วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปรับโทนหลังโดนต้อน

ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เล่นเอาตั้งหลักกันไม่ทัน

กับคิวที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ 3 ต่อ 2 เสนอศาลอุทธรณ์ให้สั่งเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครใหม่ หรืออีกนัยก็คือให้ใบเหลือง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.จากปมที่โยงถึงคิวที่ “กำนันเทพ” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะอดีตแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยให้ร้ายคู่แข่ง

อย่างไรก็ดี ปมนี้ยังต้องไปลุ้นกันที่ศาลอีกรอบ อาจจะยกหรือไม่ยกคำร้อง กกต.ก็ได้

แต่เรื่องของเรื่องในสถานการณ์หัวเลี้ยวหัวต่อ วิกฤติการเมือง 2 ขั้วกำลังแรง โดยจังหวะที่ปมใบเหลืองของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์มาฟันธงกันในห้วงเข้าด้ายเข้าเข็ม

มันก็เลยมีการมองไปถึงนัยแฝง เรื่องโยงกับเกมอำนาจที่โรมรันพันตูกันอยู่

ที่แน่ๆงานนี้ก็ทำให้รู้กันเลยว่า “ฟันไม่เลือกข้าง” โดยการที่ กกต.ลงดาบผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคประชาธิปัตย์ อย่างน้อยก็กระตุกความเป็นกลางกลบกระแสลำเอียง

ลดวาทกรรมสองมาตรฐานไปได้

และมันก็เป็นอะไรที่น่าจะโยงต่อเนื่องกันกับกระแสแว่วๆจาก กกต.ว่า ช็อตต่อไปจะต้องลุ้นประเด็นที่นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์อันดับหนึ่งของพรรคเพื่อไทย เดินสายทัวร์นกขมิ้นในช่วงมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง

หวยอาจจะออกมาที่ 3 ต่อ 2 อีกรอบ

ซึ่งถึงตอนนั้น กกต.ก็คงตอบคำถามสังคมได้ มาตรฐาน “ฟันไม่เลือกข้าง” เหมือนกัน

และตามจังหวะ “นำร่อง” คิวขององค์กรอิสระที่มาเป็นชุดๆ ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนน 8 ต่อ 0 วินิจฉัยว่า ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทขัดต่อรัฐธรรมนูญในส่วนของเนื้อหา ตามมาตรา 169 วรรคหนึ่ง และมาตรา 170 รวมทั้งมติ 6 ต่อ 2 ฟันธงกระบวนการร่างกฎหมายก็ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

ล้มโต๊ะ คว่ำกระดานกันไปอีกหนึ่งรายการ

ก่อนอื่นเลย ยังไงก็ต้องโดนเอฟเฟกต์ นายกฯยิ่งลักษณ์ และรัฐมนตรีที่รับผิดชอบน่าจะโดนลากเข้าเงี่ยงกฎหมาย ถูกฝ่ายต้านไล่บี้ให้แสดงความรับผิดชอบ

นับเป็นอีกหนึ่งเงื่อนไข รวมกับปม “หมดสถานะรักษาการ” หลังกำหนดเลือกตั้ง 30 วันเปิดประชุมสภาไม่ได้ และคิวที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ่อเชือดปมทุจริตจำนำข้าว

ต้อน “ยิ่งลักษณ์” เข้ามุมอับ เข้าเหลี่ยมโละให้ออกจากเก้าอี้นายกฯรักษาการ

และโดยสถานการณ์ก็เหมือนจะปรับโทน ปรับกระบวนท่าตั้งรับกันใหม่ ตามสถานการณ์ต่อเนื่องจากการที่มีกระแสข่าว ครม.จ่อไม่ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาเป็นการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯในการคุมสถานการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล

ล่าสุดตามเหลี่ยมที่ “สารวัตรเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ  ศรส.ชิงออกตัวล่วงหน้า หากใช้พ.ร.บ. ความมั่นคงฯ ตนเองคงไม่เหมาะที่จะเข้ามาทำหน้าที่ เพราะเป็น รมว.แรงงาน ควรเป็นนายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม หรือนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ที่ดูแลงานตำรวจมากกว่า  การที่ตนเข้ามาเป็น ผอ.ศรส. ถือว่าเป็นงานพิเศษ ถ้าไม่ใช่สถานการณ์พิเศษ รมว.แรงงาน ไม่ควรมีหน้าที่

ซึ่งอันที่จริงเลย มันก็มีกระแสการปรับเปลี่ยนบทบาทใน ศรส.อยู่แล้ว

ตามเงื่อนไขที่ “นายใหญ่” และนายกฯยิ่งลักษณ์ อยากโละ “สารวัตรเหลิม” เพราะเรียกแขกมากเกินไป เช่นเดียวกับ“เดอะปึ้ง” ที่โดนมองว่าพูดมาก เข้ากับข้าราชการลำบาก

ในขณะที่สเปกใหม่มุ่งไปที่นายชัยเกษม เพราะพูดน้อยต่อยหนัก

ที่สำคัญเชี่ยวเชิงกฎหมาย แม่นรัฐธรรมนูญ เหมาะสมกับสถานการณ์ที่รัฐบาลกำลังต่อสู้กับขบวนการล้มกระดานด้วยเหลี่ยมกฎหมาย

เหนืออื่นใด ในมุมของกระแส งานนี้ทีมของ “ทักษิณ” น่าจะต้องการลดโทน “ฮาร์ดคอร์”

เพราะรู้อยู่ ขืนยังท้าทายวัดกำลัง ตั้งท่าสู้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน

โดนเกมขององค์กรอิสระสวนแต่ละหมัด เพื่อไทยล้มกลิ้งทุกดอก.

 

ทีมข่าวการเมือง

13 มี.ค. 2557 00:26 13 มี.ค. 2557 00:26 ไทยรัฐ