วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คุมเข้มนศ.ฆ่าพ่อแม่


ผวาเครียดทำร้ายตัว สังคมต้องไม่ซํ้าเติม

หนุ่มฆ่าโหดพ่อแม่และน้อง เครียดจัดหลังถูกส่งเข้าเรือนจำ ผู้คุมต้องดูแลใกล้ชิดป้องกันไม่ให้ทำร้ายตัวเองหรือถูกผู้ต้องขังอื่นทำร้ายเตรียมให้นักสังคมสงเคราะห์เข้าไปพูดคุยเพื่อลดอาการตึงเครียด ขณะที่ตำรวจเชื่อว่าผู้ต้องหาน่าจะวางยานอนหลับคนในบ้านก่อนจะลงมือสังหารหมู่ แต่ต้องรอผลตรวจพิสูจน์ของแพทย์ยืนยัน อธิบดีกรมการศาสนาชี้ถึงเวลาต้องส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมเด็กให้รู้ผิดชอบชั่วดี ไม่ให้ขาดความยั้งคิด ขณะที่อาจารย์จุฬาฯ ย้ำสาเหตุเกิดจากความบกพร่องของระบบครอบครัวและระบบการศึกษา สังคมมหาวิทยาลัยเน้นความฟุ้งเฟ้อ

จากคดีนายบี (นามสมมติ) อายุ 18 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยชื่อดัง จัดฉากฆ่านายเอนก (นามสมมติ) อายุ 44 ปี ผู้เป็นพ่อ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ชำนาญการในพื้นที่ จ.น่าน นางพิมพร (นามสมมติ) อายุ 41 ปี แม่ และนายบอย (นามสมมติ) อายุ 16 ปี น้องชาย เป็นนักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ขณะนอนหลับในห้องนอนชั้นบนของบ้าน ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเมลาวิลล์ ซอยรังสิต-นครนายก 46 ถนนเสมา-ฟ้าคราม ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพราะน้อยใจพ่อแม่รักน้องมากกว่า และพ่อแม่สัญญาจะซื้อรถป้ายแดงให้หากสอบเอ็นทรานซ์ติดแต่ไม่ยอมซื้อให้ตามที่ตกลงไว้

ความคืบหน้าคดีฆ่าหมู่ 3 ศพ เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 12 มี.ค. พ.ต.อ.ตระกูล เกียวประเสริฐ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า  ได้ส่งฝากขังนายบีเมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา และส่งไปควบคุมตัวเรือนจำอำเภอธัญบุรีแล้ว โดยศาลตั้งหลักทรัพย์ประกันตัว 5 แสนบาท แต่ยังไม่มีญาติมาทำเรื่องขอประกันตัว ส่วนทางคดีตำรวจยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสาเหตุที่แท้จริงมาจากอะไร หลักๆน่าจะเป็นปัญหาในครอบครัว ส่วนเรื่องการวางยานอนหลับนั้น คิดว่าน่าจะมีการวางยาเพราะการยิงปืนมีเสียงดัง แต่กลับไม่มีใครตื่นหรือรู้สึกตัว อย่างไรก็ตามต้องรอผลการผ่าพิสูจน์ของแพทย์อีกครั้ง คาดว่าจะรู้ผลภายใน 1 เดือน

นายเรืองศักดิ์ สุวารี ผอ.ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง กล่าวถึงการควบคุมตัวนายบีว่า นายบีถูกส่งเข้ามาควบคุมที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี ในแดนแรกรับโดยจัดให้อยู่ห้องควบคุมเล็กแยกออกมาจากห้องควบคุมใหญ่ มีผู้ต้องขังประมาณ 10 รายอยู่เป็นเพื่อน พบว่านายบีมีอาการเครียดมาก สั่งการให้ผู้คุมดูแลอย่างใกล้ชิดป้องกันไม่ให้ถูกผู้ต้องขังด้วยกันทำร้ายและไม่ให้นายบีทำร้ายตัวเอง จากนั้นจะให้นักสังคมสงเคราะห์ของเรือนจำเข้าไปพูดคุยให้นายบีได้ระบายความรู้สึกออกมาเพื่อลดอาการตึงเครียด และปรับสภาพจิตใจให้ใช้ชีวิตในเรือนจำได้ และในวันที่ 13 มี.ค. คณะกรรมการจำแนกผู้ต้องขังจะพิจารณาว่าจะควบคุมอยู่ที่แดนไหนต่อไป กรณีนี้เป็นเคสที่ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ

นายกฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) กล่าวถึงกรณีนายบีฆ่าคนในครอบครัวว่า ศน. ขอเรียกร้องให้ครอบครัว สถาบันการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนและเห็นความสำคัญของการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมต่อเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะเรื่องของศีล 5 ต้องช่วยกันส่งเสริมให้เด็กได้รู้จักการปฏิบัติมากขึ้น ไม่ใช่รู้เพียงแค่ทฤษฎี ไม่อยากให้โทษเด็กหรือใคร แต่เราต้องร่วมมือกัน สร้างศีลธรรมให้เกิดขึ้นในใจของเด็ก ให้เด็กรู้จักคิดถึงความผิดชอบชั่วดี และฝึกการมีสติ ไม่ให้ขาดสติยั้งคิด ถึงเวลาแล้วที่กระทรวงศึกษาธิการจะใช้เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ ทบทวนการส่งเสริมศีลธรรมให้แก่เด็ก ซึ่งในส่วนของกรมการศาสนา พร้อมให้ความร่วมมือทุกภาคส่วนทุกศาสนาในการผลักดันศีลธรรมให้เกิดขึ้นสู่เด็กและเยาวชน ผ่านกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคลินิกคุณธรรม ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ

ส่วน นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เฉพาะสังคมที่ช็อก ตัวเด็กที่ก่อเหตุสภาพจิตใจก็คงช็อกเช่นกัน สังคมต้องตั้งสติและเรียนรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อนำไปสู่การพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ไม่ใช่ไปซ้ำเติมเด็ก เพราะไม่มีใครรู้ดีที่สุดถึงเหตุและปัจจัยที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นคืออะไร อยากเสนอให้ทุกครอบครัวควรมีสุนทรียสนทนา ชาร์จแบตเตอรี่ให้กับชีวิตในครอบครัวบนพื้นฐานง่ายๆ คือ 1.ฐานความรักความอบอุ่น 2.การเป็นผู้ฟังที่ดีของผู้ใหญ่ และ 3.อาวุธต่างๆ ที่ต้องระวัง โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นที่มีฮอร์โมนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการกระทำที่รุนแรงได้ เนื่องจากสมองมีส่วนคิดและส่วนอารมณ์ หากสมองส่วนคิดอ่อนแอและเจอฮอร์โมนที่เร่งเร้า สมองส่วนอารมณ์ระเบิดขึ้นมาทันที สิ่งที่จะเป็นตัวยับยั้งสมองส่วนอารมณ์คือจิตสำนึก ซึ่งอาศัยหลักธรรมฝึกฝน โดยเฉพาะหลักธรรมของการเป็นผู้ให้ นอกจากนี้สถาบันการศึกษาต้องสอนทักษะชีวิตควบคู่ไปกับทักษะวิชาการ

ขณะเดียวกัน นายสมพงษ์  จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่าเป็นเหตุสลดครั้งใหญ่ที่เกิดจากความบกพร่องของระบบครอบครัวและระบบการศึกษา โดยเฉพาะครอบครัวชนชั้นกลางในเมืองมีค่านิยมในการเลี้ยงลูกที่เน้นให้ลูกเรียนดีเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย ให้ได้ เชื่อมโยงกับการยึดวัตถุนิยม โดยพ่อแม่จะบอกว่าเมื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้จะให้รถยนต์เป็นการตอบแทน ซึ่งเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของเด็กและพ่อแม่ ขณะเดียวกันสังคมในมหาวิทยาลัยก็เน้นความฟุ้งเฟ้อ ใช้ของแบรนด์เนม ประกอบกับเมื่อเด็กมีแฟน ก็ยิ่งต้องการรถยนต์เพื่อขับรับส่งแฟนตนเอง ยิ่งเป็นแรงกดดันให้นายบีก่อเหตุสลดใจเพราะผิดหวัง มหาวิทยาลัยก็ต้องทบทวนตนเอง โดยเฉพาะสภาพสังคมในมหาวิทยาลัยที่เด็กแข่งขันด้านวัตถุ ถึงเวลาแล้วที่ทั้งครอบครัวและระบบการศึกษาต้องแก้ไขปัญหา โดยมหาวิทยาลัยควรจัดกิจกรรมให้นิสิตนักศึกษาเรียนรู้การช่วยเหลือสังคม ไม่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องวัตถุ ขณะที่ครอบครัวชนชั้นกลางต้องฉุกคิดใหม่ถึงวิธีการเลี้ยงดู และปฏิเสธค่านิยมการกวดวิชาตั้งแต่เด็ก และมุ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้แต่เพียงอย่างเดียว รวมทั้งการแสดงความรักลูกด้วยการให้สิ่งของแพงๆ เป็นต้น

13 มี.ค. 2557 07:43 13 มี.ค. 2557 07:43 ไทยรัฐ