วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไขปมโบอิ้งหายไม่ได้ ทฤษฎีใหม่ของสหรัฐ ปิดอุปกรณ์-ไปปากีฯ

ปิดอุปกรณ์-ไปปากีฯ ออสเตรเลียข้องใจจีน

6 วันแล้วยังไร้วี่แวว เครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ที่สูญหายไปจากเส้นทางบิน พร้อมผู้โดยสารและลูกเรืออีก 239 ชีวิต แม้ภาพถ่ายดาวเทียมจากจีนแสดงให้เห็นชิ้นส่วนขนาดใหญ่ในเขตทะเลจีนใต้ แต่นำมาเผยแพร่หลังเกิดเหตุถึง 4 วัน ขณะที่เจ้าหน้าที่สืบสวนสหรัฐฯเสนอ แนวคิด อาจมีคนปิดอุปกรณ์เครื่องตอบรับสัญญาณสื่อสาร ทำให้เครื่องบินหายจากจอเรดาร์ รวมถึงบินออกนอกเส้นทางไปอีกนาน 4 ชม. ซึ่งหากคำนวณระยะทางกับชั่วโมงบินแล้วอาจไปเกือบถึงพรมแดนปากีสถาน ด้านกองทัพเรือไทยยืนยันยังช่วยค้นหาต่อไป ไม่ฟันธงสาเหตุสูญหาย

หลังจากเครื่องบินโบอิ้ง รุ่น 777-200 อีอาร์ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่เอ็มเอช 370 พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือรวม 239 ชีวิต สูญหายอย่างไร้ร่องรอย ระหว่างบินจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ไปยังกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา และนานาชาติระดมกำลังออกร่วมค้นหาทั้งฝั่งทะเลจีนใต้และทะเลอันดามัน แต่ยังไร้วี่แวว โดยเมื่อวันที่ 13 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่ 6 ของภารกิจค้นหาเครื่องบินลำดังกล่าว สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษรายงานอ้างถ้อย แถลงของนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ระบุให้คำมั่นจะช่วยค้นหาเครื่องบินลำดังกล่าวอย่างต่อเนื่องจนกว่าความหวังจะเลือนลาง เนื่องจากเที่ยวบินดังกล่าวมีผู้โดยสารชาวจีนรวมอยู่ด้วย 153 คน

ขณะเดียวกัน รัฐบาลเวียดนามกับมาเลเซียได้ร่วมตรวจสอบหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับภาพถ่ายดาวเทียมของโครงการอวกาศจีนที่นำออกเผยแพร่เมื่อวันพุธที่ 12 มี.ค.กรณีพบเห็นชิ้นส่วนขนาดใหญ่ในเขตทะเลจีนใต้ อยู่ห่างจุดที่เครื่องบินขาดการติดต่อครั้งสุดท้ายราว 250 กม. เป็นชิ้นส่วนลอยน้ำขนาด 13×18 เมตร ขนาด 14×19 เมตร และขนาด 24×22 เมตร ซึ่งทางการเวียดนามส่งเครื่องบิน 2 ลำ ขึ้นบินสำรวจหาชิ้นส่วนบริเวณดังกล่าวแล้ว แต่ไม่พบอะไร ขณะที่ทางการมาเลเซียก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆเช่นกัน

นายมอร์ริส โจนส์ นักวิเคราะห์อิสระด้านโครงการอวกาศ สำนักงานอยู่ในออสเตรเลีย ระบุถึงการเปิดเผยภาพถ่ายดาวเทียมของจีนถือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจอย่างยิ่ง เพราะจีนพยายามปกปิดความลับด้านนี้มาตลอด ซึ่งการเผยแพร่ภาพถ่ายวัตถุชิ้นใหญ่บนผิวน้ำทะเลที่บันทึกไว้ตั้งแต่วันอาทิตย์ หรือ 1 วันหลังจากเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส สูญหาย แต่รีรอก่อนตัดสินใจนำภาพออกเผยแพร่สู่สาธารณชนเมื่อวันพุธ 12 มี.ค. หรือนานถึง 4 วัน ทำให้ชิ้นส่วนเหล่านั้นอาจลอยไปไกลมากจากจุดที่พบตอนแรก

อีกด้านหนึ่ง หนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอร์นัล รายงานความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่สืบสวนสหรัฐ-อเมริการายหนึ่งที่ตั้งสมมติฐานว่า อาจมีใครบางคนบนเที่ยวบินนั้นปิดอุปกรณ์เครื่องตอบรับสัญญาณสื่อสาร ทำให้เครื่องบินสูญหายจากจอเรดาร์ระหว่างบินอยู่เหนือทะเลจีนใต้แล้วหันเหทิศทางเครื่องบินมุ่งไปทางทิศตะวันตกสู่มหาสมุทรอินเดียหรือทะเลอาระเบียน ซึ่งบินออกนอกเส้นทางบินปกติไปไกลได้ถึงราว 3,500 กม. หรือบินนานถึง 4 ชั่วโมง เกือบถึงพรมแดนปากีสถาน อย่างไรก็ตาม นายฮิชามมุดดิน ฮุสเซน รมว.กระทรวงคมนาคมมาเลเซีย แถลงปฏิเสธแนวคิดนี้ ขณะที่รัฐบาลอินเดียสั่งระดมกำลังทั้งเรือ เครื่องบิน และเฮลิคอปเตอร์หลายลำ ช่วยภารกิจค้นหาเครื่องบินเที่ยวบินเอ็มเอช 370 บริเวณพื้นที่ทะเลอันดามันและแถบหมู่เกาะนิโคบาร์ แต่ยังไม่พบหลักฐานใดๆ เกี่ยวข้องกับเครื่องบินลำดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ มีข่าวเปิดโปงพฤติกรรมผิดระเบียบ ของนายฟาริก อับดุล ฮามิด นักบินผู้ช่วยที่ 1 ของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 เคยอนุญาตผู้โดยสารสาวชาวออสเตรเลียกับแอฟริกาใต้เข้าไปในห้องนักบินระหว่างเที่ยวบินนาน 1 ชั่วโมงจากเกาะภูเก็ตไปกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อเดือน ธ.ค.ปี 2554 โดยระหว่างเที่ยวบินครั้งนั้นมีการบันทึกภาพกันอย่างสนุกสนานของนักบินกับผู้โดยสารสาว 2 คน ทั้งร่วมสูบบุหรี่บนเครื่องบินเกือบตลอดการเดินทาง ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดถูกนักท่องเที่ยวสาวชาวแอฟริกาใต้ให้สัมภาษณ์ผ่านโทรทัศน์ช่อง 9 ของออสเตรเลีย ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวของนักบินที่อนุญาตผู้โดยสารเข้าห้องนักบินระหว่างเที่ยวบินถือเป็นการละเมิดกฎข้อบังคับของสายการบินอย่างร้ายแรง ขณะที่ผู้บริหารสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ระบุยังไม่มีเหตุผลใดๆที่จะเชื่อเรื่องที่เกิดขึ้น และสิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุเครื่องบินสูญหายครั้งนี้ ทั้งอ้างถึงประวัติการทำงานดีเยี่ยมของนายฟาริก อับดุล ฮามิด

ด้านความร่วมมือของไทยในภารกิจร่วมค้นหาเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์สที่สูญหายนั้น วันเดียวกัน พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวถึงความคืบหน้าว่า จากการลาดตระเวนทั้งในทะเลฝั่งอ่าวไทยและทะเลฝั่งอันดามันของกองทัพเรือ ยังไม่พบสิ่งใดที่บอกเหตุว่าเครื่องบินจะตกลงบริเวณจุดใด แต่จะเดินหน้าค้นหาตามคำร้องขอของทางการมาเลเซีย และจะไม่ยกเลิกภารกิจดังกล่าว เพียงแต่ขณะนี้ยังไม่เจอสิ่งใดที่เชื่อมโยงกับเครื่องบินลำที่หายไป ส่วนสาเหตุการหายไปของเครื่องบินดังกล่าวก็ยังไม่ทราบว่าเป็นเพราะอุบัติเหตุ ก่อการร้าย หรือสาเหตุใด ข่าวที่ออกมาในช่วงแรกก็ค่อนข้างสับสนในจุดที่ระบุว่าเครื่องบินดังกล่าวหายไปจากจอเรดาร์ ซึ่งทางการมาเลเซียก็ให้คำตอบไม่ชัดเจน อีกทั้งไม่มีการสรุปว่าแท้จริงแล้วเครื่องบินหายไปในบริเวณใด เป็นการบินวกกลับหรือไม่อย่างไร

ขณะที่ น.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม รองโฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า กองทัพเรือไทยมีแผนในการช่วยค้นหาเครื่องบินของมาเลเซียดังนี้ โดยทะเลฝั่งอันดามันทางทัพเรือภาคที่ 3 ได้ส่งเครื่องบินลาดตระเวนดอร์เนียร์ ค้นหาในพื้นที่เอสและอาร์ ที่เพดานบิน 2000-3000 ฟุต ระหว่างเวลา 08.45-12.00 น. โดยประสานแจ้งให้ทางกองทัพเรือมาเลเซียได้ทราบ ส่วนด้านทะเลฝั่งอ่าวไทยทางทัพเรือภาคที่ 2 ได้ส่งเครื่องบินลาดตระเวนดอร์เนีย บินลาดตระเวนค้นหาผู้ประสบภัยในทะเล บริเวณพื้นที่บีในเวลา 09.30-13.30 น.อีกด้วย

ส่วนกรณีที่พบผู้โดยสาร 2 รายบนเที่ยวบินดังกล่าว ใช้หนังสือเดินทางปลอมนั้น พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยในวันเดียวกันว่าบช.สตม.มีมาตรการในการอบรมเจ้าหน้าที่ตามด่านตรวจ โดยมีวิทยากรจากต่างประเทศมาบรรยายเรื่องการดูลักษณะของหนังสือเดินทางปลอม ลักษณะบุคคล ด้วยสายตา และจะมีการใช้เครื่องมือชั้นสูงในการตรวจ โดยจะมีใช้ตามด่านใหญ่ๆ และยังได้มีการประสานของตัว อย่างหนังสือ เดินทางของแต่ละประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการศึกษา รวมทั้งยังมีการประสานข้อมูล แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศในกรณีที่หนังสือเดินทางหาย เพื่อเป็นมาตรการควบคุมหนังสือเดินทางปลอมและบุคคลในการเข้า-ออก ในราชอาณาจักร

14 มี.ค. 2557 07:24 14 มี.ค. 2557 07:33 ไทยรัฐ