วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แฉผู้ช่วยกัปตัน เคยให้ผู้โดยสาร เข้าห้องนักบิน!

แฉผู้ช่วยกัปตัน เคยให้ผู้โดยสาร เข้าห้องนักบิน!

โดย ทีมข่าวหน้า 1
13 มี.ค. 2557 09:00 น.
  • Share:


ยังเงียบสนิทและเป็นปริศนาดำมืด สำหรับการสูญหายไปของเครื่องบินสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส กว่า 5 วันแล้ว ยังไร้ร่องรอยว่าเกิดอะไรขึ้น ขณะที่ 2 สาวเปิดโปงเคยถูกผู้ช่วยกัปตันของสายการบินนี้ที่หายไปกับเครื่องบิน เคยชวนไปนั่งในห้องนักบิน มีการสรวลเสเฮฮากันสนุกสนาน เผยคำสุดท้ายของกัปตันที่ติดต่อกับหอบังคับการบิน ระหว่างบินข้ามน่านฟ้ามาเลเซียสู่น่านฟ้าเวียดนาม  “ทุกอย่างเรียบร้อยดี ราตรีสวัสดิ์” ก่อนจะหายลับไปในฟากฟ้า

จนถึงวันที่ 5 แล้วยังไร้วี่แววเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง รุ่น 777-200 อีอาร์ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ที่สูญหายไปจากท้องฟ้า ระหว่างบินจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซียไปยังจุดหมายปลายทางกรุงปักกิ่งของจีน ตั้งแต่คืนวันเสาร์ 8 มี.ค. ส่งผลให้นานาประเทศต่างระดมเรืออย่างน้อย 40 ลำ เครื่องบิน 34 ลำ ร่วมภารกิจค้นหาเครื่องบินลำดังกล่าวอย่างขะมักเขม้น โดยพื้นที่ค้นหาเครื่องบินเบื้องต้นอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ ทางภาคใต้ของเวียดนามและเขตน่านน้ำของมาเลเซีย ซึ่งปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินตลอดช่วง 4 วันที่ผ่านไป ยังไม่พบร่องรอยหลักฐานใดๆ ทำให้ภารกิจค้นหาเครื่องบินถูกขยายพื้นที่ขยับมาทางด้านตะวันตกนอกเส้นทางการบินมาสู่พื้นที่บริเวณช่องแคบมะละกาและแถบทะเลอันดามัน ท่ามกลางกระแสข่าวว่าเครื่องบินลำดังกล่าวอาจเลี้ยวกลับลำทำให้ต้องบินออกนอกเส้นทาง

ต่อมาเมื่อวันพุธ 12 มี.ค. นายดูอาน ฮู เกีย รองผู้อำนวยการฝ่ายจัดการจราจรทางอากาศของเวียดนาม อ้างได้รับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเมล์จากชาวนิวซีแลนด์คนหนึ่ง ที่ทำงานอยู่บนแท่นขุดเจาะน้ำมันแห่งหนึ่งกลางทะเลจีนใต้ ระบุเห็นเปลวไฟลุกไหม้กลางทะเล บริเวณห่างจากชายฝั่งเมืองหวุงเต่า ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 300 กม. แต่ทางการเวียดนามอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบคำกล่าวอ้างดังกล่าว เช่นเดียวกับประเด็นความน่าสงสัยอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุเครื่องบินสูญหาย

ขณะเดียวกัน  กองทัพอากาศมาเลเซียแถลงปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่าเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส ลำที่ประสบชะตากรรมสูญหาย ถูกเรดาร์ของกองทัพมาเลเซียตรวจพบบินอยู่บริเวณช่องแคบมะละกาด้านตะวันตก นอกเส้นทางการบินไปมากนั้น ไม่เป็นความจริง แม้ว่ากองทัพอากาศมาเลเซียยังไม่ตัดทิ้งประเด็นความเป็นไปได้ที่เครื่องบินลำดังกล่าว อาจเลี้ยวกลับจากเส้นทางบินระหว่างกรุงกัวลาลัมเปอร์ไปกรุงปักกิ่ง ส่วนหนังสือพิมพ์สเตรท ไทม์ ของสิงคโปร์รายงานอ้างคำพูดสุดท้ายของนักบินคนหนึ่งบนเครื่องบินลำที่ประสบเหตุสูญหาย แจ้งบอกผู้โดยสารบนเครื่องบินระหว่างกำลังบินข้ามน่านฟ้ามาเลเซียสู่น่านฟ้าเวียดนามว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี ราตรีสวัสดิ์

อย่างไรก็ตาม เหตุเครื่องบินโดยสารมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ประสบชะตากรรมสูญหายครั้งนี้ก่อให้เกิดปริศนาข้อสงสัยมากมาย ทั้งประเด็นเรื่องถูกก่อการร้ายและประเด็นผู้โดยสารใช้หนังสือเดินทางปลอม รวมถึงการเปิดโปงพฤติกรรมผิดระเบียบของนายฟาริก อับดุล ฮามิด นักบินผู้ช่วยที่ 1 ของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 เคยอนุญาตผู้โดยสารสาวชาวออสเตรเลียกับแอฟริกาใต้เข้าไปในห้องนักบินระหว่างเที่ยวบินนาน 1 ชั่วโมงจากเกาะภูเก็ตไปกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อเดือน ธ.ค.2554 ระหว่างเที่ยวบินครั้งนั้น มีการบันทึกภาพกันอย่างสนุกสนานของนักบินกับผู้โดย สารสาว 2 คน มีการสูบบุหรี่บนเครื่องบินเกือบตลอดการเดินทาง ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดถูกนักท่องเที่ยวสาวชาวแอฟริกาใต้ให้สัมภาษณ์ผ่านโทรทัศน์ช่อง 9 ของออสเตรเลีย

ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวของนักบินที่อนุญาตผู้โดยสารเข้าห้องนักบินระหว่างเที่ยวบิน ถือเป็นการละเมิดกฎข้อบังคับของสายการบินอย่างร้ายแรง ส่งผลให้สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ออกมาแถลงระบุเรื่องนี้ร้ายแรงอย่างยิ่ง ขณะที่นายฮิว ดันลีวี ผู้อำนวยการมาเลเซีย แอร์ไลน์ส กล่าวว่า  ยังไม่มีเหตุผลใดๆที่จะเชื่อเรื่องที่เกิดขึ้นนี้และสิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุเครื่องบินสูญหายครั้งนี้ ทั้งยังอ้างถึงประวัติการทำงานดีเยี่ยมของนายฟาริก อับดุล ฮามิด ด้วย

ส่วนสาเหตุเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ประสบชะตากรรมสูญหายท่ามกลางข้อกังขามากมายนั้น นายจอห์น เบรนเนน ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือซีไอเอ ระบุประเด็นเครื่องบินถูกก่อการร้ายยังเป็นไปได้ แต่ยังไม่มีกลุ่มบุคคลใดออกมาอ้างการกระทำ

ในส่วนเมืองไทยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพาสปอร์ตปลอมของผู้โดยสารชาวอิหร่าน 2 คนของที่เดินทางไปกับเครื่องบินลำดังกล่าว ความเคลื่อนไหวในวันที่ 12 มี.ค. พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. เผยว่า พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ รอง ผบ.ตร.ที่รับผิดชอบศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ได้มีคำสั่งให้ ตม.ชลบุรี ตรวจสอบรายละเอียด เรื่องการจำหน่ายตั๋วเที่ยวบินดังกล่าว ที่ผู้ที่จำหน่ายตั๋วในเมืองพัทยาอ้างว่าได้รับอีเมล์ จากนายอาลีสัญชาติอิหร่านสั่งซื้อ โดยมีนายฮัดเซม เพื่อนร่วมชาติ อาชีพเปิดร้านรับทำกรอบรูปที่ย่านวอล์กกิ้งสตรีท เมืองพัทยา เป็นผู้ชำระค่าบัตรเดินทางให้ นายฮัดเซมอ้างว่ารู้จักนายอาลีไม่นานและนายอาลีนัดชำระค่าบัตรเดินทางให้ญาตินายฮัดเซมที่ประเทศอิหร่าน

ขณะเดียวกัน กรณีที่มีคำสั่งให้ ตม.ภูเก็ต สอบสวนรายละเอียดเจ้าของร้านเช่ารถ จยย. ที่อ้างว่าได้คืนหนังสือเดินทางให้นักท่องเที่ยวชาวอิตาลี ที่มาติดต่อเช่ารถ เบื้องต้นเจ้าของร้านเช่ารถ จยย.อ้างว่าใน ช่วงนั้นมีคนมาเช่ารถจำนวนมากและมีคนเข้ามาติดต่อขอเอกสารหนังสือเดินทาง พร้อมชำระค่าเช่ารถ จึงอาจตกหล่นไม่ได้คืนให้นักท่องเที่ยวชาวอิตาลี

พล.ต.ท.ภาณุกล่าวต่อว่า ในส่วนหนังสือเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวอิตาลี เล่มที่หายไปมีการแจ้งความไว้เป็นหลักฐานและมีการยื่นเอกสาร ที่สถานทูตอิตาลีในประเทศ เพื่อทำหนังสือเดินทางใหม่ นอกจากนี้ ตม.ได้อายัดหนังสือเดินทางเล่มเก่า โดยประสานด่าน ตม.ทุกด่านแล้ว ส่วนที่เป็นปัญหาคือหนังสือเดินทางเล่มเก่าที่ทางการไทยได้ยกเลิกใช้ในประเทศไทย แต่อาจมีการนำไปดัดแปลงเปลี่ยนแปลงข้อมูลใช้ในต่างประเทศ ส่วนที่มีข้อสงสัยว่าประเทศไทยเป็นแหล่งปลอมแปลงหนังสือเดินทางนั้น ขณะนี้ พล.ต.อ.อดุลย์มีคำสั่งให้ตรวจสอบย้อนหลังในเรื่องหนังสือเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งหมดเป็นการเร่งด่วนแล้ว

ต่อมาเมื่อช่วงค่ำวันพุธ 12 มี.ค. นายรอดซาลี ดาอุด ผู้บัญชาการทหารอากาศมาเลเซีย แถลงระบุเครื่องบินโดยสารมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 370 อาจบินออกนอกเส้นทางบินเลยมาเกือบถึงเกาะภูเก็ตทางภาคใต้ของไทยในเขตทะเลอันดามัน ซึ่งไกลจากพิกัดสุดท้ายที่เครื่องบินสูญหายเมื่อ 5 วันก่อนหลายร้อยไมล์ทะเล

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้