วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตัวอุบาทว์

ตัวอุบาทว์

  • Share:

นิทานเรื่องตัวอุบาทว์ เล่าสู่กันฟังอยู่บ่อยๆ วันนี้ จะลองเล่าอีกสักที

กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว พระราชาเมืองหนึ่ง ปลอมพระองค์เป็นคนธรรมดา เสด็จไปดูชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร จนถึงบ้านคฤหาสน์ร้างหลังใหญ่

“บ้านก็สวย โอ่อ่าหรูหรา ทำไมจึงไม่มีคนอยู่” ทรงเลียบเคียงถามชาวบ้าน

“ตัวอุบาทว์ลง...” ชาวบ้านบอก

ทรงสงสัย “ตัวอุบาทว์” หน้าตาเป็นยังไง ฤทธิ์เดชแค่ไหน ทำให้บ้านหลังใหญ่ กลายเป็นบ้านร้าง “ไม่มีใครตอบได้”

เสด็จกลับถึงวัง เรียกประชุมเสนาอำมาตย์ แล้วตรัสถามที่ประชุมหลายคนเคยได้ยินเรื่องความร้ายกาจของตัวอุบาทว์ ลงที่ไหนวิบัติฉิบหายที่นั่น แต่ก็ไม่มีใครเคยเห็น
ทรงสั่งเสนาฯผู้ชาญฉลาด “ภายใน 7 วัน เจ้าต้องเอาตัวอุบาทว์ มาให้ดูให้ได้”

เสนาฯรับคำสั่งแล้วเที่ยวไปถามผู้เฒ่าผู้แก่ ครูบาอาจารย์ทั้งเมือง ก็ไม่ได้เค้าลาง 6 วันผ่านไป ก็จนปัญญา รู้ว่าใกล้เวลาหัวขาดเต็มที จึงคิดหนีเอาตัวรอด เดินหนีเข้าป่า
เดินลึกเข้าไป อย่างคนใจลอย จนไปถึงอาศรมพระฤาษี ก็เข้าไปกราบ เล่าทุกข์ใจให้ฟัง

“แค่นี้หรือท่านเสนาฯ เดี๋ยวฉันจะหาให้เอง” คำตอบพระฤาษีทำเอาเสนาใหญ่ใจชื้น

พระฤาษี สั่งให้เสนาฯไปตัดกระบอกไม้ไผ่ ที่มีปล้องยาวเท่าแขนมากระบอกหนึ่ง พระฤาษีถือหายเข้าไปในอาศรมครู่ใหญ่ แล้วก็เอากระบอกไม้ไผ่ อุดปากกระบอกแน่นด้วยใบไม้ มายื่นให้

“ตัวอุบาทว์อยู่ในนี้” พระฤาษีกำชับ “แต่มันไวมาก ห้ามเปิดออกดูกลางทางเด็ดขาด ไม่เช่นนั้น มันจะกระโดดหนีไปเสียก่อน แล้วเวลาจะดู ก็ห้ามเทออกมาดู ให้ก้มดูในกระบอกอย่างเดียว”

เสนาฯประคองกระบอกตัวอุบาทว์ เอาไปถวายพระราชาทันเวลา 7 วันพอดี ต่อหน้าเสนาอำมาตย์เต็มท้องพระโรง พระราชาอยากรู้รีบดูก่อนใคร...แต่มองเท่าไหร่ ก็ยังเห็นไม่ชัด ลองเขย่ากระบอก ก็ได้ยินเสียงขลุกๆ

พระราชาก้มดูอีกครั้ง คราวนี้ดูนาน แล้วก็ตรัส “เออ...ฉันว่าตัวอุบาทว์นี่ เหมือนกบ”

มหาอำมาตย์ใหญ่ รับจากพระราชาไปดูเป็นคนต่อมา ก็เห็นไม่ชัดเหมือนกัน แต่เมื่อพยายามเพ่งดูแล้ว ก็กราบทูล

“กระหม่อมว่า ไม่เหมือนกบ เหมือนอึ่งมากกว่า”

พระราชาสั่งให้ส่งกระบอก ดูกันต่อๆไป อีกหลายๆคน ต่างดูต่างก็เห็นต่างกันไป บ้างก็ว่าเหมือนกบ ตามพระราชา บ้างก็ว่าเหมือนอึ่งตามมหาอำมาตย์ แต่ก็มีบางคน เห็นต่างไปเป็น เหมือนตุ๊กแก เหมือนจิ้งจก

ยิ่งดูๆกันไป ความเห็นที่ต่าง ก็แบ่งเป็นสองข้าง ข้างคนแก่ และข้างคนหนุ่ม พอเริ่มเถียงกัน คนแก่ก็อ้างว่า เป็นเด็กทำไมจึงไม่เชื่อผู้ใหญ่ “เด็กเมื่อวานซืนเพิ่งรับราชการ จะมารู้ดีกว่าผู้ใหญ่ที่ทำงานมายาวนานได้อย่างไร”

ผู้ใหญ่ขึ้นเสียง เด็กก็โกรธ “ท่านแก่จะเข้าโลงอยู่แล้ว หูตาฝ้าฟาง ยังไม่เจียมสังขาร น่าจะกลับไปเลี้ยงหลานอยู่ที่บ้าน” ผู้ใหญ่ก็ขึ้นเสียงดัง ไม่ยอมลดราวาศอก

แก่หนุ่มบางคู่เถียงกัน ถึงขั้นวางมวยลืมตัวว่าอยู่หน้าพระพักตร์ พระราชาเห็นท่าจะไปกันใหญ่ ทรงรำพึง

“ไอ้ตัวอุบาทว์ นี่มันช่างร้ายกาจนัก นี่ขนาดมันอยู่ในกระบอก ถ้ามันออกมาเพ่นพ่าน บ้านเมืองฉันคงฉิบหายวายป่วง”

ทรงประกาศให้เอาตัวอุบาทว์ไปปล่อยคืนป่า...

ขณะที่เสนาฯถือกระบอกไปป่า เกิดสงสัยว่า ไหนๆก็จะทิ้งมันไปแล้ว ขอดูหน้าตามันเสียหน่อย จึงค่อยๆเทตัวอุบาทว์ออกมาสิ่งที่เห็นตรงหน้า คือชานหมาก ก้อนเดียว

แท้จริงตัวอุบาทว์ ต้นเหตุแห่งความวิบัติฉิบหาย ก็คือการ ทะเลาะเบาะแว้ง แตกแยกสามัคคีในหมู่คนบ้านเมืองเดียวกัน

น่าสงสาร บ้านเมืองที่ตัวอุบาทว์ลง เสียจริงๆ.


กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้