วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมชัย ชี้ข้อดีแง่คลัง หลังศาลรธน.ตีตก2ล้านล้าน

สมชัย ชี้ยังมีข้อดีหลังศาลรัฐธรรมนูญ ตีตก พ.ร.บ.2 ล้านล้าน แนะ 2 แนวทางผลักดันโครงการลงทุนต่อ ด้านเอกชน โอดอสังหาฯ อ่วม ก่อนหน้านี้กว้านซื้อที่ดินตุนเพียบ...

นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนรวมและการกระจายรายได้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยกับ ‘ไทยรัฐออนไลน์’ ว่า จากการที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติให้ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน ตกไปนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องที่เสียหายอะไรมากนัก เพราะเรื่องดังกล่าวติดในเรื่องของกระบวนการทางกฎหมาย จึงทำให้มีปัญหา และถูกตีตกไปในที่สุด แต่สิ่งที่ยังคงมีอยู่คือโครงการลงทุน ซึ่งมีรูปแบบโครงการที่ชัดเจนอยู่แล้ว

ถึงแม้ว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวจะถูกตีตกไปแล้ว แต่ก็ยังมีข้อดีในแง่ของมุมมองทางด้านกระทรวงการคลัง เพราะจะเป็นการระบุเงินงบประมาณที่จะต้องใช้ในโครงการลงทุนอย่างมีกรอบกำหนดจำนวนเงินอย่างชัดเจนครอบคลุมมากขึ้น และในส่วนของความฝันที่หวังว่าประเทศไทยจะมีโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ หลายโครงการ ก็สามารถลดความฝันลงได้ ไม่ต้องกู้เงินนอกงบประมาณขนาดใหญ่ให้มีภาระหนี้สินตกถึงประชาชนอย่างยาวนาน และสามารถตรวจสอบได้อย่างรอบด้าน

หากรัฐบาลชุดต่อไปอยากจะผลักดันโครงการลงทุนต่อ ก็จะมี 2 แนวทางให้เลือก คือ หนึ่ง หากจะกู้เงินนอกงบประมาณอีกก็สามารถดำเนินการได้ เพราะที่ผ่านมาหลายๆ รัฐบาลดำเนินการเช่นนี้ และในทางกฎหมายแล้วไม่น่าจะมีปัญหา แต่ถ้ามองในเชิงการเมืองก็คงมีการหยิบยกปัญหาต่างๆ มาอ้างได้

ส่วนอีกแนวทางคือการใช้เงินตามระบบงบประมาณตามปกติ ทยอยทำเป็นรายโครงการที่สำคัญไป เช่น รถไฟทางคู่ทั่วประเทศ หรือการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ซึ่งใช้เงินงบประมาณจำนวนมหาศาล ต้องใช้เวลาหาเงินงบประมาณนาน ดังนั้น ควรให้เป็นแผนระยะยาวดีกว่า แต่ไม่ใช่ว่าจะถอดโครงการนี้ออกไปเลย แต่เป็นเพียงแค่กึ่งๆ พับโครงการไปก่อน

ด้านนายจักรพร อุ่นจิตต์ ผู้อำนวยการสถาบันการก่อสร้างแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แม้ว่าโครงการ 2 ล้านล้านบาทจะต้องล้มไป แต่หน่วยงานราชการต่างๆ ก็ได้เตรียมปรับตัว นำบางส่วนของโครงการนี้เข้าไปสู่งบประมาณดำเนินงานตามปกติของแต่ละกระทรวง เนื่องจากในโครงการ 2 ล้านล้านบาท มีบางส่วนที่ถูกดึงมาใช้ในงบลงทุนตามปกติ เช่น การก่อสร้างรถไฟรางคู่ โครงการรถไฟฟ้า และโครงการสร้างถนนต่าง ๆ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน โครงการที่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูง ก็ยังคงต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ตัดสินใจ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30-40% ของโครงการ 2 ล้านล้านบาท โดยส่วนที่ใช้งบมากที่สุดกว่า 60% จะมาจากรถไฟความเร็วสูง ซึ่งต้องรอดูว่ารัฐบาลชุดใหม่จะสานต่อโครงการนี้หรือไม่

ในส่วนของภาคเอกชนที่กระทบมากที่สุดก็คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะบางรายได้เข้าไปกว้านซื้อที่ดินตามแนวเส้นทางคมนาคมในโครงการนี้แล้ว เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต ซึ่งจะทำให้มีความเสี่ยงสูงขึ้น หากรัฐบาลใหม่เปลี่ยนเส้นทางไป

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการก่อสร้าง ไม่ค่อยได้รับผลกระทบ เนื่องจากเป็นเพียงผู้รับจ้างก่อสร้าง รวมทั้งยังมีโครงการภาครัฐที่ค้างอยู่พอสมควร แต่กรณีดังกล่าวอาจทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติลดลง และมองว่านโยบายของรัฐบาลไทยขาดความแน่นอน กระทบต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุน.

สมชัย ชี้ยังมีข้อดีหลังศาลรัฐธรรมนูญ ตีตก พ.ร.บ.2 ล้านล้าน แนะ 2 แนวทางผลักดันโครงการลงทุนต่อ ด้านเอกชน โอดอสังหาฯ อ่วม ก่อนหน้านี้กว้านซื้อที่ดินตุนเพียบ... 13 มี.ค. 2557 17:36 ไทยรัฐ