วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหลิมเด้งรับ เลิก'ฉุกเฉิน'


เชื่อว่าไม่มี ประโยชน์ ‘ชาวนา’ฮือ เทข้าวคลัง

“เฉลิม” เด้งรับโละ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เชื่อไม่มีประโยชน์ หลังถูกศาลแพ่งกำหนดข้อห้าม 9 ข้อ เปิดช่องใช้ พ.ร.บ.มั่นคงเสียบแทน ปชป.สวดยับกฎหมายไร้ประสิทธิภาพ หยุดความรุนแรงไม่ได้ ฉุดเศรษฐกิจพังยับ นายกฯแขวนสร้อยคอสันติภาพลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ขอนแก่น-ชัยภูมิ เรียกร้องเลิกใช้ความรุนแรง ย้ำต้องมีความยุติธรรมเสมอภาค ม็อบ กปปส.ไล่ปิดกระทรวงพาณิชย์-กรมชลประทาน หวิดวุ่น แวะล้อมตึกชินวัตร 3 โดนลองดียิงปืนขู่ ฉุนขู่กลับจะบุกไปนอนค้างในตึกชินฯ “สุเทพ” เปิดเวทีปฏิรูประดมสมองปราบโกง นักวิชาการแนะขันนอตระบบตรวจสอบ ห้าม รมต.จุ้นจัดซื้อจัดจ้าง

หลังจากที่มีกระแสข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เตรียมยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่จะครบกำหนดในวันที่ 23 มี.ค. ปรากฏว่า มีแกนนำฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างออกมาสนับสนุนการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขณะที่ม็อบ กปปส.ยังเดินหน้าปิดล้อมสถานที่ราชการต่างๆอย่างต่อเนื่อง

“เฉลิม” เด้งรับโละ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 12 มี.ค.เวลา 10.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวถึงการพิจารณายกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินใน กทม.และปริมณฑลว่า ยังไม่ได้รับสัญญาณจากที่ประชุม ครม. แต่ได้บอก พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า ควรยกเลิก เพราะนับแต่ศาลแพ่งมีข้อห้าม 9 ข้อ ศรส.แทบไม่มีอะไรทำ การมีชื่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินติดอยู่ ทำให้ต่างชาติวิพากษ์วิจารณ์ จึงควรยกเลิก ส่วนจะใช้กฎหมายอะไรแทน ขึ้นอยู่กับนายกฯและ ครม. หากใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ตนคงไม่เหมาะที่จะมาทำหน้าที่ เพราะเป็น รมว.แรงงาน ควรเป็นนายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม หรือนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ที่ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มากกว่า การที่ตนมาเป็น ผอ.ศรส. ถือเป็นงานพิเศษ ถ้าไม่ใช่สถานการณ์พิเศษ รมว.แรงงานไม่ควรมีหน้าที่ ผู้สื่อข่าวถามว่า หากยกเลิกไปแล้วสถานการณ์กลับมารุนแรงอีก จะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และหลีกเลี่ยงคำสั่งศาลแพ่ง 9 ข้อ ได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ได้ พอประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินใหม่จะใช้อำนาจได้เต็มที่เหมือนเดิม แต่เชื่อว่าจะมีคนร้องอีก ถ้าการอุทธรณ์คำสั่งศาลแพ่งไม่เป็นผล เพราะมีบรรทัดฐานอยู่

อัดพิษ พ.ร.ก.ฉุดเศรษฐกิจพัง

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเรียกร้องให้ ศรส. ยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อป้องกันไม่ให้ความรุนแรงต่อการชุมนุม แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมายังมีความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นข้ออ้างว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินป้องกันความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมจึงไม่เป็นจริง ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ แต่กลับเป็นผลร้ายทางเศรษฐกิจ กระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการลงทุนของไทยและต่างชาติ จะเห็นว่าหลังการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่งผลต่อตลาดทุนเพราะมีผลทางจิตวิทยาต่อภาวะไหลเข้า-ออกของเงินอย่างยิ่ง ขณะที่ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจไทยกำลังถูกกัดกร่อน ดังนั้น รัฐบาลควรใช้ 2 ปัจจัยนี้เป็นหลักพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะยังมีประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งใช้กับแกนนำและผู้ชุมนุมอยู่แล้ว

ศรส.สั่งล่าตัว 3 แกนนำ กคป.

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) แถลงผลการประชุม ศรส.ว่า ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ นพ.ระวี มาศฉมาดล นายทศพล แก้วทิมา และนายธวัชชัย พรหมจันทร์ แกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย (กคป.) ข้อหาร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทำการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง จากการนำมวลชนบุกปิดล้อมกระทรวงพลังงานอีกครั้งหนึ่ง ซึ่ง ศรส.กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มาดำเนินคดีโดยด่วนต่อไป และ ศรส.ขอตำหนินายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ที่พยายามให้ข่าวว่า ศรส.และ สตช.จงใจกลั่นแกล้งนายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. ที่ถูกศาลออกหมายจับฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายนายยืม นิลหล้า ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ศรส.ดำเนินการทุกอย่างตามข้อเท็จจริง เพราะศาลจังหวัดฉะเชิงเทราได้ออกหมายจับนายอิสสระกับพวกรวม 6 คน ข้อหาพยายามฆ่า จึงต้องดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้ใส่ร้ายหรือกลั่นแกล้ง

ขอหมายจับ 9 การ์ดกัก “หมวดเจี๊ยบ”

พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.ปทุมวัน ในนามศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) แถลงถึงความคืบหน้าคดีที่ ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต แจ้งความต่อสน.ปทุมวัน กรณีถูกการ์ด กปปส.คุมตัว และทำร้ายร่างกายเมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา โดย พ.ต.อ.จารุต กล่าวว่า พนักงานสืบสวนได้ส่งตัวผู้เสียหายเข้าตรวจร่างกาย ทางแพทย์ยืนยันถูกทำร้ายร่างกายจริง พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหาร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและเสรีภาพ กักขังหน่วงเหนี่ยว และทำร้ายร่างกายกับผู้ต้องหาดังกล่าว ซึ่งมีอัตราโทษจำคุก 5 ปีขึ้นไป โดยหลักฐานจากภาพกล้องวงจรปิดว่า ผู้ต้องหากระทำความผิด 9 คน ที่กักขังหน่วงเหนี่ยวผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่จะนำภาพไปประกอบคำร้องยื่นต่อศาลเพื่อขออนุมัติหมายจับต่อไป

ผบ.ตร.คุมเข้ม 3 พื้นที่สำคัญ

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร. เปิดเผยถึงสถิติคดีเกี่ยวกับการขัดขวางการเลือกตั้งของกลุ่มผู้ชุมนุมว่า คดีขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศมีทั้งสิ้น 190 คดี แยกเป็นคดีที่ กปปส.ขัดขวางการเลือกตั้งใน กทม. 51 คดี ต่างจังหวัด 139 คดี ส่วนคดีที่เจ้าหน้าที่ กกต.ละทิ้งไม่จัดการเลือกตั้ง 176 คดี รวมคดีเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง 366 คดี ศาลออกหมายจับแล้ว 180 คน ได้ตัวมาสอบสวน 83 คน ทั้งนี้คดีเฉพาะเจ้าหน้าที่ กกต. จงใจละทิ้งไม่จัดการเลือกตั้งมีผู้ต้องหาถึง 1,543 คน ทั้งนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้สั่งการในการประชุมผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ถึงสถานการณ์การชุมนุม โดยเน้นให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่การชุมนุม 3 จุดสำคัญคือ เวทีสวนลุมพินี เวทีถนนแจ้งวัฒนะ และบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาล ให้เน้นการแสดงกำลังของเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจน และให้เข้มงวดการตั้งจุดตรวจ มีการติดตามความเคลื่อนไหว ของกลุ่มมวลชนทั้งหมด พร้อมประสานแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างใกล้ชิด รวมถึงติดตามคดีผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีต่างๆทั้งหมด โดย ผบ.ตร.กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่โปร่งใส เป็นธรรม เป็นมาตรฐานเดียวกัน

ออกหมายจับมือยิงบ้านแม่ “ทยา”

พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา กล่าวถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงถล่มใส่บ้านคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ มารดานางทยา ทีปสุวรรณ แกนนำม็อบกปปส.ที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ว่า จากการสืบสวนสอบสวนพยานและหลักฐานต่างๆ ขณะนี้ได้ออกหมายจับคนร้าย 1 คน เป็นชายรูปร่างสันทัด บุคคลตามภาพสเกตช์ พร้อมระบุตำหนิรูปพรรณ ข้อหาร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ทำให้เสื่อมค่าซึ่งทรัพย์ของผู้อื่น ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยมีอาวุธในเวลากลางคืน พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านสาธารณะ สาธารณสถาน โดยไม่มีใบอนุญาต

“กัลยา” ลั่นประหารคนแยกดินแดน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการจัดเสวนา “ใคร? แบ่งแยกดินแดนขวานทอง รัฐธรรมนูญ มาตรา 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งเดียว จะแบ่งแยกมิได้” โดยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดเสวนาว่า ใครบังอาจแบ่งแยกดินแดนต้องได้รับโทษประหารชีวิต ขณะนี้เกิดเหตุการณ์อุกอาจ มีการขึ้นป้ายแยกประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงให้สัมภาษณ์สนับสนุน ยุยงปลุกปั่นประชาชน เป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ จึงควรหยุดกระบวนการนี้ก่อนสายเกินแก้ ขอบคุณกองทัพบกที่ดำเนินการอย่างจริงจัง

พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลอยู่ในสภาพยืนพิงรั้ว แต่ที่ยังอยู่ได้เพราะ 1.พึ่งพาตำรวจ 2.ข้าราชการ 3.คนเสื้อแดง 4.กติกาสากลชาติตะวันตก 5.ใช้เงินขับเคลื่อนเพื่อยืดเวลารัฐบาลออกไป ไม่ให้ล้มก่อนวันที่ 30 มี.ค. โดยให้การเลือกตั้ง ส.ว.ผ่านไปก่อน หวังให้รัฐบาลได้ ส.ว.เต็มสภา เพื่อถามกลับไปยัง กปปส.ว่า สภาประชาชนมาจากไหน และจะใช้เสียงข้างมากในวุฒิสภาป้องกันคดีต่างๆ ทั้งนี้รัฐบาลและผู้สนับสนุนรัฐบาลพยายามดำเนินการเรื่องแบ่งแยกดินแดนเป็น สปป.ล้านนา เพื่อให้กปปส.และทหารหันมาสนใจประเด็นนี้ แทนที่จะกดดันรัฐบาลเพื่อยืดเวลารัฐบาลออกไป

แฉซ่องสุมกำลังรอจุดสงคราม

นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำกลุ่มอีสานกู้ชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ระบอบทักษิณมีการวางแผนเป็นระบบ ระดมชายชุดดำและการ์ด นปช.ที่เคยใช้งานปี 53 เข้าร่วมเป็นกลุ่มติดอาวุธ มีพื้นที่ฝึก จ.ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา จากนั้นจะให้มาประจำในเขตคลองเตย มีนบุรี ดอนเมือง และ จ.นนทบุรี ปทุมธานี เป็นที่พักพิงของกองกำลังติดอาวุธ ขณะที่ภาคเหนือมีการจัดซื้ออาวุธสงครามเถื่อนทั้งปืน ระเบิดสะสมไว้ที่ข้าง อ.เมืองเชียงใหม่ คอยโอกาส มีการวางแผนให้เกิดสงครามกลางเมือง โดยให้กลุ่มเหล่านี้โจมตีผู้ชุมนุมให้โกรธแค้นจนยกพวกไปปะทะกัน ทำให้ทหารยึดอำนาจ เข้าทาง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯในการเตรียมประกาศแยกประเทศ ขณะนี้ที่ภาคอีสานมีการระดมอาสาสมัครตั้งกองกำลัง ปลุกระดมมวลชนให้คลุ้มคลั่งเพื่อเคลื่อนเข้า กทม. และให้กองกำลังติดอาวุธเร่งโจมตีผู้ชุมนุม จะถือวันที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์สิ้นสภาพจากการตรวจสอบขององค์กรอิสระเป็นวันคิกออฟ มีการสร้างเหตุปะทะให้เกิดสงครามกลางเมือง โดยในอีสานจะมีการนำคนเสื้อแดงบุกยึดสถานที่ราชการ ศาลากลาง ปลุกระดมคน 2 หมื่นคนเข้ากทม. ใช้กองกำลังชุดดำก่อวินาศกรรมใน กทม. จุดสถานการณ์ให้ประชาชนกลัว เพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณถือดุลได้เปรียบในการเจรจา และใช้ศูนย์ประสานงานรัฐไทยใหม่ที่ฝรั่งเศสและอังกฤษพร้อมการล็อบบี้ของเครือข่าย

บี้ปลด “ยิ่งลักษณ์” พ้น กอ.รมน.

นายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า การแบ่งแยกดินแดนเป็นการหาที่ลงของระบอบทักษิณ ขอให้ฝ่ายความมั่นคงจับกุมพวกนี้ ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ทั้งนายเกียรติ สิทธีอมร และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ประสาน กับตัวแทนสหประชาชาติตลอด ไม่ให้แทรกแซงกิจการภายในไทย ซึ่งนายบันคีมูน เลขาธิการยูเอ็นก็เข้าใจสถานการณ์และไม่เล่นด้วยกับการแบ่งแยกตัวเอง กล้าพนันว่าสุดท้ายจะไม่มีชาติใดรับรองสถานภาพ และขอให้ กอ.รมน.ปลด น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เพราะเป็นกบฏต่อชาติ

เชื่อความขัดแย้งปะทุหนัก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการสัมมนาว่า สิ่งที่มีความพยายามทำหลังจากนี้คือ การเพิ่มความขัดแย้งและความรุนแรง จึงขอให้ยึดมั่นแนวทางการต่อสู้ที่ถูกต้อง ชอบธรรม ขอย้ำว่าแนวร่วมของเราสามารถขยายเพิ่มขึ้นได้อีก แม้แต่คนที่เคยฝักใฝ่รัฐบาล ที่ไม่เคยรู้ถึงแนวคิดอันตรายนี้ที่กระทบความมั่นคงของชาติ หน้าที่เราคือการเชิญชวนให้คนเหล่านี้มาร่วมกับเราในแนวทางที่ถูกต้อง มีคนมาถามว่า เราจะชนะไหม ตนตอบไปว่า ชนะแน่ แต่จะเมื่อไรนั้น ไม่ทราบ แต่ขอให้ยึดมั่นแนวทางที่ถูกต้องนี้ต่อไปชนะแน่นอน

ผบ.ทบ.แนะเคารพกติกาบ้านเมือง

เมื่อเวลา 17.30 น. ที่ จ.ราชบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.กล่าวในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาภายในกองทัพบก ครั้งที่ 64 ตอนหนึ่งว่า การแข่งขันกีฬาเป็นการสร้างความรักสามัคคี สร้างความรู้แพ้ รู้ชนะ ที่สำคัญต้องชนะใจตัวเองพร้อมปฏิบัติตามกฎกติกาอย่างเคร่งครัด เปรียบได้กับสถานการณ์ภายในประเทศวันนี้ที่ทุกคนต้องรู้แพ้ รู้ชนะ ให้อภัย และเคารพกฎหมายบ้านเมือง ในฐานะทหารของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน ต้องปฏิบัติตามกฎกติกา เมื่อเรารักษากฎกติกาแล้ว ทุกคนในประเทศก็ต้องรักษากติกาให้ได้เหมือนเรา อยากให้กำลังพลนำพาประเทศไปสู่อนาคตด้วยความรัก ความสามัคคี ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทหารต้องเป็นความหวังของชาติ การปฏิบัติงานใดๆ ต้องมองรอบด้านพิจารณาใคร่ครวญ แม้จะมีบางคนไม่เข้าใจทหาร แต่วันหน้าก็ต้องเข้าใจ ขอให้ช่วยกันดูแลประชาชนและบ้านเมือง ประเทศสำคัญที่สุดมากกว่าความชอบพอหรือความรักส่วนตัว

ม็อบขอนแก่นเป่าปรี๊ดป่วนนายกฯ

ด้านภารกิจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีนั้น เมื่อเวลา 09.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 ด้วยเครื่องบินกองทัพอากาศ A319 เดินทางลงพื้นที่ปฏิบัติราชการติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง จ.ขอนแก่น และ จ.ชัยภูมิ โดยในเวลา 10.30 น. นายกฯเดินทางมาถึงท่าอากาศยานขอนแก่น มีข้าราชการ และคนเสื้อแดงให้การต้อนรับจำนวนมาก มีการมอบดอกไม้ และนำผ้าขาวม้าผูกเอวให้นายกฯ พร้อมตะโกนให้กำลังใจนายกฯสู้ๆ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 400 นาย จากหน่วยควบคุมฝูงชน หน่วยเคลื่อนที่เร็ว ชุดปฏิบัติการพิเศษติดอาวุธ หน่วยทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 23 จำนวน 1 กองร้อย สนธิกำลังดูแลความปลอดภัย ทั้งนี้ ภายในท่าอากาศยานขอนแก่นมีผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส. 2 คน มารอเป่านกหวีดแสดงสัญลักษณ์ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบกันตัวออกไป แต่ทั้ง 2 คน ก็ไปดักรอขบวนรถนายกฯบริเวณด้านหน้าทางเข้าออกสนามบิน พร้อมเป่านกหวีดระหว่างขบวนรถนายกฯวิ่งผ่านมา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5-6 นาย คอยควบคุมสถานการณ์

“ปู” ใส่สร้อยสันติภาพต้านรุนแรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.ขอนแก่น และ จ.ชัยภูมิ นายกรัฐมนตรี ทีมงานนายกฯ และทีมรักษาความปลอดภัย ได้สวมสร้อยคอสัญลักษณ์สันติภาพ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์โอทอป จ.ลำปาง ตัวสร้อยทำจากเชือกสีดำ มีตัวสัญลักษณ์สันติภาพทำจากเซรามิก เป็นตัวอักษร NและD ย่อมาจาก Nuclear Disarmament อยู่ในวงกลมรอบนอกที่เปรียบเสมือนโลก เนื่องจากนายกฯเห็นว่ามีความหมายดี ในเรื่องสิทธิและเสรีภาพ เนื่องจากปัจจุบันสิทธิเสรีภาพถูกลิดรอน ถูกจำกัดสิทธิในการแสดงออก โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า สร้อยคอที่ใส่อยากจะสื่อถึงสันติภาพ เราอยากเห็นสัญลักษณ์ของสันติภาพนี้เกิดขึ้น คำว่าสันติภาพในความหมายของตนไม่ได้มองแค่ว่า สันติภาพนั้นคือการที่เราอยู่กันอย่างสงบโดยไม่ใช้กำลังรุนแรง แต่สันติภาพนี้อยากให้สื่อไปถึงการที่เราต้องให้ความยุติธรรมอย่างเสมอภาค การดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียม ให้หลักการดูแล หลักเมตตาธรรม หลักอาทรเป็นจุดยึดโยงความสันติ ความสงบ ในใจของคนไทยทุกคน

แกนนำนครฯมอบตัวขวางสมัคร ส.ส.

เมื่อเวลา 10.00 น. นายชัยชนะ เดชเดโช ส.อบจ. นครศรีธรรมราช แกนนำ กปปส.นครศรีธรรมราช พร้อมทนายความเข้ามอบตัวต่อ พ.ต.ท.สุชัต โสภิณ พงส.สภ.ชะเมา อ.เมืองนครศรีธรรมราช คดีขัดขวางการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. จากกรณีนำกลุ่ม กปปส.ปิดล้อมสถานที่ก่อสร้างหมู่บ้านโครงการ “เดอะคิ้ว” ถนนสายนครศรีธรรมราช-ปากพนัง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ที่ใช้เป็นสถานที่รับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต จนเจ้าหน้าที่ กกต.ไม่สามารถเปิดรับสมัคร ส.ส.ได้ ซึ่งนายชัยชนะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา หลังสอบปากคำตำรวจให้ประกันตัวออกไปด้วยวงเงิน 1 แสนบาท

ป้ายต้านแยกแผ่นดินโผล่อุดรฯ

ที่ จ.อุดรธานี เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 12 มี.ค. พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งมีการนำป้ายไวนิลพื้นสีแดง ตัวหนังสือสีขาวใจความว่า “คนอุดรไม่เอาการแยกแผ่นดิน” ไปติดที่รั้วทางเท้าริมถนนมุขมนตรี หน้าตลาดสดเทศบาล 1 จึงสั่งให้สายตรวจปลดป้ายนำไปเก็บ จากนั้น พ.ต.อ.โกวิทกล่าวว่า เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมามีคนนำป้ายมีข้อความเดียวกันไปติดบริเวณสะพานลอยหน้า รพ.ค่ายประจักษ์ศิลปาคม และสะพานลอยโรงเรียนสตรีราชินูทิศ ถนนศรีสุข แต่ให้ตำรวจปลดป้ายเก็บแล้ว ขณะนี้บรรยากาศทางการเมืองภายใน จ.อุดรธานี เข้าสู่ภาวะปกติ ไม่ต้องการให้ป้ายดังกล่าวเป็นชนวนของความแตกแยกทางความคิดของประชาชน

แดงเคลื่อนทัพชุมนุมใหญ่อยุธยา

ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า การเคลื่อนพลลั่นกลองรบของ นปช.ในภาคกลาง ภาคตะวันตก ตะวันออก กรุงเทพฯและปริมณฑล จะเริ่มขึ้นในวันที่ 15 มี.ค.นี้ ที่สนามกีฬา จ.พระนครศรีอยุธยา การจัดกิจกรรมครั้งนี้จะยิ่งใหญ่ นอกจากมีการเคลื่อนมวลชนจากทุกจังหวัดโดยทางบกแล้วจะมีการเคลื่อนขบวนมวลชนทางน้ำ มีทัพช้างเข้าร่วมในขบวนด้วย ขอชวนประชาชนให้มาร่วมกันให้มาก ให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ผมขาวร่วงทั้งหัว

ตั้งเป้าระดม อพปช. 2 แสนคน

นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แกนนำ นปช. กล่าวถึงการจัดตั้งอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ (อพปช.) ว่า มีความคืบหน้าไปมาก ขณะนี้มีผู้มาสมัครกว่า 5 หมื่นคน ซึ่งวันที่ 15 มี.ค. จะเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการอีกครั้งในภาคกลาง ภาคเหนือ ตะวันออก ตะวันตก ภาคใต้ ส่วน กทม. และปริมณฑลจะรับสมัครที่ชั้น 5 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครทั่วประเทศมากกว่า 2 แสนคน ภารกิจแรกจะเริ่มต้นวันที่ 18 มี.ค.จะนัดแกนนำ อพปช.ทั่วประเทศ สัมมนาที่ จ.มหาสารคาม หารือถึงการวางยุทธศาสตร์ กรณีที่มีความพยายามรัฐประหารในรูปแบบขององค์กรอิสระ เพื่อกำหนดแนวทางว่า อพปช.จะเคลื่อนไหวอย่างไรในสถานการณ์ที่รัฐบาลถูกกระทำ จากนั้นจะมีการนัดหมายสถานที่เพื่อจัดพิธีสวนสนาม กล่าวปฏิญาณตนร่วมกันอีกครั้ง ยืนยันว่า อพปช.ไม่ใช่กองกำลังติดอาวุธตามที่ถูกบิดเบือน จะแจ้งความดำเนินคดีทุกคนที่กล่าวหา ทั้งนี้ การฝึกภาคสนามของ อพปช.ไม่ใช่การฝึกอาวุธ แต่เป็นศิลปะป้องกันตัวด้วยมือเปล่า และเตรียมรับมือสถานการณ์ที่ทหารทำรัฐประหาร ขณะนี้ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ก็ให้คำปรึกษา อพปช.อยู่ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีแกนนำ นปช.ไม่พอใจ ออกมาวิจารณ์การตั้ง อพปช.อย่างรุนแรง ส่วนตัวไม่โกรธ แต่ไม่มีความจำเป็นต้องเคลียร์

กปปส.บุก ก.พาณิชย์เยี่ยมชาวนา

เมื่อเวลา 10.30 น. นายสุชาติ ศรีสังข์ นายทินกร อ่อนประทุม แกนนำ กปปส. นำกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางจากสวนลุมพินี มายังกระทรวงพาณิชย์ จ.นนทบุรี ให้กำลังใจกลุ่มชาวนาที่ปักหลักชุมนุมเรียกร้องเงินค่าจำนำข้าว เมื่อเดินทางมาถึง แกนนำประกาศขอร้องให้ข้าราชการหยุดรับใช้รัฐบาล และให้เก็บของกลับบ้านทันที ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ได้นำโซ่มาคล้องประตูทางเข้าด้านในอาคาร พร้อมล็อกกุญแจ ทำให้ข้าราชการออกจากตัวอาคารไม่ได้ การ์ด กปปส.จึงนำเลื่อยตัดเหล็กมาตัดโซ่คล้องประตูออก ท่ามกลางเสียงปรบมือของข้าราชการและกลุ่มผู้ชุมนุม จากนั้น ข้าราชการจึงทยอยเดินทางกลับบ้าน ขณะที่กลุ่มชาวนาที่อยู่ในกระทรวงพาณิชย์ ได้ทำพิธีสาปแช่ง โดยนำหุ่นฟาง 2 ตัว ติดภาพนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและ รมว.คลัง และนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมว.พาณิชย์ มาเผา จากนั้นได้นำขี้เถ้าของหุ่นทั้งสองใส่หม้อดิน 2 ใบ นำไปรวมกับหม้อที่ใส่ขี้เถ้าของหุ่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ที่ได้เผาหุ่นเมื่อครั้งที่บุกไปบ้านนายกฯ จากนั้นกลุ่มชาวนานำหม้อทั้ง 3 ใบ ใช้สายสิญจน์ผูกโยงแล้วช่วยกันแห่นำหม้อทั้ง 3 ใบไปถ่วงแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณหลังกระทรวง

บี้ “ยุคล” หยุดพายเรือให้โจรนั่ง

ต่อมาเวลา 12.30 น. กลุ่ม กปปส.เดินทางออกจากกระทรวงพาณิชย์ ไปปิดล้อมอาคารสำนักงานชลประทานที่ 11 กรมชลประทาน จ.นนทบุรี หลังทราบว่า นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้เรียกประชุมอธิบดีของกระทรวงที่อาคารดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่า นายยุคลไม่ได้ใช้อาคารแห่งนี้เป็นที่ประชุม ต่อมาแกนนำได้รับแจ้งว่า นายยุคลใช้อาคารสถาบันพัฒนาการชลประทาน ภายในวิทยาลัยการชลประทาน เป็นที่ประชุม จึงเดินทางไปปิดล้อมอาคาร โดยนายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ลงมาแจ้งแกนนำ กปปส.ว่า การประชุมเสร็จสิ้นแล้ว และ รมว.เกษตรฯไม่ได้หนีไปไหน ยังคงอยู่ นายทินกรจึงขอร้องให้นายยุคลหยุดรับใช้ระบอบทักษิณ หยุดพายเรือให้โจรนั่ง เพราะพรรคชาติไทยพัฒนาไม่ใช่ศัตรู กปปส. ก่อนที่ผู้ชุมนุมจะเดินทางกลับ

กระเจิงเจอยิงขู่หน้าตึกชินฯ 3

จนกระทั่งเวลา 14.30 น. นายทินกร อ่อนประทุม และนายสุชาติ ศรีสังข์ แกนนำ กปปส. นำมวลชนไปปิดล้อมอาคารชินวัตร 3 ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อปราศรัยรณรงค์ให้ประชาชนหยุดร่วมธุรกิจกับตระกูลชินวัตร และตัดท่อน้ำเลี้ยงตระกูลชินวัตร โดยที่บริเวณตึกชินวัตร 3 มีการเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและตำรวจนอกเครื่องแบบกระจายกำลังดูแลความปลอดภัยรอบบริเวณ และมีการเพิ่มกล้องวงจรปิดตามจุดล่อแหลม อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่แกนนำกำลังปราศรัยประกาศให้ผู้ชุมนุมเตรียมเดินทางกลับเวทีสวนลุมพินี มีเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด จากบริเวณฝั่งขาออกถนนวิภาวดีรังสิต ตรงข้ามจุดชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมพากันหาที่หลบกำบังจ้าละหวั่น แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ทำให้นายทินกรไม่พอใจประกาศบนรถขยายเสียงจะบุกเข้าไปหลบภายในอาคารชินวัตร 3 เพราะเป็นการกระทำของคนตระกูลชินวัตร แต่ในที่สุดนายทินกรก็ประกาศให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับเวที โดยแจ้งว่า จะมาปิดล้อมที่อาคารชินวัตร 3 ทุกวัน แต่หากมีการลอบทำร้ายผู้ชุมนุมอีก จะบุกเข้าไปในอาคารนอนค้างคืนจริงๆ โดยก่อนเดินทางกลับ กลุ่มผู้ชุมนุมนำขยะมากองทิ้งไว้บริเวณทางเข้าอาคาร

ชาวนาบุกเทข้าวกระทรวงคลัง

ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 15.00 น. ขบวนชาวนาจากกระทรวงพาณิชย์ พร้อมรถบรรทุก 6 ล้อ ซึ่งบรรทุกข้าวกว่า 10 ตัน นำโดยนายนัฐวัฒิ ชั้นอินงาม ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวนาไทย เดินทางมาที่กระทรวงการคลัง จากนั้นได้เทข้าวเปลือกจากรถบรรทุก 6 ล้อ จำนวน 12 ตัน ที่บริเวณหน้าประตู 2 กระทรวงการคลัง โดยเรียกร้องขายข้าวตันละ 12,000 บาท คิดเป็นเงิน 144,000 บาท พร้อมให้เวลา 15 นาที ให้เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังออกมาเจรจา แต่เมื่อครบกำหนดเวลา ไม่มีเจ้าหน้าที่ออกมาเจรจา ทำให้กลุ่มชาวนาไม่พอใจ พากันขว้างปาไข่เป็ดและไข่เน่าหลายร้อยฟองใส่เจ้าหน้าที่ที่รักษาความปลอดภัย 1 กองร้อย ที่รักษาความปลอดภัยอยู่บริเวณประตู 2 จนเจ้าหน้าที่ต้องยกโล่ขึ้นบัง จนกระทั่งเวลา 15.30 น. กลุ่มชาวนาจึงเดินทางกลับไปที่กระทรวงพาณิชย์ โดยนายนัฐวัฒิกล่าวว่า ในวันที่ 13 มี.ค.จะนำข้าวเปลือกอีก 5 คันรถ มาปิดประตูทางเข้า-ออกกระทรวงการคลังทั้งหมด 6 ประตู

คปท.ดัน 4 ร่าง ก.ม.ปฏิรูปที่ดิน

ส่วนความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่สะพานชมัยมรุเชฐ ในวันที่ 12 มี.ค. เมื่อเวลา 16.00 น. นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสาน คปท. นายประยงค์ ดอกลำไย ที่ปรึกษาเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศ ไทย และนายสุริยันต์ ทองหนูเอียด เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) แถลงข้อเสนอการปฏิรูปที่ดินเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม เพื่อเป็นร่างพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศไทยว่า ขอเสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศไทยทั้งระบบ ด้วยการใช้มาตรการภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า ป้องกันไม่ให้เกิดการถือครองที่ดินเพื่อเก็งกำไร นำที่ดินรัฐที่ไม่ใช้ประโยชน์มาแจกประชาชนผ่านธนาคารที่ดิน โดยไม่อนุญาตให้ขายต่อหรือเปลี่ยนมือเจ้าของ ด้วยการกำหนดให้ที่ดินถือครองเพื่อการเกษตรไม่เกิน 50 ไร่ต่อครัวเรือน ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยในเมือง 35-50 ตารางวา หากใครถือครองเกินกว่านี้ต้องเสียภาษีอัตราก้าวหน้า รวมทั้งให้เร่งผลักดันกฎหมายที่ดิน 4 ฉบับได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.โฉนดชุมชน ร่าง พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดิน และร่าง พ.ร.บ.กองทุนยุติธรรม แนวทางทั้งหมดนี้ ถ้า กปปส.บรรจุเป็นพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศไทย จะเห็นผลได้ภายใน 10 ปี

หลวงปู่ตรึงกำลังเข้มรักษาเวที

ที่เวทีแจ้งวัฒนะ หลวงปู่พุทธอิสระ แกนนำ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ กล่าวว่า คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทไม่ถูกต้องนั้น ทำให้มวลชน กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะจะไม่เคลื่อนไหวใน 1-2 วันนี้ เนื่องจากทราบว่าขณะนี้กลุ่ม นปช.เตรียมเข้ายึดพื้นที่ จึงต้องดูแลที่มั่นไว้ก่อน ส่วนที่ ศรส.จะให้หน่วยราชการในศูนย์ราชการฟ้องศาลแพ่งเรียกค่าเสียหาย กรณีข้าราชการไม่สามารถทำงานได้นั้น ยืนยันว่าไม่ได้ห้ามข้าราชการเข้าทำงาน และจะฟ้องกลับเพราะเป็นฟ้องเท็จ

ม็อบสวนลุมฯคึก ก.ม.กู้เงินโมฆะ

ส่วนบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ที่เวทีสวนลุมพินี เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ในช่วงเช้าและกลางวันกลุ่มผู้ชุมนุมต่างแยกย้ายพักผ่อนตามเต็นท์และร่มไม้รอบสวนลุมพินี ขณะที่บางกลุ่มทยอยเข้าร่วมการเสวนาปฏิรูปประเทศไทยภายในศูนย์เยาวชนลุมพินี จนกระทั่งเวลา 13.00 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. ขึ้นเวทีแจ้งมติศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยให้ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. ...หรือ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มีผลให้กฎหมายดังกล่าวตกไป นอกจากนี้นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ จะยื่นถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ออกจากตำแหน่งด้วย เพื่อให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมพากันเป่านกหวีดแสดงความดีใจอย่างคึกคัก

เปิดเวทีระดมสมองปราบโกง

ขณะที่อาคารศูนย์เยาวชน สวนลุมพินี กปปส. จัดเวทีระดมความคิดเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ครั้งที่ 2 เรื่อง “ปฏิรูประบบตรวจสอบ ปลูกสำนึกคนไทย ขจัดภัยคอร์รัปชัน” โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวเปิดเสวนาว่า การปฏิรูปประเทศเรื่องปราบปรามการทุจริตเป็นภารกิจสำคัญ ปัญหานี้ระบาดอย่างรวดเร็วและรุนแรง เป็นที่หวั่นวิตกจะทำให้ประเทศเสียหายย่อยยับ ขณะที่ประชาชนก็เรียกร้องให้ปราบปรามการคอร์รัปชันจริงจัง ทุกคนฝากความหวังให้เราจัดการเรื่องนี้มากกว่าเรื่องอื่น จึงจำเป็นต้องหาทางแก้ไข เรามีความหวังว่าขจัดการทุจริตคอร์รัปชันได้ผล  เพื่อให้หลังมีรัฐบาลประชาชนเข้ามาจะทำงานได้ทันที

แนะขันนอตระบบตรวจสอบ

จากนั้นนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต ส.ว.กล่าวว่า ระบอบทักษิณมีการทุจริตเชิงนโยบาย โดยมี 3 ตัวละครคือ นักการเมือง ข้าราชการ และนักธุรกิจ หากตัวละครหนึ่งไม่เห็นด้วยการทุจริตเชิงนโยบายจะเกิดขึ้นไม่ได้ วิธีการทุจริตเชิงนโยบายชอบฝืนความเป็นจริง อาทิ โครงการรับจำนำข้าว โครงการบริหาร จัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน การกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ดังนั้น ประชาชนต้องมีองค์ความรู้ เพื่อตั้งข้อสังเกตนโยบายที่ผิดปกติได้ รวมทั้งระบบตรวจสอบต้องมีองค์กรใหม่ๆมาทำหน้าที่ โดยมีบทลงโทษจริงจังและรวดเร็ว

นายคมสัน โพธิ์คง ตัวแทนจากกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาทุจริตต้องสร้างมาตรการลดโอกาสทุจริต รัฐมนตรีต้องห้ามเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การปรับโครงสร้างองค์กรปราบทุจริตที่ต้องแยกจากภาคบริหาร และเพิ่มอำนาจการสอบสวนขององค์กรเหล่านี้ อัยการสูงสุดห้ามรับตำแหน่งกรรมการในหน่วยงานรัฐ รวมถึงเพิ่มความเข้มแข็งให้ภาคประชาชนฟ้องคดีการทุจริตได้  ส่วนการบริหารภาครัฐต้องรื้อกฎหมายข้อมูลข่าวสารใหม่  เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบมากขึ้น

จ่อระดมพลใหญ่สู้เสื้อแดง

ต่อมาเวลา 20.00 น.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.กล่าวปราศรัยบนเวทีสวนลุมพินีว่า กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ตราขึ้นไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ไม่สามารถปัดความรับผิดได้ เพราะเป็นคนเสนอกฎหมายฉบับนี้ด้วยตัวเอง นายกฯโกรธศาลรัฐธรรมนูญมาก บอกว่าอย่าใช้ข้อกฎหมายมาตัดสิทธิ โดยไม่ฟังเจตนารมณ์ ถือเป็นการประจานตัวเองว่า ไม่ต้องเคารพกฎหมาย ให้ดูที่เจตนา จะเป็นนายกฯได้อย่างไร ถ้าไม่เคารพกฎหมาย ส่วนที่คนเสื้อแดงจะชุมนุมใหญ่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ขอให้พวกเราเตรียมพร้อม คนพวกนี้กำลังสะสมกำลังมาเล่นงานศาลและ ป.ป.ช. ถ้าเขามาชุมนุมที่ กทม. เมื่อไร เราจะมาให้มากกว่า 2-3 เท่า ขอให้ กปปส.ทุกพื้นที่เตรียมพร้อมไว้ เป่านกหวีดเมื่อไรมากันให้ยิ่งใหญ่ ส่วนการเลือกตั้ง ส.ว.ยืนยันว่า กปปส.ไม่ส่งตัวแทนลงสมัคร แต่ฝ่ายระบอบทักษิณไปสนับสนุนผู้สมัคร ส.ว.จังหวัดต่างๆหวังดึงมาเป็นพวก เพื่อเป็นหลักประกันว่า หาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ส.ว.กลุ่มนี้จะไม่ถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ หากเป็นไปได้อย่าไปเลือก ส.ว.ที่เป็นญาติกับระบอบทักษิณ ขอฝากถึง ป.ป.ช.ว่าควรชี้มูลความผิดประธานวุฒิสภาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่เลื่อนมาตลอด อ้างว่าเอกสารไม่พร้อม จนคนสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ดึงเรื่องหรือถูกซื้อตัวหรือไม่

13 มี.ค. 2557 07:30 13 มี.ค. 2557 07:30 ไทยรัฐ