วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"ชมพู่ดี 2 พันธุ์" หวานหอมดกใหญ่ทั้งปี

โดย นายเกษตร


ชมพู่ เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมปลูกมาช้านาน ทั้งปลูกเพื่อเก็บผลรับประทานในครัวเรือนและเก็บผลขาย ซึ่งชมพู่ที่นิยมปลูกอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน มี 2 ชนิดพันธุ์ คือ “ชมพู่นํ้าตาลทราย” มีถิ่นกำเนิดจาก ประเทศอินโดนีเซีย มีจุดดีคือ ผลแก่หรือสุกจะ มีความหวานสูงถึง 14-15 องศาบริกซ์ มี กลิ่นหอมเหมือนนํ้าตาลโตนดแบบสดๆ ซึ่งอินโดนีเซียเรียกว่า “กุลาร์ ปาชีร์” แปลว่า นํ้าตาลทราย จึงถูกตั้งชื่อไทยว่า “ชมพู่นํ้าตาลทราย” ผลโตเต็มที่หนักประมาณ 250-400 กรัม ผลสุกเป็นสีแดงอมชมพูเข้มสวยงามมาก ผลแก่ช่วงฤดูหนาว หวานกรอบหอมอร่อยไม่มีเปรี้ยวเจือปนเลย ทุกผลไม่มีเมล็ด ติดผลทั้งปี ติดผลดกตรงกับเทศกาลตรุษจีน ทำให้เก็บผลขายได้ราคาดีในช่วงดังกล่าว

อีกชนิดคือ “ชมพู่ยักษ์ไต้หวัน” มีถิ่นกำเนิดจาก ประเทศไต้หวัน มีลักษณะประจำพันธุ์คือ ผลใหญ่มาก นํ้าหนักเฉลี่ยได้ถึง 800 กรัม (ต้องห่อผลช่อละ 1 ผล) หากปลูกเพื่อเก็บผลขายเป็นการค้านํ้าหนักผล ควรอยู่ระหว่าง 400-600 กรัม (ห่อผล 2-3 ผลต่อช่อ) สีผลขณะยังอ่อนเป็นสีชมพู เมื่อผลแก่จัดขั้วผลจะเป็นสีขาวและผลเป็นสีชมพูอมแดง รสชาติหวานกว่าชมพู่ทับทิมจันทร์อย่างชัดเจน จึงทำให้ “ชมพู่ยักษ์ไต้หวัน” ได้รับความนิยมปลูกอย่างแพร่หลายอยู่ในเวลานี้ ทุกผลไม่มีเมล็ด ติดผลทั้งปี ให้ผลผลิตสูงช่วงฤดูหนาว

ใคร ต้องการกิ่งพันธุ์ “ชมพู่ดี 2 พันธุ์” ติดต่อ “ร้านสวนสุโขทัย” โทร. 08-9790-1057 หรือ ไปซื้อที่ งานเกษตรแฟร์ ม.เกษตรฯ บางเขน กทม. ระหว่างวันที่ 22-30 มี.ค.57 นี้ บริเวณโซนเจ 204-207 และที่ตลาด นัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ โครงการ 21 แผง “คุณพร้อมพันธุ์” ราคาสอบถามกันเอง ปลูกได้ในทุกสภาพดิน ชอบนํ้ามาก หากขยันรดนํ้าบำรุงปุ๋ยมูลค้างคาวสม่ำเสมอสองเดือนครั้ง จะทำให้ติดผลเร็วหลังปลูกเพียง 1 ปี และ ทยอยให้ผลผลิตไม่ขาดต้นตลอดทั้งปีครับ.


“นายเกษตร”

13 มี.ค. 2557 10:27 ไทยรัฐ