วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รอจุดเปลี่ยนสู่ "จุดจบ"

รอจุดเปลี่ยนสู่ "จุดจบ"

  • Share:

อารมณ์ผู้นำหญิง ในโหมดชิงเหลี่ยม “กฎหมาย”

“เราอย่าใช้กฎหมาย หรือใช้องค์กรมาทำเพื่อตัดสิทธิห้ำห่ันกัน เมื่อไม่อยากเห็นความรุนแรงของการปฏิวัติ เราก็ไม่อยากเห็นการใช้กฎหมาย หรือใช้องค์กรต่างๆในกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือเพื่อให้ได้คำตอบต่างๆ”

“อาศัยใช้ข้อกฎหมายไล่ล่ากันทุกวัน แล้วจะหาความสงบในบ้านเมืองนี้ได้อย่างไร”

เอ่ยปากโอดโอยบ่อยครั้งในห้วงนี้ ก็จับอาการหวั่นไหวของ “นายกฯปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เหมือนกัน กับชนักคดีทั้งที่ตัดสินไปแล้ว และที่ทยอยเข้าสู่กระบวนการในองค์กรอิสระ องค์กรตรวจสอบ

ยิ่งนานวัน “นายกฯปู” คดีสุม งานงอกกันบานเลย

โดยเฉพาะหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ 2 ล้านล้านบาท

ขัดรัฐธรรมนูญ ทั้งเนื้อหา กระบวนการตรากฎหมาย

ทำ “นายกฯปู” เสียงอ่อย “เสียดาย” โอกาสการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

นั่นก็ไม่ต่างจากอารมณ์ของคนทั่วไป แม้กระทั่งฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล เพราะไม่ว่าใครก็อยากเห็นประเทศพัฒนา มีรถไฟฟ้าความเร็วสูง รถไฟรางคู่ การปรับปรุงถนนหนทาง ระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัย

แต่นั่นก็เป็นคนละเรื่องกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กระตุกการกู้เงินในปมความจำเป็นเร่งด่วน กระบวนการตรากฎหมายนอกหลักการการเงิน การคลัง การงบประมาณและปมขาดการควบคุมตรวจสอบ

หากดูจำนวนเงิน 2 ล้านล้านบาท กับข้อสงสัยเรื่องการอุดช่องโหว่การทุจริตคอร์รัปชัน รัฐบาลเองก็ยังไม่ทำให้ผู้คนมั่นใจ เพราะแค่ประเด็นร้อน “โกงจำนำข้าว” ยังแก้ไม่ตก

กับเงิน 2 ล้านล้านบาทที่ต้องไปกู้ยืมมา ไม่ต้องพูดถึงช่องทางการมุมมิบเก็บค่าหัวคิว เอาเฉพาะค่าเปิดปากถุงเงินกู้ แค่ 1 เปอร์เซ็นต์ ก็ 2 หมื่นล้านบาท

เจ๊ๆเฮียๆตัวใหญ่แก๊งจ้องโกงก็คงฝันสลายเหมือนกัน

ฉะนั้นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะช่วยวางกรอบ กติกา การตรวจสอบ ควบคุม ถ่วงดุล

สร้างโมเดลป้องกันการกู้แหลก–ประชานิยมไร้ลิมิต

และเอาเข้าจริง หลังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญล้มวงเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทหน่วยงานต่างๆที่มีแผนใช้เงินกู้ก้อนนี้ ทั้งกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง การรถไฟแห่งประเทศไทย ก็ออกมาเปิดแผนสำรอง

ยังมีแผนเดินหน้าโครงการรถไฟฟ้า รถไฟรางคู่ รถไฟเส้นทางใหม่ ปรับปรุงถนนหนทาง ขยายช่องทางการจราจรทางหลวงทั่วประเทศ หรือปั้นโปรเจกต์รถไฟความเร็วสูงบางสายตามความจำเป็นได้

โดยปรับมาใช้งบฯปกติ กู้ยืมในกรอบงบฯแต่ละปี กรอบหนี้สาธารณะที่สามารถตรวจสอบควบคุมได้

เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทคว่ำ แต่การพัฒนายังไม่ได้หยุดหมด

ถึงจุดนี้ เชื่อว่าที่ “นายกฯปู” หวั่นใจ คงไม่ใช่แค่เรื่องเสียดายการพัฒนาประเทศชะงัก ที่เสียววาบก็คือกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นถอด ถอนนายกฯต่อเนื่อง ติดชนักคดีความ ล็อกเป้า “ผู้นำหญิง”เพิ่มอีก

ในห้วงสัญญาณอันตราย “กฎหมายไล่ล่า” องค์กรอิสระ องค์กรตรวจสอบติดเครื่องเหยียบคันเร่ง “นายกฯปู” ถึงขั้นผวากับสถานการณ์ถูกรุกไล่ กระทบตัวเองและตระกูลชินวัตร ถึงขั้นน้ำตาคลอ โอดครวญขอความเป็นธรรม ใส่สร้อยจี้สัญลักษณ์ “สันติภาพ” ห้อยคอ

โดยเฉพาะต้องโฟกัสที่โครงการรับจำนำข้าว หลัง ป.ป.ช.ขีดเส้นให้ “นายกฯปู” ไปชี้แจงข้อกล่าวหา “ปล่อยโกง” วันที่14มี.ค.นี้ โดยทีมทนายนายกฯขอเลื่อนชี้แจงออกไป

จะยื้อเวลาได้อย่างมากก็ราวเดือน เม.ย.นี้

ไม่กี่อึดใจน่าจะรู้ผล ป.ป.ช.จะลงดาบ เชือด–ไม่เชือด

เป็นคดีสำคัญที่จะโยงใยกับคดีเลือกตั้งโมฆะ-การเลือกตั้ง 28 จังหวัดที่ค้างคา-นักการเมืองรัฐบาลใช้สื่อรัฐในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง รวมทั้งกรณีนายกฯทัวร์นกขมิ้น ในช่วงมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง

ปม “ปล่อยโกงจำนำข้าว” น่าจะเป็น “จุดเปลี่ยน” ลากสถานการณ์ไปสู่คิวสำคัญ

เข้าสู่โหมด “เจรจาอย่างเป็นทางการ” อีกครั้ง

แต่ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็น “จุดเปลี่ยน” นำไปสู่ “จุดจบ” ของวิกฤติ

หรือกลายเป็น “จุดจบ” ของขั้วไหนฝ่ายใด.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้