วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พลังงานล้อมคอกกันปัญหาไฟตก

พลังงานล้อมคอกกันปัญหาไฟตก

  • Share:

นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังการประชุมคณะทำงานติดตามการบริหารเชื้อเพลิง เพื่อหารือถึงการหยุดซ่อมแหล่งก๊าซธรรมชาติ 2 แหล่ง ในปีนี้ คือแหล่งบงกช วันที่ 10-27 เม.ย. และแหล่งก๊าซธรรมชาติในพื้นที่พัฒนาร่วมระหว่างไทยและมาเลเซีย (เจดีเอ) ที่จะปิดซ่อมบำรุง วันที่ 13 มิ.ย.-10 ก.ค. ซึ่งจะทำให้โรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ต้องหยุดเดินเครื่อง เพราะไม่สามารถใช้เชื้อเพลิงอื่นๆทดแทนได้ และทำให้ไฟฟ้าหายไปจากระบบถึง 700 เมกะวัตต์

“ผมมีความเป็นห่วงสถานการณ์ โดยเฉพาะจากแหล่งเจดีเอ และไม่ต้องการให้เกิดกรณีไฟฟ้าดับ 14 จังหวัด ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง จึงได้ติดตามและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับขึ้น ล่าสุด กฟผ.ได้รายงานถึงมาตรการรองรับ โดยจะปรับแผนตรวจสอบและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าภาคใต้ รวมถึงไม่ให้มีการหยุดบำรุงรักษาช่วงที่แหล่งเจดีเอปิดซ่อม และได้เตรียมความพร้อมโรงไฟฟ้าภาคใต้ทุกเครื่อง อาทิ โรงไฟฟ้ากระบี่ ได้ทดสอบให้เดินเครื่องเต็มกำลังผลิต 24 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลา 14 วัน เพื่อมาช่วยเสริมไฟฟ้าในระบบ ทดแทนโรงไฟฟ้าจะนะ

นอกจากนี้ กฟผ.ได้ตรวจสอบอุปกรณ์ระบบส่ง และระบบป้องกันให้มีความพร้อมใช้งาน โดยจะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค.นี้ ขณะเดียวกัน ได้ประสานงานจัดเตรียมแผนย้ายโหลดหรือแผนดับไฟร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉินอื่นๆเพิ่มเติมด้วย ส่วนการดึงไฟฟ้าจากภาคกลางลงมาเสริม โดยสั่งการให้ กฟผ.จัดส่งไฟฟ้าจากภาคกลางในปริมาณรองรับมาตรฐานความมั่นคงด้านไฟฟ้า โดยไม่กระทบกับภาคกลาง คาดว่าจะส่งไฟฟ้าจากภาคกลางเข้าระบบส่งไฟฟ้าภาคใต้ 700 เมกะวัตต์ เพราะโดยปกติภาคใต้ก็ต้องรับไฟฟ้าจากภาคกลางตามปกติ 500 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นสามารถจัดส่งได้เพิ่ม โดยสามารถนำเข้าได้สูงสุดที่ 1,050 เมกะวัตต์ ขณะที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ก็ได้เตรียมความพร้อมปริมาณเชื้อเพลิงสำรอง เช่น น้ำมันเตา น้ำมันดีเซล เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของโรงไฟฟ้าในภาคใต้ด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้