วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กูรู คาดกนง.ลดดอกเบี้ย อุ้มศก.ได้ไม่มาก ชี้ทางออกอยู่ที่การเมือง

กูรู คาดกนง.ลดดอกเบี้ย อุ้มศก.ได้ไม่มาก ชี้ทางออกอยู่ที่การเมือง

  • Share:

กสิกรไทย ชี้กนง.ลดดอกเบี้ย เหลือ 2.0% อุ้มเศรษฐกิจไทยอ่วมได้ไม่มาก หลังการเมือง เป็นกุญแจสำคัญ หนุนเศรษฐกิจฟื้น คาดช่วยกระตุ้นผู้บริโภคตัดสินใจซื้ออสังหาฯง่ายขึ้น...

นางพิมลวรรณ มหัจฉริยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยกับ ‘ไทยรัฐออนไลน์’ ว่า หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการนโนบายการเงิน (กนง.) มีมติ 4 ต่อ 3 เสียง ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 2.25% เหลือ 2% โดยให้มีผลทันที เพื่อเพิ่มแรงสนับสนุนให้เศรษฐกิจ และเอื้อให้ภาวะการเงินผ่อนคลายต่อเนื่องในช่วงที่เศรษฐกิจยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว

ถึงแม้ว่า กนง.จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% แต่คาดว่า จะไม่สามารถช่วยสนับสนุนหรืออุ้มระบบเศรษฐกิจไทยที่กำลังชะลอตัวอยู่ในขณะนี้ให้ดีขึ้นได้ทั้งระบบ เพราะขณะนี้ปัจจัยทางการเมืองยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ดังนั้น หากสถานการณ์ทางการเมืองมีความรุนแรง และยังคงยืดเยื้ออึมครึมต่อไปเช่นนี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจะไม่ส่งผ่านหรือกระตุ้นระบบเศรษฐกิจได้มากนัก

หากสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ โดยรัฐบาลมีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศและสามารถขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผนวกกับ กนง.ลดอัตราดอกเบี้ย จึงจะเป็นวิธีที่ช่วยให้เศรษฐกิจของครึ่งปีหลัง ไม่ว่าจะเป็นการบริโภค การใช้จ่าย การลงทุน สามารถปรับตัวได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

ขณะเดียวกัน ก็จะมีกลุ่มผู้บริโภคก่อนหน้านี้มีการพิจารณาหรืออยู่ในขั้นตอนที่กำลังตัดสินใจ ที่มีความต้องการในส่วนของบ้าน ที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ โดยมีกำลังซื้อและความต้องการเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั้น เมื่อกนง.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเช่นนี้ ก็จะช่วยให้สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วขึ้น เพราะดอกเบี้ยในการกู้ยืมปรับตัวถูกลง

ขณะที่ ปัจจัยหลักที่มีผลต่อเศรษฐกิจไทยยังคงเป็นเรื่องของการเมือง รองลงมาคือ การส่งออก เพราะหากว่า การส่งออกไม่สามารถฟื้นตัวได้ ก็จะมีความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอยต่อเนื่องหนักขึ้นไปอีก และปัจจัยของการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย คือปัจจัยลำดับสุดท้ายท่ีจะมีพลังที่จะกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ประมาณการอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งอาจต่ำกว่าร้อยละ 3 และหากว่า ความขัดแย้งทางการเมืองลากยาวเกินช่วงครึ่งปีแรก แต่ไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง และไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ทันช่วงกลางปี อาจทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำลงไป ใกล้ระดับร้อยละ 2 แต่หากมีความรุนแรงเกิดขึ้น จะส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เพียงร้อยละ 0.5 เท่านั้น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้