วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

Social Media กับเหตุ MH370 สูญหาย: พระเอกหรือผู้ร้าย?

เหตุการณ์เครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ MH370 ขาดการติดต่อกับหอบังคับการบินของมาเลเซียตั้งแต่เวลา 02.40 น. ของวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา ทั้งที่เพิ่งออกเดินทางออกจากมาเลเซียเมื่อเวลา 00.41 น.วันเดียวกัน เพื่อมุ่งหน้าสู่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน จนถึงขณะนี้นี้ เป็นเวลากว่า 5 วันแล้ว ก็ยังไม่พบวี่แววของเครื่องบินลำนี้

เที่ยวบินนี้ มีผู้โดยสารทั้งหมด 227 คนและลูกเรืออีก 12 คน รวม 239 คน ในจำนวนนี้ มีการเปิดเผยแล้วว่า มีผู้โดยสารชาวอิหร่าน 2 คน ใช้พาสปอร์ตของชาวอิตาลีและออสเตรีย ที่ถูกขโมยไปขณะเดินทางอยู่ในประเทศไทย และอีกอย่างน้อย 2 คน ที่เดินทางโดยไม่ใช้พาสปอร์ตของตัวเอง

ด้วยความที่เหตุการณ์เครื่องบินสูญหายในคราวนี้ อยู่ในยุคที่ Social Media กำลังแพร่หลาย ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เครื่องบินสูญหาย จึงหลั่งไหลอยู่มากมายใน Social Media โดยเฉพาะ Facebook และทวิตเตอร์ ทั้งในส่วนที่เป็นเรื่องดี และเรื่องที่สร้างปัญหาให้กับปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินอยู่พอสมควร


ถึงแม้ว่าสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส จะใช้บัญชี Twitter ที่วันนี้มีผู้ติดตามเกือบ 4 แสนบัญชีและ Facebook Fanpage ที่มีสมาชิกกว่า 1.3 ล้านบัญชี ทำหน้าที่ในการชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ ที่คลาดเคลื่อนและถูกเผยแพร่ไปทาง Social Media ต่างๆ ตลอดเวลา แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งข่าวลือต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุของการสูญหาย รวมทั้งการพบซากของเครื่องบินได้มากนัก

ยิ่งนานวัน ข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับสาเหตุของการสูญหายของเที่ยวบินนี้ จะมีมากขึ้น สร้างความสับสนให้กับคนทั่วไปที่สนใจติดตามข่าวสารเหตุการณ์สำคัญครั้งนี้อย่างมากเช่นกัน

บางเรื่องก็อาจสร้างความสะเทือนใจให้กับญาติของผู้ที่เกี่ยวข้องได้ เช่น ในกรณีที่มีผู้เปิดเผยว่า นักบินที่ 2 ชาวมาเลเซียในเที่ยวบินนี้ เคยละเมิดกฎการบินด้วยการอนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปถ่ายภาพในห้องควบคุมการบินของนักบิน จนสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์สต้องออกมาแถลงว่า เป็นภาพที่ไม่สามารถยืนยันแหล่งที่มาว่าเป็นภาพจริงหรือไม่ และไม่อยากให้มีการเบี่ยงเบนความสนใจไปจากการให้ความสำคัญต่อการแก้ไขภาวะวิกฤติ

พร้อมกันนี้ ยังได้ขอร้องให้สื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปให้ความเคารพต่อความเป็นส่วนตัวของลูกเรือและผู้โดยสารในเที่ยวบินนี้ รวมทั้งครอบครัวของเขาเหล่านั้น ที่กำลังอยู่ในภาวะยากลำบากอีกด้วย


อย่างไรก็ตาม คำขอร้องของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์สและทางการมาเลเซียดูจะไม่เป็นผล เพราะล่าสุด ได้มีการเผยแพร่ข่าวว่า ตำรวจมาเลเซียได้บุกค้นบ้านของนักบินทั้ง 2 คนในเที่ยวบิน MH370 รวมทั้งได้มีการเผยแพร่ภาพของนักบินที่ 1 กับภาพห้องจำลองการบิน (flight simulator) ที่เขาประดิษฐ์ขึ้นมาเอง

นี่ยังไม่รวมถึงข่าวลือว่า สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์สพาญาติของผู้โดยสารจากจีนบินไปพักต่อเครื่องที่อินเดีย แทนที่จะบินตรงมาที่มาเลเซีย ซึ่งล่าสุด สายการบินต้องออกมาชี้แจงว่า มาเลเซียแอร์ไลน์สไม่มีเที่ยวบินจากปักกิ่งหรือฮ่องกงไปยังเมืองใดๆ ในประเทศอินเดีย ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นไปตามข่าวลือ

ต้องยอมรับว่า ยิ่งการค้นพบเครื่องบินในเที่ยวบินนี้ เนิ่นช้าไปเพียงใด ข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับสาเหตุและความเป็นไปได้ของการสูญหาย ยิ่งจะมีมากขึ้น โดยเฉพาะข่าวลือว่า มีการพบเศษซากของเครื่องบินบริเวณนั้นที บริเวณนี้ที ทำให้ทีมค้นหาต้องเสียเวลาในการไปพิสูจน์ทราบ แต่ก็ไม่พบเบาะแสใดๆ เลย

นอกจากนี้ ยังมีข่าวในเรื่องของความเป็นไปได้ของการก่อการร้าย อันเนื่องมาจากทางการมาเลเซีย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ออกมายืนยันว่า จะมีการสอบสวนในประเด็นการก่อการร้าย ซึ่งได้มีการตรวจสอบประวัติของผู้โดยสารและลูกเรือทุกคนโดยละเอียด แต่จนถึงวันนี้แล้ว ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ


ล่าสุด จากข่าวที่ว่า แหล่งข่าวในวงการบินของสหรัฐฯ ระบุว่า มีการตรวจพบว่า สัญญาณรายงานการทำงานของเครื่องยนต์ในเครื่องบินลำนี้ ยังคงส่งสัญญาณไปยังบริษัทผู้ผลิตเป็นเวลาถึง 4 ชั่วโมงภายหลังจากที่มีรายงานว่า เครื่องบินขาดการติดต่อกับหอบังคับการบิน ซึ่งหมายความว่า เครื่องบินลำนี้ ยังคงทำการบินต่อไปอีก 4 ชั่วโมงหลังจากขาดการติดต่อ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าบินไปที่ใด ขณะที่ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของมาเลเซียได้ออกมาปฏิเสธข่าวนี้แล้วเช่นกัน

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเที่ยวบิน MH370 แต่กระแสการวิพากษ์วิจารณ์และข่าวลือต่างๆ ใน Social Media คงจะยังมีอยู่ต่อไป ตราบเท่าที่ความจริงยังไม่ถูกคลี่คลาย สังเกตได้จากการค้นหาด้วย #tag #MH370 ใน Twitter จะเห็นถึงการไหลของข่าวสารที่เกี่ยวกับเที่ยวบินนี้ อย่างท่วมท้นและรวดเร็ว ซึ่งหากบริโภคข่าวโดยไม่กลั่นกรองแล้ว ก็อาจจะทำให้สับสนกับข่าวมากขึ้น

ดังนั้น ในสถานการณ์ข่าวการสูญหายของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ MH370 ที่ยังไม่มีการค้นพบนี้ Social Media น่าจะยังคงเป็น “พระเอก” ในด้านการของการนำเสนอข่าวสารที่ถูกต้องเป็นจริงและกลั่นกรองแล้วจากสื่อมวลชนมืออาชีพต่างๆ รวมทั้งข้อมูลข่าวสารจากทางการมาเลเซียและสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส


ขณะเดียวกัน Social Media ก็อาจกลายเป็น “ผู้ร้าย” เมื่อถูกใช้เป็นเครื่องมือในการปล่อยข่าวลือที่สร้างความสับสน จนกระทั่งกระทบต่อปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินลำนี้ และอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของญาติและเพื่อนๆ ของลูกเรือและผู้โดยสารด้วยเช่นกัน...

 

ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี
www.twitter.com/chavarong
chavarong@thairath.co.th

เหตุการณ์เครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ MH370 ขาดการติดต่อกับหอบังคับการบินของมาเลเซียตั้งแต่เวลา 02.40 น. ของวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา ทั้งที่เพิ่งออกเดินทางออกจากมาเลเซียเมื่อเวลา 00.41 น.วันเดียวกัน 13 มี.ค. 2557 18:51 ไทยรัฐ