วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขันนอตอนุญาโตฯ ก้าวให้ทันอาเซียน

โดย

ดร.อนันต์  -  ดร.วิลาวรรณ

หลังจาก 10 ประเทศในอาเซียนร่วมกัน ตั้งประชาคมเศรษฐกิจ หรือ AEC แล้วเสร็จในปลายปี 2558 ไม่เพียงจะทำให้เกิดการเปิดเสรีทางการค้า บริการ และลงทุนครั้งมโหฬารในภูมิภาค

ยังเป็นที่คาดหมาย...การดำเนินธุรกรรมทางการค้า บริการ และการลงทุน ระหว่างประเทศสมาชิกทั้งสิบชาติ ยังอาจก่อให้เกิดปัญหา หรือข้อขัดแย้งอย่างกว้างขวางตามมา

ดังนั้นในกลุ่มสมาชิกอาเซียนจึงทำความตกลง กำหนดให้มีกลไกในการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศสมาชิก โดยมี “อนุญาโตตุลาการ” เป็นเครื่องมือในการระงับข้อพิพาทรูปแบบหนึ่งที่ถูกกล่าวถึง

การอนุญาโตตุลาการ (Arbitration) หมายถึง วิธีระงับข้อพิพาท ซึ่งคู่กรณีตกลงกันเสนอข้อพิพาทที่เกิดขึ้นแล้ว หรือที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ให้บุคคลภายนอกซึ่งเรียกว่า อนุญาโตตุลาการเป็นผู้ทำการพิจารณาชี้ขาด โดยคู่กรณีผูกพัน ที่จะปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ
รูปแบบอนุญาโตตุลาการ มี 2 ประเภทใหญ่ คือ อนุญาโตตุลาการในศาล และนอกศาล และยังแบ่งย่อยออกเป็น อนุญาโตตุลาการเฉพาะกิจ อนุญาโตตุลาการโดยสถาบัน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีแต่ อนุญาโตตุลาการนอกศาล เท่านั้น ที่ได้รับความนิยม ซึ่งจะใช้ก็ต่อเมื่อคู่กรณีตกลงกันเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการพิจารณาชี้ขาด โดยไม่ได้ฟ้องคดีต่อศาล ซึ่งอาจตกลงกันไว้ล่วงหน้าก่อนมีข้อพิพาท หรืออาจตกลงกันภายหลังจากที่มีข้อพิพาทเกิดขึ้นแล้วก็ได้

กรณี อนุญาโตตุลาการแบบเฉพาะกิจ  (Ad Hoc Arbitration) เป็นกรณีที่คู่พิพาทดำเนินการระงับข้อพิพาทตามวิธีอนุญาโตตุลาการด้วยตนเอง กล่าวคือ ตั้งอนุญาโตตุลาการและกำหนดวิธีพิจารณาต่างๆเอง โดยให้อนุญาโตตุลาการเป็นผู้ชี้ขาดข้อพิพาทที่เกิดขึ้น

ส่วน อนุญาโตตุลาการโดยสถาบัน (Institutional Arbitration) เป็นกรณีที่คู่พิพาทตกลงระงับข้อพิพาทกัน โดยใช้บริการของสถาบันอนุญาโตตุลาการ ซึ่งอาจเป็นสถาบันที่ตั้งขึ้นเพื่อให้บริการด้านอนุญาโตตุลาการโดยเฉพาะ หรือเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรเฉพาะ ซึ่งให้บริการแก่สมาชิก หรือผู้เกี่ยวข้องก็ได้

ในประเทศไทย เช่น สถาบันอนุญาโตตุลาการของสำนักงานศาลยุติธรรม สภาอนุญาโตตุลาการของหอการค้าแห่งประเทศไทย อนุญาโตตุลาการของสำนักงาน ก.ล.ต. หรือของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย

ในต่างประเทศ เช่น สถาบันอนุญาโตตุลาการของสภาหอการค้าระหว่างประเทศ (International Chamber of Commerce- ICC) และสมาคมอนุญาโตตุลาการของสหรัฐอเมริกา (American Arbitration Association-AAA) หรืออนุญาโตตุลาการของ NASD เป็นต้น

ข้อดีหรือจุดเด่นของกระบวนการอนุญาโตตุลาการ อยู่ที่ความรวดเร็ว ทั้งนี้เพราะการฟ้องคดีต่อศาล นอกจากมีขั้นตอนมาก คู่ความยังสามารถอุทธรณ์ ฎีกาต่อไปได้อีก ทำให้เสียเวลามหาศาล แต่กระบวนการ อนุญาโตตุลาการจะสิ้นสุดอย่างรวดเร็วกว่า

นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นอนุญาโตตุลาการ มักมีความรู้และเชี่ยวชาญในเรื่องที่พิพาทเป็นอย่างดี ทำให้เข้าใจเรื่องที่พิพาทและพยานหลักฐานต่างๆเป็นอย่างดี การชี้ขาดข้อพิพาทจึงทำได้รวดเร็วและเป็นธรรม

การรักษาชื่อเสียงและความลับ เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้มีการเลือกใช้วิธีอนุญาโตตุลาการ เพราะการพิจารณาคดีของศาลต้องกระทำโดยเปิดเผย สื่อมวลชนและคนทั่วไปสามารถเข้าฟังการพิจารณาของศาลได้ อาจส่งผลเสียต่อภาพพจน์ทางธุรกิจ และการรักษาความลับของคู่กรณี

แต่หลักการดำเนินกระบวนพิจารณาของการอนุญาโตตุลาการ กระทำเป็นความลับ เฉพาะคู่กรณีและผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นมีสิทธิเข้าร่วมการพิจารณา จึงช่วยรักษาชื่อเสียงของคู่พิพาท...ความลับทางธุรกิจได้อย่างดี

คำถามก็คือ ก่อนที่ประเทศไทยจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เรามีความพร้อมในเรื่องอนุญาโตตุลาการเพียงใด

ดร.อนันต์ จันทรโอภากร อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ บอกว่า สิ่งที่เป็นปัญหาของไทยอยู่ที่ทุกวันนี้ยังมีมติคณะรัฐมนตรี หรือข้อบังคับ ที่เกี่ยวกับการอนุญาโตตุลาการหลายเรื่องที่ยังปิดกั้น หรือเป็นอุปสรรค มิให้คนต่างด้าวเข้ามาใช้ หรือดำเนินการอนุญาโตตุลาการในบ้านเรา

“ยกตัวอย่าง กรณีที่เป็นโครงการของรัฐบาลไทย เราบอกว่า จะเอาคนต่างด้าวเข้ามาซักพยานไม่ได้ หรือดันไปเขียนกั๊กเอาไว้ ถ้าใช้กฎหมายไทยในการพิจารณา ต้องใช้ผู้ที่จบปริญญาในเมืองไทย”

“ในแง่ความไม่พร้อมของนักกฎหมาย หรือผู้ที่จะเป็นอนุญาโตตุลาการของไทยก็เช่นกัน ในกรณีข้อพิพาทที่เกิดขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ และตกลงกันว่า ต้องทำคดี หรือว่าความเป็นภาษาอังกฤษ ที่ปรึกษาคดี หรือทนายความของเรา มีความจัดเจนทางด้านการใช้ภาษาอังกฤษ ทัดเทียมกับต่างชาติแล้วหรือไม่ เพียงไร”

ดร.อนันต์มองว่า สิ่งเหล่านี้หากยังไม่แก้ไขให้มีความเป็นสากล หรือยังไม่ยอมลบภาพการเป็นประเทศที่ต่อต้านการใช้อนุญาโตตุลาการ อีกหน่อยจะไม่มีใครกล้าเข้ามาค้าขาย หรือเจรจาธุรกิจกับไทย

รวมทั้งข้อพิพาทที่ควรจะอยู่ในประเทศไทย ก็จะกระเด็นไปอยู่ที่สิงคโปร์ ฮ่องกง หรือประเทศซึ่งการอนุญาโตตุลาการของเขามีความเป็นมาตรฐานสากลมากกว่าเราหมด
“การจะให้คดีหรือข้อพิพาททางธุรกิจอยู่ในประเทศไทย ก่อนอื่นเราต้องเปิดใจกว้างเรื่องกฎกติกา เพราะถ้ายิ่งปิดกั้นต่างชาติเท่าไร เขาก็จะยิ่งปิดกั้นเราโต้ตอบเท่านั้น หรือเท่ากับเป็นการไล่ให้ข้อพิพาททางธุรกิจ ที่ควรจะใช้กระบวนการอนุญาโตตุลาการในประเทศไทย ออกไปอยู่นอกประเทศมากขึ้น”

“อุปสรรคแรกของคนไทยอยู่ที่ประสบการณ์ในการทำคดี หรือข้อพิพาทระหว่างประเทศ เรายังมีน้อย การใช้ภาษากฎหมายและต้องทำคดีเป็นภาษาอังกฤษ เรายังไม่สันทัด ถ้าไม่เร่งแก้ไขอุปสรรคเหล่านี้ ถึงเวลาเปิดเออีซี การอนุญาโตตุลาการของเราอาจมีปัญหา”

ดร.วิลาวรรณ มังคละธนะกุล ผอ.กองกฎหมาย กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ บอกว่า การที่ประเทศไทยไปลงนามเกี่ยวกับข้อพิพาททางการลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชนไว้ในสนธิสัญญา ทำให้นักลงทุนต่างชาติจากประเทศคู่ค้า สามารถเลือกได้ว่า เมื่อเกิดข้อพิพาททางธุรกิจขึ้น เขาสามารถเลือกใช้สิทธิทางศาล หรืออนุญาโตตุลาการก็ได้

ปัญหาอยู่ตรง การที่ไทยไปลงนามไว้เฉยๆ โดยไม่เข้าร่วมเป็นภาคี ทำให้เราไม่ได้อยู่ร่วมในแวดวงของผู้เชี่ยวชาญ ส่งผลให้ความเข้าใจในทิศทาง หรือแนวโน้มของแวดวงอนุญาโตตุลาการของเรา ค่อนข้างอยู่ห่างจากนานาประเทศ

“ที่ผ่านมา เวลาเราต่อสู้คดีกับเอกชนต่างชาติแล้ว พอทำท่าว่าจะแพ้ เรามักเลือกใช้วิธีขอเจรจานอกรอบ เช่น ยอมจ่ายค่าเสียหายให้เขาไปเพื่อยุติคดี แต่เราไม่เคยมองย้อนว่า แท้ที่จริงแล้วนักลงทุนต่างชาติต้องการอะไร หรือแทนที่เราจะเลือกใช้การอนุญาโตตุลาการ ให้เป็นส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนกับโลกภายนอกมากขึ้น ก็ไม่มี”

จึงไม่น่าแปลกใจที่ทุกวันนี้ไม่ค่อยมีนักลงทุนชาติใดอยากเข้ามาใช้รูปแบบอนุญาโตตุลาการ ที่กรุงเทพฯ หรือเมืองไทย ถ้าไม่หนีไปใช้ที่ลอนดอน ปารีส ก็จะแห่ไปใช้ที่ฮ่องกง สิงคโปร์ หรือกัวลาลัมเปอร์กันเป็นหลัก.

 

13 มี.ค. 2557 09:03 13 มี.ค. 2557 09:04 ไทยรัฐ