ้นตำแหน่งว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ขอให้เป็นเรื่องอนาคต ผลจะออกมาอย่างไรค่อยว่ากันอีกที

14 มี.ค. 2557 07:35 ไทยรัฐ