วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คลื่นความผิดเกาะติดรัฐบาล

โดย สายล่อฟ้า


เมื่อศาลและองค์กรอิสระเริ่มปฏิบัติ “หน้าที่” ก็ยิ่งเริ่มชัดเจนแล้วว่าความชอบธรรมในการบริหารประเทศต่อไปของรัฐบาลรักษาการแทบจะไม่มีอะไรเหลือหรอ แต่อย่างว่าแหละ ความดื้อดึงดันย่อมหาสำนึกรับผิดชอบอะไรไม่ได้

ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยออกมาแล้วว่า พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ที่เสนอโดยรัฐบาลและผ่านวาระ 3 แบบฉุกละหุก ใช้เสียงข้างมากกลากไปนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญมีผลให้กฎหมายฉบับนี้ตกไปทันที

มติ 6 ต่อ 2 ที่เกี่ยวกับกระบวนการตรากฎหมายขัดรัฐธรรมนูญเพราะมีหลักฐานชัดเจนว่า ในระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวในวาระ 2 ปรากฏว่ามีการกดบัตรลงคะแนนแทนกันของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย

ไม่ต่างไปจากร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยที่มา ส.ว. ที่ละเมิดหลักการพื้นฐาน

มติเอกฉันท์ที่เกี่ยวกับเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ที่เป็นสาระสำคัญของกฎหมายก็คือการกู้เงินดังกล่าวแม้คณะรัฐมนตรีจะดำเนินการได้เหมือนโครงการเงินกู้ต่างๆได้

แต่เงินกู้จากกฎหมายฉบับนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ม.169 และ 170 ที่เป็นบทบัญญัติว่าด้วยการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน

จะมาอ้างว่าเป็นเงินนอกงบประมาณไม่ได้

ว่าที่จริงแล้ว โครงการอภิมหาโปรเจกต์นี้ถือว่าเป็นการกู้เงินครั้งมโหฬารในประวัติศาสตร์การเงินไทยก็ว่าได้ แต่การดำเนินการของรัฐบาลด้วยวิธีการเหมาเข่งด้วยเงิน 2 ล้านล้านบาท ไม่ได้ดำเนินการอย่างปกติคือใช้งบประมาณแผ่นดิน

แต่รัฐบาลกลับใช้วิธีการพิเศษด้วยการกู้เงินก้อนใหญ่ก้อนเดียว และแยกออกจากงบประมาณ อ้างว่าเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง เกรงว่า เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล โครงการนี้ก็จะไม่ต่อเนื่องหรือถูกยกเลิกไป ซึ่งจะต้องดำเนินการให้เสร็จในเวลา 7 ปี

“คนไทย” ต้องเป็นหนี้ไปอีก 50 ปี

เหนืออื่นใด โครงการนี้แม้คนไทยส่วนใหญ่ต่างก็เห็นว่าน่าจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศในอนาคต เป็นการยกระดับด้านคมนาคมครั้งสำคัญ แต่เนื่องจากวิธีการดำเนินการของรัฐบาลนั้นมาจากแนวคิดที่ไม่ปกติ รายละเอียดของโครงการก็ไม่มีความชัดเจน

ที่สำคัญก็คือ เงินก้อนใหญ่ซึ่งเป็นเงินกู้ที่ประชาชนจะต้องรับผิดชอบไปถึงลูกหลาน และเปิดช่องให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันได้ ทั้งๆที่มีเสียงเตือนจากหลายฝ่าย แต่รัฐบาลก็ไม่รับฟังแต่ใช้เสียงข้างมากลากไปจนเกิดปัญหาขึ้นมา

เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาดำเนินการโครงการลักษณะนี้ต่อไป เพียงแต่จะต้องโปร่งใสและเป็นไปตามสภาพที่เป็นจริง
ไม่ใช่เพื่อการหาเสียงหรือหวังที่จะโกงกินกัน

เมื่อศาลรัฐธรรมนูญชี้ออกมาอย่างนี้ รัฐบาลก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ มิใช่อ้างแต่เพียงว่าขณะนี้มีการยุบสภารัฐบาลก็ไม่ต้องลาออกแม้จะเป็นกฎหมายการเงินที่รัฐบาลจะต้องลาออก เมื่อกฎหมายไม่ผ่านไม่ใช่อ้างว่าเสนอให้สภาไปแล้ว

แม้รัฐบาลจะปัดความรับผิดชอบ แต่คงจะมีการดำเนินการยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการถอดถอนและจัดการทางคดีอาญา

ครับ...ยังมีอีกหลายเรื่องที่จะตามมาไม่ว่าจะเป็นการทุจริตรับจำนำข้าว การเลือกตั้งอีก 28 เขต การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่

ก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น

คดีความต่างๆที่เกิดขึ้นนี้เป็นเงื่อนไขหนึ่ง ที่ทำให้การเจรจาระหว่างตัวแทน กปปส.กับรัฐบาลเดินหน้าไปไม่ได้ในประเด็นสำคัญ คือระงับการดำเนินคดีทั้งหมดเพื่อให้นายกฯพ้นจากความผิด

ด้วยการยอมลุกจากเก้าอี้เพื่อให้มี “นายกฯคนกลาง”ก็ตาม.


“สายล่อฟ้า”

13 มี.ค. 2557 09:48 13 มี.ค. 2557 09:48 ไทยรัฐ