วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทรพีทําแผน3ศพ


จ่อยิงเรียงหัวพ่อแม่น้อง อ้างถูกด่า-เบี้ยวซื้อรถให้ สํานึกผิดขอขมาหน้ารูป

ลูกชายคนโตสารภาพฆ่าโหดพ่อ แม่และน้องชาย 3 ศพ อ้างสาเหตุพ่อแม่รักน้องมากกว่าแถมทวงสัญญาที่พ่อแม่จะซื้อรถเก๋งให้แต่ไม่ซื้อ และยังถูกด่าซ้ำสุมไฟแค้นเต็มอก ฉวยโอกาสช่วงกลางดึกที่เหยื่อนอนหลับสนิทในห้องเดียวกันใช้ทูตสังหาร 9 มม. จ่อยิงทีละศพแล้วโยนความผิดให้น้องชายเป็นคนลงมือแล้วฆ่าตัวตาย แต่วางปืนผิดทิศแถมออกพิรุธหลายอย่างเลยไม่รอดถูกสอบเค้นหนักจนต้องยอมรับสารภาพ ส่วนประเด็นสังหารไม่เกี่ยวเรื่องเงินประกันของทั้ง 3 ศพ ส่วนจิตแพทย์ชี้สาเหตุความรุนแรงมาจาก 3 ปัจจัย

จากคดีฆ่า 3 ศพพ่อแม่ลูกคือนายเอนก (นาม สมมติ) อายุ 44 ปี เจ้าหน้าที่ป่าไม้ชำนาญการในพื้นที่ จ.น่าน นางพิมพร (นามสมมติ) อายุ 41 ปีและนายบอย (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ลูกชายคนเล็ก เรียนชั้น ม.4 ถูกยิงด้วยปืน 9 มม. เข้าขมับซ้ายทะลุขวาทั้ง 3 ศพ ในหมู่บ้านเมลาวิลล์ ซอยรังสิต-นครนายก 46 ถนนเสมา-ฟ้าคราม ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยตอนแรกเข้าใจว่าลูกชายคนเล็กคือนายบอยเป็นคนลงมือแล้วยิงตัวตายตาม ภายหลังคดีได้คลี่คลายออกมาอย่างทะลุปรุโปร่ง เมื่อลูกชายคนโตคือนายบี (นามสมมติ) อายุ 18 ปี นักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยชื่อดังรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือปลิดชีพพ่อ แม่ และน้องชายเองกับมือ

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 มี.ค. ที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.อำนาจ จันทร์เจริญ รอง ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.ตระกูล เกียวประเสริฐ ผกก.สภ.ประตูน้ำ–จุฬาลงกรณ์ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ประตูน้ำ–จุฬาลงกรณ์ ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายบี (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ลูกชายคนโตของนายเอนก กับนางพิมพร ข้อหาฆ่าคนตายโดยใช้ปืนยิงพ่อ แม่และน้องชายตัวเองเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 57 ที่ผ่านมา โดยศพของนายเอนกกับนางพิมพร นอนอยู่บนเตียงนอน สภาพทั้ง 2 ถูกยิงด้วยปืน 9 มม. ยี่ห้อกล๊อก 19 เข้าขมับซ้ายทะลุขวา ส่วนศพนายบอย ลูกคนเล็กนอนบนพื้นห้องเดียวกัน ถูกยิงด้วยกระสุนขนาดเดียวกันเข้าขมับซ้ายทะลุขวา โดยปืนถูกจัดฉากตกอยู่ข้างมือขวาของนายบอย

การสอบสวนตอนแรกเข้าใจว่านายบอย ลูกคนเล็กของผู้ตายทั้ง 2 เป็นคนลงมือยิงแล้วฆ่าตัวตายตาม แต่ภายหลังชุดสืบสวนพบพิรุธเกี่ยวกับการวางปืน การปิดกล้องวงจรปิด คำให้การของนายบอย ลูกชายคนโต และผลการตรวจของแพทย์ระบุว่า  เหยื่อถูกยิงเข้าขมับซ้ายทะลุขวา แต่ปืนกลับตกอยู่ฝั่งขวามือของนายบอย ลูกชายคนเล็ก ต่อมาชุดสืบสวนจึงเชิญตัวนายบี สอบสวนเพิ่มเติมพร้อมพาไปค้นรถและคอนโดมิเนียมใกล้มหาวิทยาลัยที่นายบีพักอาศัย จากการสอบเค้นอย่างหนักหลายชั่วโมง ในที่สุดนายบียอมรับสารภาพว่า เป็นคนก่อเหตุยิงพ่อ แม่ และน้องชายเอง

นายบีให้รายละเอียดว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถมาจากคอนโดฯใกล้มหาวิทยาลัยกลับบ้าน เพื่อทวงสัญญากับพ่อและแม่ เรื่องที่เคยรับปากจะซื้อรถเก๋งคันใหม่ให้หากสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ซึ่งตนสอบได้และเรียนได้ 1 ปีแล้ว แต่ไม่มีวี่แววว่าจะซื้อให้ แต่กลับถูกพ่อกับแม่ดุด่าเรื่องผลการเรียนตกต่ำ ไม่สนใจเรียนและเรื่องอื่นๆ รวมถึงเรื่องน้องที่รู้สึกว่าพ่อแม่รักน้องมากกว่า ยิ่งพ่อกับแม่ไม่ยอมซื้อรถใหม่ให้ยิ่งทำให้รู้สึกโกรธแค้นอย่างมาก จึงวางแผนฆ่า โดยตอนแรกตั้งใจจะวางยานอนหลับทั้ง 3 ก่อนแต่ทำยาหล่นแตกเสียก่อนเลยเปลี่ยนใจไม่วางยาแล้ว

ลูกชายปืนโหดสารภาพอีกว่า หลังร่วมกันกินหมูกระทะจนดึกแล้ว ต่างแยกย้ายกันเข้านอนโดยตนนอนที่ห้องนอนชั้น 2 ส่วนพ่อ แม่ และน้องชาย นอนที่ห้องฝั่งตรงข้าม ขณะที่ทั้ง 3 คนหลับสนิท ย่องไปหยิบปืนของพ่อที่วางในห้องนอนของตนเดินไปเปิดห้องนอนของพ่อ พบทั้ง 3 คนนอนจึงใช้ทูตสังหารจ่อยิงแม่ พ่อและน้องชายเรียงตัว โดยที่ทั้ง 3 ยังไม่ทันต่อสู้ ตอนแรกคิดจะยิงแม่เพียงคนเดียวแต่เกรงว่าพ่อและน้องชายจะตื่นมาเจอเลยตัดสินใจยิงทั้ง 3 คน หลังลงมือกลัวความผิดเลยจัดฉากนำปืนมาวางไว้ข้างศพน้องชาย เพื่อโยนความผิดให้น้องแต่เวรกรรมมีจริงวางปืนผิดทิศ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจพบพิรุธหลายอย่างจนต้องยอมรับสารภาพ ส่วนเรื่องเงินประกันชีวิตของทั้ง 3 คนนั้น ตนไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้น เพียงแต่น้อยเนื้อต่ำใจที่พ่อกับแม่รักน้องมากกว่าตนเท่านั้น

นายบีกล่าวอีกว่า หลังฆ่าพ่อ แม่ และน้องเสร็จแล้ว ได้กลับเข้าไปนอนตามปกติ จนกระทั่งเช้าของวันที่ 10 มี.ค. ได้ขับรถออกจากบ้านกลับไปที่คอนโดฯทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วโทรศัพท์ไปหาป้าว่าบอกว่าติดต่อพ่อแม่ไม่ได้ กระทั่งบ่ายขับรถพาป้าย้อนกลับบ้านอีกครั้ง พบทั้ง 3 คนถูกยิงตาย “ผมรู้สึกเสียใจที่ก่อเหตุครั้งนี้ ขอโทษพ่อแม่และน้องร่วมทั้งญาติทุกคนด้วยครับ” นายบีกล่าว

ส่วน พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า สาเหตุการสังหารครั้งนี้เพราะผู้ตายน้อยเนื้อต่ำใจว่าไม่มีใครรัก พ่อและแม่รักน้องมากกว่ารวมทั้งเรื่องรถป้ายแดงที่พ่อแม่สัญญาว่าจะซื้อให้แต่ไม่ซื้อ เมื่อทวงถามก็ถูกดุด่าทุกครั้งและให้รถกระบะคันเก่าไปใช้ แต่ผู้ต้องหาต้องการรถเก๋งนิสสันเทียนาแต่ไม่ได้เลยก่อเหตุดังกล่าว ส่วนการยิงปืนของผู้ต้องหาค่อนข้างจะชำนาญเพราะเคยฝึกซ้อมยิงปืนกับพ่อเป็นประจำเลยทำให้มีความชำนาญและแม่นยำในการยิงปืนอย่างดี ทำให้ทุกคนในบ้านถูกยิงโดยไม่ทันตั้งตัว แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้หลักฐานสำคัญมัดตัวผู้ต้องหาจนนำไปสู่การจับกุมในที่สุด หลังแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายบีไปทำแผนที่บ้านทันที

พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ รอง ผอ.ฝ่ายการแพทย์ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวถึงคดีนี้ว่า จากการวิเคราะห์สามารถแบ่งสาเหตุได้ 3 เรื่องคือ 1.จากตัวผู้ก่อเหตุโดยเฉพาะเรื่องติดสิ่งเสพติด ติดเกมที่ทำให้ความยับยั้งชั่งใจลดน้อยลง หากติดสิ่งเสพติดยิ่งก่อให้เกิดโอกาสกระทำภายใต้วัตถุออกฤทธิ์ประสาทหลอนได้ 2.การเลี้ยงดู เช่น ครอบครัวเลี้ยงดูด้วยความรุนแรงมีการทำร้ายร่างกายหรือจิตใจด้วยการด่าทอ  หรือเด็กที่ถูกตามใจมากๆ กรณีนี้ทำให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน เพราะจะทำให้เด็กรู้สึกว่าต้องได้ตลอดเวลา การที่ไม่เคยถูกขัดใจจึงไม่รู้จักการหักห้ามใจ ยับยั้งชั่งใจ ไม่รู้จักสิทธิตนเอง สิทธิผู้อื่น เมื่อมีความรู้สึกว่าอยากได้ก็ต้องได้จนเป็นเหตุให้ตัดสินใจผิดๆ และ 3.สิ่งแวดล้อม เช่น ถูกรังแกในโรงเรียน หรือเป็นคนรังแกคนอื่น และการเข้าถึงอาวุธ

พญ.วิมลรัตน์กล่าวอีกว่า การเลี้ยงดูเด็กจำเป็นต้องใช้ความรักและกฎระเบียบอย่างมีความสมดุลกันคือ ไม่ใช่รักลูกแต่ใช้วิธีการดุด่าเพียงอย่างเดียวหรือใช้แต่กฎระเบียบอย่างเดียว เพราะเด็กจะไม่สามารถรับรู้ได้ถึงความรักความปรารถนาดี เด็กอาจจะอยู่ในกฎทำตามพ่อแม่สั่ง แต่เป็นคนดื้อเงียบ ดังนั้นการเลี้ยงดูลูกจึงต้องสร้างสมดุลระหว่างความรักและกฎระเบียบ  สาเหตุที่ทำให้ก่อเหตุรุนแรงนั้น ส่วนใหญ่มักจะเกิดได้จากความหุนหันพลันแล่น ด้วยการถูกกระทำด้วยความรุนแรงบ่อยครั้งจนตอบโต้กลับ

12 มี.ค. 2557 07:25 ไทยรัฐ