วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

13 มี.ค.วันช้างไทย! ไขปม 'ลูกช้างไทย' ต้องกิน 'นมแพะ'

'ไทยรัฐออนไลน์' ต้อนรับ 'วันช้างไทย' 13 มีนาคม ด้วยการแตกประเด็นที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ ที่วันนี้ลูกช้างไทยบางส่วน ไม่ได้ถูกเลี้ยงด้วยนมแม่ แต่กลับถูกเลี้ยงด้วย 'นมแพะ' หลังมีสาเหตุมาจากการเลี้ยงดูช้างที่เปลี่ยนไปจากธรรมชาติเดิมที่กลายเป็น 'ช้างเลี้ยงเดี่ยว' มากขึ้น การเลี้ยงดูลักษณะนี้เอง ที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของลูกช้าง ตั้งแต่ลืมตาดูโลก วันนี้ จะหาคำตอบว่า ทำไมลูกช้างจึงไม่ได้กินนมแม่ และนมแพะดีจริงหรือไม่?...

เพราะแม่ช้างไม่รู้ว่า "ลูกช้าง" คืออะไร จึงไม่ให้กินนม

กว่า 50% ของแม่ช้างทั่วโลก มักจะทำร้ายลูก หรืออาจฆ่าลูก หลังจากที่คลอดออกมา โดยเฉพาะในสวนสัตว์ เนื่องมาจากแม่ช้างนั้นไม่รู้ว่านี่คือ "ลูก" และควรทำอย่างไร เพราะก่อนหน้านี้แม่ช้างที่ถูกเลี้ยงในเมือง มักถูกเลี้ยงตัวเดี่ยว หรือ 2 ตัว ไม่ได้อยู่ในโขลง จึงไม่เคยได้สัมผัส หรือเรียนรู้ว่าในชีวิตของเขามีช้างตัวอื่น ที่ทำหน้าที่พ่อแม่ หรือมีลูกช้างในโขลง แม่ช้างกลุ่มนี้ จึงไม่มีความผูกพันกับลูกเลย ทำให้สัตว์แพทย์และเจ้าหน้าที่ต้องหาวิธีการดูแลช้างระหว่างคลอด ด้วยการนำช้างตัวผู้มาอยู่ด้วย หรือสร้างบรรยากาศการคลอดที่ดี

น.สพ.สิทธิเดช มหาสาวังกุล หัวหน้าฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง ระบุว่า ทุกวันนี้ ลูกช้างจำนวนมาก ไม่เคยได้เข้าสังคมฝูง ที่มีพ่อแม่ ปู่ย่า ไม่ได้เรียนรู้ Social Behavior พอวันนึงช้างตั้งท้อง ก็คิดว่ามีสิ่งแปลกปลอมมาทำให้เจ็บ พอคลอดออกมา จึงกระทืบลูกจนตาย เป็นกรณีที่เกิดขึ้นทั่วโลก

ยังไม่สรุป เลี้ยงลูกช้างด้วย "นมแพะ" ดีจริง?

จากปัญหาที่ช้างขาดประสบการณ์ในการใช้ชีวิต และเรียนรู้สังคมฝูง จนเผลอทำร้ายลูกของตัวเอง รวมถึงปัญหาแม่ช้างไม่ยอมรับลูกช้าง ที่นำมาซึ่งปัญหาการเลี้ยงดู และการเจริญเติบโตของลูกช้าง ซึ่งโรงพยาบาลช้าง มูลนิธิเพื่อนช้าง ได้ใช้นมแพะเข้าทดแทน

น.สพ.ปรีชา พวงคำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลช้าง มูลนิธิเพื่อนช้าง กล่าวว่า ในช่วง 1 ขวบแรกของลูกช้าง ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งการเลี้ยงลูกช้างด้วยนมแม่ คือ สิ่งที่ดีที่สุด แต่หากมีปัญหาแม่ช้างไม่ยอมรับลูก ไม่ยอมให้นมลูก ทาง รพ.ได้ใช้ "นมแพะ" มาทดแทน เนื่องจากนมแพะไม่ทำให้ลูกช้างท้องเดิน ซึ่งก่อนหน้านี้ เคยให้นมวัว แต่กลับพบว่า ลูกช้างมีปัญหาท้องเดิน รวมถึงปัญหากระดูกบาง เพราะช้างดูดซึมแคลเซียมไม่ได้

"ลูกช้างที่ไม่ได้กินนมแม่ หรือกินนมวัว บางทีเดินๆ อยู่ก็กระดูกหัก ขาหักได้ ซึ่งพบเยอะมาก นอกจากนี้ ลูกช้างโตเร็วมาก จะหนักเพิ่มขึ้น 2-5 กิโลกรัมต่อวัน รวมถึงช้างจะไม่มีภูมิคุ้มกันโรค นี่เป็นปัญหา เพราะไม่ได้กินนมน้ำเหลืองของแม่ตอนคลอด ซึ่งถ้าเราทำคลอด แล้วเกิดแม่มันไม่ให้กินนม เราก็จะรีดน้ำนมช่วงแรกมาป้อนให้ลูกช้างเอง ภายใน 24 ชม. เพราะน้ำนมน้ำเหลืองนั้นสำคัญ จากนั้นที่ รพ.ค่อยเลี้ยงด้วยนมแพะ ซึ่งวันๆ หนึ่ง ช้างต้องกินนมแพะวันละ 20 ลิตร ลิตรละ 80 บาท ต้องให้กินกว่าจะครบขวบหนึ่งก็ประมาณครึ่งล้าน นี่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น" น.สพ.ปรีชา กล่าว

แต่ น.สพ.สิทธิเดช ระบุว่า เท่าที่ค้นคว้า ยังไม่เคยมีรายงานไหนยืนยันโดยตรงว่า "นมแพะ" เหมาะสมสำหรับลูกช้าง เนื่องจากตามหลักทฤษฎีนั้น นมที่ใกล้เคียงกับนมช้างมากที่สุด คือ นมคน ส่วนนมของสัตว์ชนิดอื่นนั้น ใช้ไม่ได้ เพราะจะมีปัญหาเรื่องท้องร่วง ทั้งนี้ หากลูกช้างกินแล้วไม่ท้องร่วง ก็ไม่เป็นไร แต่ถึงอย่างไร ก็อาจกระทบต่อสุขภาพของช้างได้ในระยะยาว

ทั้งนี้ น.สพ.สิทธิเดช ยังชี้ให้เห็นช่องทางการดูแลลูกช้างเมื่อยังเล็กว่า วิธีที่ดีที่สุด หากแม่ช้างไม่รับลูกของตัวเอง คือ การฝากลูกช้างไปอยู่กับแม่ช้างที่เคยมีลูก เพราะแม่ช้างจะดูแลเป็น หรือไปฝากช้างชาวบ้านเลี้ยง

ช้างไม่ใช่สินค้า ขอเจ้าของช้าง "รักช้างจริง"

น.สพ.สิทธิเดช ยังฝากถึงปัญหาของช้างที่ควรแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุด ในทัศนคติส่วนตัว ว่า อยากให้เจ้าของช้างดูแลช้างอย่างดี อย่ามองช้างเป็นเพียงเรื่องประโยชน์มากเกินไป ควรตอบแทนช้างอย่างเหมาะสมตามที่เขาช่วยเราทำงานหาเงิน หาสิ่งดีๆ มาให้ช้างอย่างเหมาะสมตามอัตภาพ และรายได้ที่ตัวเองหามา

เช่นเดียวกับ น.สพ.ปรีชา ที่ไม่ต้องการให้เอาช้างไปเปียบเทียบเป็นสินค้า หากจะเลี้ยงช้างต้องรักช้างให้จริง ไม่ใช่เอาไปใช้งานอย่างอื่น เช่น ที่ภาคใต้เอาช้างไปลากซุง หรือเอาช้างไปเร่ร่อนตามท้องถนน เช่น ช้างเล็กๆ อายุ 1 ขวบ ก็เอาไปเดิน แล้วเลี้ยงดูไม่ดี กินนมไม่ถูกต้อง ช้างก็จะท้องป่องๆ เหมือนเหมือนพุงโล เดินช้า ขาหักง่าย รวมถึงจะยังมีชีวิตที่สั้นอาจแค่ 2-3 ปีเท่านั้น

แม้การเลี้ยงลูกช้างด้วย "นมแพะ" ยังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด หรือได้รับการยืนยันอย่างกว้างขวาง ว่าจะช่วยให้ช้างนั้นสมบูรณ์จริงในระยะยาวหรือไม่ แต่การเลี้ยงดูช้างที่เปลี่ยนไป ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้องเกิดการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน ซึ่งปัญหานี้ ก็ยังคงวนเป็นซ้ำในจุดเดิม คือ ลูกช้างเกิดมาแล้วแม่ไม่ยอมรับ จึงต้องกินนมอื่นทดแทน ก่อนเติบโตมาโดยการประสบการณ์การเรียนรู้สังคมฝูง กระทั่งกลับมาตั้งท้องอีกครั้ง โดยที่ไม่รู้เลยว่า นั่นคือ ลูกของตัวเอง

การ "ขาดประสบการณ์" นี้เองเป็นผลพวงที่เกิดมาจากมองว่า "ช้าง" เป็นเพียงสัตว์ที่ใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ ในวงการธุรกิจมากกว่ามองเห็นคุณค่าของชีวิตช้าง หรือจำเป็นต้องอนุรักษ์มันไว้ ซึ่งนั่น อาจไม่ได้มีความหมายแค่ให้มันได้มีชีวิตรอดเท่านั้น แต่ควรให้มันได้ใช้ชีวิตแบบช้างด้วย.

 


'ไทยรัฐออนไลน์' ต้อนรับ 'วันช้างไทย' 13 มีนาคม ด้วยการแตกประเด็นที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ ที่วันนี้ลูกช้างไทยบางส่วน ไม่ได้ถูกเลี้ยงด้วยนมแม่ แต่กลับถูกเลี้ยงด้วย 'นมแพะ' หลังมีสาเหตุมาจากการเลี้ยงดูช้างที่เปลี่ยนไปจากธรรมชาติเดิมที่กลายเป็น 'ช้างเลี้ยงเดี่ยว' มากขึ้น... 12 มี.ค. 2557 18:40 ไทยรัฐ