วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ความเค็ม' ภัยแฝง 'ฟาสต์ฟู้ด' คนไทยบริโภคมากไปมั้ย? เนื่องในวันไตโลก!

คนไทยบางส่วนติดที่จะรับประทานอาหารที่มีรสจัดอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "เค็มจัด" เลยก็ว่าได้ คนส่วนใหญ่ติดรสชาติเหล่านี้ไม่รู้ตัว แม้ "โซเดียม" จะเป็นเกลือแร่ชนิดหนึ่ง ที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย โดยจะทำหน้าที่ควบคุมความสมดุลของของเหลวในร่างกาย รักษาความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ ถึงประโยชน์จะมีมาก แต่เมื่อบริโภคในปริมาณที่มากจนเกินไป ย่อมเสี่ยงอันตรายได้อย่างแน่นอน และเนื่องในวันที่ 13 มี.ค. ถูกกำหนดให้เป็น "วันไตโลก" ไทยรัฐออนไลน์ขอโอกาสในการเชิญชวนให้คนไทยตระหนักถึงภัยแฝงจากเกลือโซเดียม ความเค็มที่เราชื่นชอบกัน

โดยแท้ที่จริงแล้ว คนในวัยผู้ใหญ่ควรได้รับโซเดียม ประมาณวันละ 230 มิลลิกรัม หรือประมาณ 1 ใน 10 ของ 1 ช้อนชาเท่านั้น (ปริมาณสูงสุดที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้คือ วันละ 6 กรัม ซึ่งมีโซเดียมอยู่ 2,400 มิลลิกรัมเท่านั้น)

ขอเริ่มต้นเปรียบเทียบที่เกลือแกง 1 ช้อนชา มีปริมาณโซเดียมสูงถึง 1,900-2,000 มิลลิกรัม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพร้อมเครื่องปรุง 55 กรัม มีโซเดียม 1,320 กรัม เฟรนช์ฟราย 1 ห่อ จะได้รับเกลือเข้าร่างกายประมาณถึง 5,000 มิลลิกรัม ประยุกต์มาเป็น มันฝรั่งทอด และ มันทอดเสียบไม้ ทอดโรยเกลือแบบไทย การผลิตนั้นจะมีส่วนประกอบประเภทเกลือโซเดียมอยู่สูงมาก ทำให้ร่างกายขาดแคลนน้ำได้ อีกสารในมันฝรั่งทอด ยังทำให้ปิดกั้นการดูดซึมของไขมัน ทำให้การดูดซึมแร่ธาตุจากสารอาหาร ที่เรารับประทานเข้าไปได้น้อยลง มาถึง พิซซ่าถาดร้อน 1 ชิ้น มีการเติมเกลือสังเคราะห์ พบปริมาณโซเดียม 176 มิลลิกรัม ปิดท้ายด้วย นักเก็ตไก่ สุดฮิต 1 ชิ้น มีปริมาณโซเดียม 600 มิลลิกรัม

เห็นอย่างนี้แล้ว ทำให้ทราบว่า เราจะได้รับโซเดียมส่วนเกินวันละมากมาย ทั้งที่ความจริงแล้ว ร่างกายต้องการเกลือในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

กินเค็ม "โซเดียมเกิน" เสี่ยงโรคมากมายตามมา...

จากรายงานการสำรวจสภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนไทย ยังพบอีกว่า 10 ปีที่ผ่านมา อัตราการป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มจาก 259 เป็น 1,349 คน ซึ่งมีอัตราการเพิ่มที่สูงขึ้นกว่า 5 เท่า โรคความดันโลหิตสูง ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคไตเรื้อรัง โดยการได้รับโซเดียมจากการบริโภคอาหารเข้าสู่ร่างกายมากเกินไปอีกด้วย

นอกจากนี้ การบริโภคโซเดียมมากเกินไป ยังเพิ่มความเสี่ยงจากการเป็นโรคมะเร็ง ความดันโลหิต และหลอดเลือดหัวใจ แต่ถ้ายังรู้สึกว่า ชีวิตจะไร้สีสันไปสักนิด หากงดบริโภคไปเลย ก็มีข้อแนะนำแต่น้อย นานๆ ครั้งพอสบายใจบ้าง

และสุดท้าย "ไทยรัฐออนไลน์" ได้ขอคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลตนเอง และป้องกันการเกิดโรคไต และอันตรายจากโรคไต จาก แพทย์หญิงวรวรรณ  ชัยลิมปมนตรี เลขาธิการเครือข่ายลดบริโภคเค็ม กล่าวว่า พบการวิจัยคนไทยจะกินเค็มเกินค่าเฉลี่ยที่องค์การอนามัยโลกแนะนำถึง 2 เท่า และสถิติคนไทยป่วยเป็นโรคไตประมาณ 17.7% แสดงว่าคนไทยเดินมา 20 คน 1.7 คน หรือ 2 คนที่เป็นโรคไต จากปริมาณค่าเฉลี่ยคนไทยเป็นโรคไต 7.5 ล้านคน จากกลุ่มการศึกษาในประชากรที่อายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป

นอกจากนี้ ยังมี "ผงชูรส" ที่เรียกกันว่า "เกลือแฝง" ที่ถูกละเลย คิดว่าไม่เค็มไม่เป็นไร ซึ่งทำให้เพิ่มรสอร่อย เพราะฉะนั้นจะไม่รู้ว่ามันคือ เกลือ ที่มีปริมาณที่จะใส่โซเดียม ก็เทียบเท่ากับน้ำปลา เป็นอีกตัวหนึ่งที่เป็นสาเหตุให้เรากินเค็ม และเป็นโรคไตโดยไม่รู้ตัว

การแนะนำป้องกันไม่ให้เกิดโรคไต คือ ควรที่จะหมั่นไปตรวจสุขภาพ เพราะว่าโรคไต ถ้าจะรอให้รู้ว่ามีอาการหรือเป็นโรคไตจะพบว่า ไตจะหายไปแล้วกว่า 70% ไตทำงานเหลือน้อยเต็มทีถึงมีอาการ ต่อมาคือปัจจัยเสี่ยง คือการทานอาหารเค็ม ต้องลดปริมารทานเค็ม ทำง่ายๆ คือไม่ใส่ซอส หรือใส่อะไรเพิ่ม ไม่ใช้น้ำจิ้มเพิ่มเติมมาก ถัดมาก็การไม่ซื้อยาทานเอง เช่น ยาพวกปวดข้อปวดเข่า ยาสมุนไพร ยาหม้อ เพราะยาพวกนี้มีผลทำให้ไตทำงานหนักและเป็นไตวายได้ จะช่วยป้องกันได้สำหรับคนปกติ แต่ถ้าคนมีความเสี่ยงในการเป็นโรคไตเช่น เบาหวาน มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไตก็ต้องควบคุมความดันโลหิต ควบคุมน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติิ ต้องกินยาตามที่แพทย์สั่ง

อยากจะฝากเชิญชวนประชาชนป้องกันไม่ให้เป็นโรคไตได้ง่ายๆ แค่ดำรงชีวิตอย่างมีสติ ลดการทานเค็มนิดหนึ่ง ลดความอร่อยนิดหนึ่ง หมั่นดื่มน้ำมากๆ ตรวจสุขภาพ ออกกำลังกาย แค่นี้ก็จะไม่เกิดโรคไต มาเลือกรับประทานอาหารรสจืดกันดีกว่า เพื่อสุขภาพที่ดีและความสุขที่ยั่งยืนของเรา เนื่องใน "วันไตโลก".

คนไทยบางส่วนติดที่จะรับประทานอาหารที่มีรสจัดอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "เค็มจัด" เลยก็ว่าได้ คนส่วนใหญ่ติดรสชาติเหล่านี้ไม่รู้ตัว เมื่อบริโภคในปริมาณที่มากจนเกินไป ย่อมเสี่ยงอันตรายได้อย่างแน่นอน และเนื่องในวันที่ 13 มี.ค.ถูกกำหนดให้เป็น "วันไตโลก"

... 12 มี.ค. 2557 18:40 13 มี.ค. 2557 06:08 ไทยรัฐ