วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สถิติคนเร่ร่อนปี 56 พุ่ง พบการ์ด กปปส.ใช้บริการทางเพศแบบไม่ใส่ถุงยาง

สถิติคนเร่ร่อนปี 56 พุ่ง พบการ์ด กปปส.ใช้บริการทางเพศแบบไม่ใส่ถุงยาง

  • Share:

'มูลนิธิอิสรชน' เผยผลสำรวจคนเร่ร่อนปี 56 พบ เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ชีิ้ มีปัจจัยชุมนุมทางการเมืองเข้ามาเกี่ยว ส่งผลคนเร่ร่อนมากขึ้น ขณะเดียวกันพบผู้ขายบริการทางเพศอิสระที่มีเชื้อ HIV กลับมาให้บริการ โดยมีการ์ด กปปส.ใช้บริการแบบไม่สวมถุงยางอนามัย...

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2557 มูลนิธิอิสรชน ร่วมกับบ้านมิตรไมตรี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แถลงสถานการณ์ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ หรือ คนเร่ร่อน ปี 2526 รวมถึงผลกระทบทางการเมืองที่มีกระทบคนเร่ร่อน

นายนที สรวารี เลขาธิการมูลนิธิอิสรชน กล่าวว่า จากการสำรวจตัวเลขผู้ที่ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ หรือคนเร่ร่อนเมื่อปี 2556 พบว่าจำนวนคนเร่ร่อนเพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากที่พบในปี 2555 จำนวน 2,856 คน เพิ่มขึ้นในปี 2556 จำนวน 284 คน ร่วมเป็น 3,140 คน แบ่งเป็นเพศหญิง 1,944 คน ผู้ชาย 1,196 คน โดยแบ่งกลุ่มคนที่ใช้พื้นที่สาธารณะออกเป็น 13 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มคนเร่ร่อน จำนวน 900 คน 2. กลุ่มคนใช้พื้นที่สาธารณะเป็นที่หลับนอน 842 คน 3. กลุ่มคนเร่ร่อนที่ติดสุรา 806 คน 4. กลุ่มผู้ป่วยข้างถนน 683 คน 5. กลุ่มคนจนเมือง 597 คน 6. กลุ่มคนไร้บ้าน 461 คน 7. กลุ่มพนักงานบริการอิสระ 398 คนซึ่งเป็นตัวเลขจากการสำรวจในช่วงเวลากลางวัน หากรวมทั้ง 24 ชั่วโมงจะมีพนักงานบริการอิสระกว่า 1,000 คนในพื้นที่คลองหลอดวัดเทพธิดารามและสนามหลวง  8. คนเร่ร่อนไร้บ้าน 323 คน 9. กลุ่มผู้พ้นโทษ 56 คน 10. กลุ่มครอบครัวแรงงานเพื่อนบ้าน 34 คน 11. กลุ่มชาวต่างชาติเร่ร่อน 22 คน 12. กลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ 15 คน และ 13. กลุ่มเด็กเร่ร่อนและครอบครัวเร่ร่อน 380 คน พบคนเร่ร่อนมากที่สุดที่เขตพระนคร จำนวน 556 คน รองลงมาเขตบางซื่อ 275 คน เขตจตุจักร 228 คนและเขตปทุมวัน 207 คน

“การเพิ่มขึ้นของคนที่ใช้พื้นที่สาธารณะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นปีละ 100 คน แต่ปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 200 คน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการตกค้างของคนที่มาร่วมชุมนุมทางการเมืองที่ยังคงมีอยู่ขณะนี้ ซึ่งพบว่าทุกปีจะมีสัดส่วนของผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และยังพบอีกว่าในกลุ่มคนที่ติดสุรา มีการนำใบกระท่อมมาแช่ในสุราแล้วดื่มร่วมด้วย ทำให้ผู้ที่ติดสุราอยู่แล้วดื่มหนักมากขึ้น และมีอาการเบลอ บางคนดื่มหนัก จนมีการป่วยทางสมอง และยังพบว่าในช่วงปีที่ผ่านมา มีคนเร่ร่อนเสียชีวิตไปแล้ว 24 คน ส่วนใหญ่มาจากโรคประจำตัว และพบว่าในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาเสียชีวิต 4 คน เสียชีวิตจากอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งคนเหล่านี้ไม่ได้รับการให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที” นายนที กล่าว

นายนที กล่าวอีกว่า จำนวนที่เพิ่มขึ้น มีนัยสำคัญมาการสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร และพบมีคนเร่ร่อนหน้าใหม่ ที่มากจากภาคใต้จำนวนมาก เมื่อสอบถามทราบว่า เดินทางมาร่วมชุมนุมทางการเมือง และไม่อยากกลับบ้าน จึงเข้าไปอยู่ในพื้นที่คลองหลอดและสนามหลวง 140 คน ปัจจุบันได้ให้ความช่วยเหลือและส่งกลับบ้านแล้วประมาณ 70 คน ยังตกค้างและเร่ร่อนอยู่ในพื้นที่ปทุมวัน คลองหลอดและสนามหลวงกว่า 70 คน ซึ่งในจำนวนคนเร่ร่อนที่ตกค้างจากการชุมนุม ครึ่งหนึ่งมีอาการป่วยทางจิต นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลจากการสอบถามพนักงานขายบริการอิสระพบว่า ในช่วงที่มีการชุมนุมพบหญิงขายบริการทางเพศที่หยุดขายบริการทางเพศ กลับมาขายบริการทางเพศใหม่ และในจำนวนนี้กว่าครึ่งหนึ่งติดเชื้อ HIV โดยมีการ์ด กปปส.ใช้บริการโดยไม่ใส่ถุงยางอนามัย ซึ่งกลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะติดเชื้อ HIV กลับไป

นายนที เสนอว่า การแก้ปัญหาคนเร่ร่อน ไม่ใช่การที่จะจับคนเหล่าที่ออกจากพื้นที่สาธารณะ แต่สังคมต้องเข้าใจ และมองคนกลุ่มนี้เท่ากัน รวมถึงต้องปรับทัศนคติว่าพวกเขาไม่ใช้คนที่จะมาสร้างปัญหา ต้องเปิดพื้นที่สำหรับพวกเขาด้วย โดยที่ผ่านมา พม.มีการเสนอ พ.ร.บ.คนไร้ที่พึ่ง ซึ่งมีการผลักดันมานานแล้วแต่ยังค้างในในรัฐสภา แต่ปัญหาทางการเมืองก็ทำให้กฎหมายไม่ได้ถูกเสนอและผลักดันให้เกิด ถ้ามีกฎหมายฉบับนี้ก็มีความชัดเจนมากขึ้น

ด้านนางงามจิต แต้สุวรรณ หัวหน้าบ้านมิตรไมตรี กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า พม. มีบ้านมิตรไมตรี 11 แห่ง เพื่อรองรับคนไร้ที่พึ่ง หรือคนเร่ร่อน 11 แห่งทั่วประเทศ ที่เป็นที่พักพิงให้คนไร้ที่พึ่งได้เข้ามารับบริการ แต่ก็ยังไม่เพียงพอและยังไม่สามารถดูแลคนกลุ่มนี้ได้ทั้งหมด ซึ่งยังมีปัญหาเรื่องงบประมาณและสถานที่ที่ยังมีจำกัด แต่การทำงานของบ้านมิตรไมตรี ยังให้ความรู้ในเรื่องของสิทธิ์ และความเท่าเทียมกับคนที่เข้ามาใช้บริการให้ได้รับความรู้ และส่งเสริมให้พวกเขามีอาชีพตามความถนัด เพื่อสามารถมีงานทำและสามารถออกไปใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป และให้เขาอยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรีด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้