วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บึมสวนลุมฯ สาหัส1 ลงที่พักการ์ด


ชงครม.นัดหน้า ยกเลิก‘ฉุกเฉิน’ ฟ้อง‘ปู’-ร่วมฆ่า

“ยิ่งลักษณ์” ตั้งลำลงนามยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กลับไป ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงแทน อ้างภาคธุรกิจเรียกร้อง  กปปส.ลดจุดชุมนุมลง สมช.ยอมรับสถานการณ์คลี่คลาย มีข้อจำกัดของศาลแพ่ง ศรส.สั่งหัวหน้าหน่วยงานรัฐที่ถูกม็อบปิด ดำเนินคดีอาญาพ่วงคดีแพ่งภายใน 24 ชั่วโมง แกนนำม็อบ ประสานเสียง ปชป.ทำนายล่วงหน้านับจากนี้ 2 เดือนประเทศไทยอยู่ในห้วงอันตราย ระเบิดลงเต็นท์การ์ดเวทีสวนลุมพินี ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ญาติเหยื่อ ผ่านฟ้าฟ้อง “ปู” ฐานร่วมกันก่อหรือใช้ผู้อื่นฆ่าคนโดยเจตนา

หลายฝ่ายรวมถึงภาคธุรกิจต่างชาติ จับตาท่าทีของรัฐบาลต่อการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ล่าสุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เตรียมลงนามเลิกใช้กฎเหล็กดังกล่าว ก่อนที่จะครบอายุการประกาศใช้ 60 วัน ในวันที่ 23 มี.ค.นี้

“ปู” เยี่ยมเหยื่อบาดเจ็บเหตุชุมนุม

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ช่วงเช้าวันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เดินทางไปโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจ ด.ต.ธีรเดช เล็กภู่ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นคนเตะระเบิดที่ถูกโยนเข้าใส่กลุ่มตำรวจ บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ จากเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่เมื่อวันที่ 18 ก.พ. รวมถึงเยี่ยมตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ชุมนุม และยังได้เยี่ยมนายยืม นิลหล้า อายุ 33 ปี อาชีพ รปภ.ถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ถูกจับมัดแขน มัดขา ปิดตา ทิ้งลงแม่น้ำบางปะกง ถนนบางนา-ตราด กม.50 เมื่อวันที่ 1 มี.ค.

จากนั้นได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดินทางไปถึงโรงเรียนนายร้อยสามพราน จ.นครปฐม เมื่อเวลา 10.00 น. เพื่อเป็นประธานการประชุม ครม. ซึ่งมีบรรดารัฐมนตรีเข้าร่วมพร้อมเพรียง

นายกฯตั้งแท่นยกเลิกกฎเหล็ก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เตรียมตัดสินใจจะยกเลิกการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ที่จะครบการประกาศใช้ 60 วัน ในวันที่ 23 มี.ค. หลังจากภาคธุรกิจเรียกร้องให้มีการยกเลิก เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันที่ประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) ที่มีตัวแทนหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าร่วมการประชุม มีเสียงส่วนใหญ่เห็นว่า ควรยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะกลุ่ม กปปส.ลดจุดการชุมนุมลงและจำนวนผู้ชุมนุมลดน้อยลง รวมถึงด้วยข้อจำกัด 9 ข้อของศาลแพ่ง ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยากลำบาก ดังนั้นนายกฯเตรียมลงนามยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก่อนวันที่ 22 มี.ค. จากนั้นจะเสนอที่ประชุม ครม.เพื่อรับทราบในสัปดาห์หน้า หรือมีความเป็นไปได้ที่นายกฯจะเรียกประชุม ครม.ชุดพิเศษก่อน เพื่อออกเป็นมติ ครม. จากนั้นจะกลับไปใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ และใช้ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) เป็นฝ่ายปฏิบัติแทน ศรส.

ชี้ไม่เท่าเทียมบ่อเกิดแยกประเทศ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์พิเศษสถานีโทรทัศน์ ซีเอ็นเอ็น ในรายการ “EXCLUSIVE: Thailand Prime Minister Yingluck Shinawatra on missing airplane, domestic protests” ถึงกรณีการปฏิวัติรัฐประหารว่า การปฏิวัติรัฐประหารในอดีตเป็นบทเรียนที่เพียงพอให้กับทุกคนว่า ไม่ได้ทำให้ปัญหาในประเทศไทยคลี่คลายลงได้ กลับเป็นผลที่จะซ้ำเติมประเทศไทย เชื่อว่าถ้าเรารักษาความสงบไม่ให้เกิดเหตุความรุนแรง การปฏิวัติรัฐประหารจะไม่เกิดขึ้น วันนี้โลกได้เปลี่ยนไป รัฐประหารไม่ใช่คำตอบและนานาประเทศจะไม่ปล่อยให้ประเทศไทยเข้าสู่การปฏิวัติรัฐประหาร ส่วนความต้องการแบ่งแยกประเทศ จะไม่ยอมให้ใครมาแยกดินแดนประเทศไทย ประเทศไทยต้องเป็นหนึ่ง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยากให้มองในหลายมิติ ทั้งความรู้สึกที่น้อยเนื้อต่ำใจ ความเสมอภาค ความยุติธรรม ต้องเป็นพื้นฐานที่จะต้องดูแลให้ทุกคนในสังคมไทยได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมกัน ถ้ามีการดูแลอย่างเท่าเทียมกัน ความรู้สึกต่างๆจะไม่เกิดขึ้น

สมช.รับโอกาสสูงปิดฉาก ก.ม.ฉุกเฉิน

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการพิจารณายกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการประมวลสถานการณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) คาดภายใน 1-2 วัน จะสามารถนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ศรส.ได้ แนวโน้มตอนนี้มีความเป็นไปได้สูงเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ว่า จะยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เนื่องจากสถานการณ์มีความคลี่คลาย รวมถึงข้อจำกัดของศาลแพ่ง และข้อเรียกร้องของ 7 องค์กรภาคเอกชน จึงจะกลับมาประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงเหมือนเดิม

ศรส.สั่งรัฐฟ้องอาญา–แพ่ง กปปส.

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ที่ตั้งศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) มีการประชุม ศรส. โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. เป็นประธาน ภายหลังการประชุม นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการ ศรส.แถลงว่า กรณีที่ กปปส.นำมวลชนไปตามสถานที่ราชการที่เปิดทำการแล้วและบริษัทเอกชนหลายแห่งอย่างต่อเนื่อง ศรส.เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดอาญาและแพ่ง จึงมีหนังสือแจ้งปลัดกระทรวงทุกกระทรวงให้แจ้งหัวหน้าหน่วยงานทุกหน่วยงานที่ถูกปิดล้อม ปิดกั้น หรือขับไล่ข้าราชการ ให้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีอาญาและแพ่งต่อพนักงานสอบสวนภายใน 24 ชั่วโมง โดยไม่มีการละเว้นเป็นอันขาด ส่วนที่พระพุทธอิสระปิดล้อม บุกรุก และยืดถือครอบครองพื้นที่โดยรอบอาคารดีเอสไอ หากคำนวณค่าเสียหายอาจเป็นเงินจำนวนสูงหลายล้านบาท อธิบดีดีเอสไอได้มีหนังสือแจ้งอัยการสูงสุดขอให้แต่งตั้งพนักงานอัยการเพื่อฟ้องคดีแพ่งข้อหาละเมิดต่อพระพุทธอิสระ และขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวด้วยแล้ว

ระเบิดลงเต็นท์การ์ดเวทีสวนลุมพินี

เมื่อเวลาประมาณ 05.20 น. เกิดเหตุระเบิดขึ้นภายในสวนลุมพินีฝั่งประตูด้านหลังลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 ที่ใช้เป็นเวทีการชุมนุมของกลุ่มกปปส. แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงรุดไปตรวจสอบพบว่า ที่เกิดเหตุอยู่ภายในรั้วของการประปานครหลวง ภายในมีแผงควบคุมการใช้น้ำประปาภายในสวนลุมพินี และถูกใช้เป็นเต็นท์ที่พักของกลุ่มการ์ด สภาพเต็นท์พังยุบลงมา ข้าวของกระจัดกระจาย มีรอยเลือดหยดเป็นทางหลายจุด ตาข่ายกันแสงแดดด้านบนมีรอยทะลุเป็นรู โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร 2 นาย เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าเป็นระเบิดชนิดใด ต้องรอเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. (อีโอดี) บช.น. เข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.จุฬาฯ ทราบชื่อนายอดุลย์ มณีเสวก อายุประมาณ 35 ปี ชาว จ.นคร– ศรีธรรมราช และเป็นการ์ด ได้รับบาดเจ็บถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกายหลายแห่ง

รปภ.แฉนาทีระทึกเจ็บสาหัส 1 คน

สอบถามนายเชาวลิต ทองบุญยัง อายุ 30 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช การ์ด กล่าวว่า บริเวณดังกล่าวเป็นที่พักของการ์ด ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 05.15 น. กำลังนอนพักผ่อนอยู่ในเต็นท์ติดกับนายอดุลย์ มณีเสวก ส่วนนายอดุลย์เพิ่งกลับมาที่เต็นท์หลังจากดูแลความปลอดภัยบนสะพานลอยไทย-ญี่ปุ่น เพื่อป้องกันเหตุช่วงกลางดึก ขณะที่นายอดุลย์กำลังเข้าไปในเต็นท์ อยู่ๆได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น 1 ครั้ง ทำให้ตนหูอื้อถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บที่แก้มซ้าย นายอดุลย์ได้รับบาดเจ็บตามร่างกายหลายแห่งทั้งแขนและขา และยังมีเพื่อนการ์ดอีกคนที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยหูอื้อเช่นกัน เพื่อนการ์ดรีบนำตัวส่ง รพ.จุฬา

การ์ดไม่อนุญาต ตร.ตรวจที่เกิดเหตุ

ต่อมาเวลา 13.00 น. พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้เเละตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. (อีโอดี) พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ฯ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เดินทางมายัง สน.ลุมพินี เพื่อเตรียมเข้าตรวจสอบกรณีเกิดเหตุระเบิดขึ้นภายในสวนลุมพินี เมื่อประสานไปยังตัวเเทนกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อขอเข้าตรวจสอบพื้นที่เบื้องต้นอนุญาตให้เข้าไปได้ แต่ต่อมาตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมได้ประสานกลับมายังตำรวจว่า ขอปฏิเสธ ให้เหตุผลว่าไม่สะดวก ขอนัดหมายใหม่ในวันที่ 12 มี.ค. อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะประสานไปยังตัวเเทนผู้ชุมนุมเพื่อขอเข้าตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นชุดกลุ่มงานเก็บกู้เเละตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) เเละเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) จึงเดินทางกลับ

กปปส.เข้มจุดเสี่ยงหวั่นโดนถล่ม

ด้านบรรยากาศการชุมนุมกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) ที่เวทีสวนลุมพินี ในช่วงเช้ายังคงมีผู้ชุมนุมปักหลักพักค้างคืน มีบางส่วนทำภารกิจส่วนตัว นั่งจับกลุ่มพูดคุยถึงสถานการณ์ทางการเมืองต่างๆตามใต้ต้นไม้ ตามสวนสาธารณะรอบๆ สวนลุมพินี ขณะเดียวกัน การ์ด กปปส.ได้นำตาข่ายขนาดใหญ่มากางคลุมพื้นที่หลังเวทีปราศรัยที่มีรถโมบายจอแอลซีดีถ่ายทอดสดกิจกรรมบนเวทีและเต็นท์ของแกนนำ เต็นท์กองอำนวยการ ที่พักผู้ขึ้นเวทีปราศรัยเต็นท์สื่อมวลชน เพื่อป้องกันการก่อเหตุร้ายขึ้น ภายหลังเมื่อเวลา 05.20 น. วันที่ 11 มี.ค.เกิดเหตุระเบิดที่เต็นท์ของการ์ดได้รับบาดเจ็บ 3 ราย หัวหน้าการ์ดยืนยันว่าเกิดจากกลุ่มผู้ไม่หวังดีขว้างระเบิดเข้ามายังพื้นที่ชุมนุม

เผย กสม.ห้ามเนรเทศ “สาธิต”

นายถาวรกล่าวถึงความคืบหน้าการที่ยื่นร้องศาลแพ่งขอให้ดำเนินการกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะ ผอ.ศรส. กรณีลงนามคำสั่งเนรเทศนายสาธิต เซกัล นายกสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย และแนวร่วม กปปส.ว่า เรื่องดังกล่าวละเมิดคำสั่งศาลแพ่ง หลังจากที่ตนยื่นคำร้อง ศาลได้รับคำร้องและนัดไต่สวนวันที่ 25 มี.ค. โดยเรียกโจทก์และจำเลยมาไต่สวนพร้อมกัน และขณะนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีข้อสรุป โดยมีหนังสือไปถึง ร.ต.อ.เฉลิม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และนายสาธิต จำนวน 5 ข้อว่า 1.นายสาธิตมีถิ่นที่อยู่ถาวรในราชอาณาจักรกว่า 50 ปี จึงอยู่ในประเทศโดยไม่ต้องขอเอกสารอนุมัติ 2.การใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรา 11 ในการเนรเทศ ต้องคำนึงถึงการถูกแทรกแซงสิทธิการอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวตามกติการะหว่างประเทศ ซึ่งไทยได้เป็นภาคีสมาชิกอยู่ในขณะนี้ 3.การใช้อำนาจต้องระมัดระวัง และอยู่บนพื้นฐานสุจริตไม่เลือกปฏิบัติ ในกรณีนายสาธิตมีหมายจับข้อหากบฏอยู่ จึงต้องอยู่ในประเทศจนกว่าคดีถึงที่สุด หากสั่งเนรเทศเท่ากับว่าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยช่วยเหลือให้ผู้ต้องหาออกนอกประเทศโดยไม่ต้องการรับโทษ

แนะ ศรส.ทบทวนคำสั่งตะเพิด

นายถาวรกล่าวต่อว่า 4.การพิจารณาของคณะกรรมการตรวจคนเข้าเมืองเป็นการพิจารณาที่ขัดหลักธรรมาภิบาล และ 5.ศาลแพ่งให้การ
คุ้มครอง รัฐบาลไม่สามารถใช้ข้อบังคับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ ดังนั้นการเนรเทศจึงไม่สามารถดำเนินการได้เช่นกัน จึงขอให้มีการทบทวนเรื่องนี้ เพราะถือเป็นการดำเนินการที่ผิดกฎหมายซ้ำอาจนำมาซึ่งการดำเนินคดีอาญา อีกทั้งยังกระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยและอินเดีย อาจมีการมองว่ารัฐบาลใช้อำนาจโดยไม่คำนึงถึงกระบวนการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม กปปส.จะพยายามดำเนินการให้รัฐบาลพ้นสภาพเร็วที่สุด

“อิสสระ” ชี้ต้นเหตุเดือน มี.ค.รุนแรง

นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “เดือนนี้สถานการณ์อาจจะรุนแรงมากขึ้น เพราะเดือนนี้มีเรื่องสำคัญมาบรรจบกันได้แก่  ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายกฯปู เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท การเลือกตั้ง 2 ก.พ. เป็นโมฆะ นายกฯปูจะรักษาการต่อไปได้อีกหรือไม่  นปช.แดงลั่นกลองรบตามคำสั่งของทักษิณ โดยยกพลเข้า กทม.ไม่ยอมรับการตัดสินของ ป.ป.ช. ศาล รธน. ศาลปกครอง ฯลฯ และเตรียมบุก กปปส.ที่สวนลุม ขอบคุณทหารที่มาตั้งบังเกอร์รอบๆสวนลุมและสถานที่สำคัญๆ ทั่ว กทม.ทำให้พวกเสื้อแดงปฏิการณ์ได้ลำบากมากขึ้นครับ”

ม็อบบุกกรมส่งเสริมการเกษตร

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่เวที กปปส.ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ผู้ชุมนุม กปปส.นำโดยพระพุทธอิสระ พร้อมผู้ชุมนุมที่โดยสารรถบัส 10 คัน รถตู้ 10 คัน ร่วมกับกลุ่มชาวนาที่มาชุมนุมอยู่จากหน้ากระทรวงพาณิชย์ นำโดยนายระวี รุ่งโรจน์ ประธานศูนย์ข้าวชุมชนภาคตะวันตกและรถบรรทุกข้าวเปลือก 2 คัน ร่วมขบวนไปกดดันรัฐบาลที่ยังไม่จ่ายเงินในโครงการรับจำนำข้าว จุดแรกที่เคลื่อนขบวนไปยังหน้าอาคาร  1 สำนักงานกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้อธิบดี 6 กรม รับไปพิจารณาหารือจัดตั้งสภาชาวนาและเกษตรกรแห่งประเทศไทย ทำให้นายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ที่อยู่ระหว่างการประชุมระดมความเห็นกับเอกชนภาคเกษตร หาทางช่วยชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินจำนำข้าว ต้องลงมาพบกับแกนนำผู้ชุมนุมทันที ซึ่งรับปากว่าจะส่งหนังสือให้ถึงอธิบดีคนอื่นๆให้ครบถ้วนด้วยตัวเอง ทำให้ผู้ชุมนุมพอใจ

เทข้าวเปลือกประท้วงหน้า ธ.ก.ส.

หลังจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางต่อไปยังธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานใหญ่ ถนนพหลโยธิน แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กทม. อยู่ตรงข้ามกันกับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อกดดันการจ่ายเงินในโครงการรับจำนำข้าวที่ชาวนาที่ยังไม่ได้รับ โดยมีนายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. ออกมาพบ แกนนำจึงยื่นหนังสือแผนแม่แบบบทสภาชาวนาให้ ก่อนที่จะให้รถบรรทุกข้าวเปลือกทั้ง 2 คัน ที่บรรทุกข้าวเปลือกมาคันละ 5 ตัน เทข้าวเปลือกลงบนถนนหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ ธนาคารเกษตรและสหกรณ์ เพื่อประท้วงที่รัฐบาลยังไม่จ่ายค่าจำนำข้าวให้ชาวนา

ปชป.ทำนายช่วง 2 เดือนอันตราย

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวที่พรรคประชาธิปัตย์ ถึงสถานการณ์การเมืองที่ยังเกิดความรุนแรงอย่างต่อเนื่องว่า ขณะนี้ ศรส.ประกาศตัวเป็นศัตรูกับกลุ่ม กปปส.ชัดเจน และรัฐบาลพยายามใช้ข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริง เช่น ตำรวจใช้เวลาสอบสวนไม่นานกลับออกหมายจับนายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. ข้อหาพยายามฆ่า ขอตั้งข้อสังเกตว่า มีการสมรู้ร่วมคิดระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้มีอำนาจเพื่อทำให้การชุมนุมใช้ความรุนแรงหรือไม่ ส่วนกรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงานและ ผอ.ศรส.ระบุว่าสถานการณ์ถึงขั้นจะต้องแตกหักไปข้าง อาจเกิดจากนายใหญ่สั่งใช่หรือไม่ โดยปลุกมวลชนเข้ามาในกรุงเทพฯ เพื่อสร้างความรุนแรง และนำเรื่องนี้มาขู่ เชื่อว่า 2 เดือนจากนี้ไปจะเป็นช่วงอันตรายสำหรับประเทศไทย ส่วนเวทีปฏิรูปของ กปปส. ประชาชนให้การตอบรับ พรรคประชาธิปัตย์จะนำเสนอแนวปฏิรูปจัดทำเป็นรูปเล่ม เพื่อเผยแพร่ในวันที่ 28 มี.ค.นี้ จึงอยากเห็นรัฐบาลให้ความสำคัญ โดยเฉพาะประชาชนอยากเห็นการแก้ปัญหาการโกง

ซัดเวทีปฏิรูป “เทือก”กำมะลอ

นพ.เหวง โตจิราการ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวที่พรรคเพื่อไทย ถึงกรณีจัดเสวนาปฏิรูปประเทศของกลุ่ม กปปส.ว่า เป็นการปฏิรูปกำมะลอ ปฏิรูปลวงโลกของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.และพวก เพื่อ สร้างเงื่อนไขให้ประชาชนเข้าร่วมขบวนการโค่นล้มรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยผู้เข้าร่วมวงเสวนาล้วนเป็นผู้มีส่วนร่วมในการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 49 เป็นการแสดงจิตวิญญาณรัฐประหารนิยมโดยสิ้นเชิง ความจริงการปฏิรูปสามารถทำได้ในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ หรือรัฐบาลสมัยประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล แต่ไม่ยอมทำ แสดงถึงความไม่จริงใจ

ป้ายต้านแยกประเทศโผล่

วันเดียวกัน ที่บริเวณราวสะพานลอยข้ามถนนสายสระบุรี-หล่มสัก หน้าโรงเรียนวิทยานุกูลนารี อ.เมืองเพชรบูรณ์ ได้มีแผ่นป้ายไวนิล 2 แผ่น มาติดไว้มีข้อความว่า “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร อันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกไม่ได้” กับ “คนไทยอยู่ใต้ร่มพระบารมีเดียวกัน ไม่ต้องการแยกฟ้าแยกแผ่นดิน” และอีก 2 แห่งมีข้อความเหมือนกันติดไว้ที่สะพานลอยหน้าโรงเรียนบ้านสำนักหมันและสะพาน ลอยหน้าโรงเรียนบ้านคอนสาร ภายหลังทหารจากค่ายจังหวัดทหารบกเดินทางมาบันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบถามชาวบ้านทราบว่า มีคนนำมาติดตั้งแต่กลางดึกวันที่ 10 มี.ค. และอาจเกี่ยวโยงกันกับเมื่อสัปดาห์ก่อน กรณีที่มีบุคคลลึกลับนำแผ่นป้ายสีแดงเขียนข้อความว่า “ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม กูขอแยกเป็นประเทศล้านนา” มาติดที่สะพานลอยข้ามถนนบริเวณใกล้กับโรงเรียนบ้านสำนักหมัน ต.ท่าพล อ.เมืองเพชรบูรณ์

เสื้อแดงชุมนุมขับไล่ ผอ.รพ.

ที่หน้าสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี กลุ่มคนเสื้อแดง นำโดยนายปรีชา พงษ์การุณ ประธาน นปช.สิงห์บุรี รวมตัวยื่นหนังสือให้ย้าย นพ.สุขสันติ พักธรรม ผอ.รพ.ท่าช้าง และนางเฉลิมศรี ราชนาจัน พยาบาลวิชาชีพ รพ.ท่าช้าง ออกจากพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง เนื่องจากประพฤติตัวไม่เหมาะสมกับวิชาชีพแพทย์ โดยออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองและอ้างว่าทั้ง 2 ไปเป่านกหวีดใส่คนไข้และไม่ยอมรักษาคนไข้ ที่เป็นคนเสื้อแดง ภายหลัง นพ.ชัยวัฒน์ จัตตุพร สาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี ออกมารับหนังสือพร้อมกล่าวว่า จะตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมเดินไปยื่นหนังสือลักษณะเดียวกันที่ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี ก่อนแยกย้ายกันกลับ ขณะที่ นพ.สุขสันติ กล่าวว่า ตนและนางเฉลิมศรี ไม่เคยเป่านกหวีดใส่คนไข้ รับรักษาคนไข้ทุกคนทุกสี เวลาทำงานยังสั่งเจ้าหน้าที่ทุกคนห้ามคล้องสายนกหวีด แต่เมื่อนอกเวลาราชการเป็นสิทธิ์ของแต่ละคน

ไล่ปลัดสาธารณสุขที่ศรีสะเกษ

ส่วน จ.ศรีสะเกษ กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมขับไล่ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ขณะประชุมติดตามการปฏิบัติงานของส่วนราชการสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในจังหวัดศรีสะเกษ ที่ รพ. ศรีสะเกษ พร้อมปราศรัยเป็นภาษาไทยสลับภาษาเขมรโจมตีแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวง สาธารณสุข ที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านรัฐบาลร่วมกับกลุ่ม กปปส. ต่อมากลุ่มคนเสื้อแดงได้ย้ายไปรวมตัวกันที่หน้าศาลากลางจังหวัดก่อนจะแยกย้ายกันกลับ โดยไม่ได้พบปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ขณะที่ จ.เชียงใหม่ ที่ข่วงประตูท่าแพ อ.เมืองเชียงใหม่ นายอภิชาติ อินสอน หรือดีเจอ้วน แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงอิสระเชียงใหม่ ได้กางเต็นท์ตั้งโต๊ะเปิดรับสมัครอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ ขึ้นในระหว่างวันที่ 11-14 มี.ค.57 พร้อมเปิดเผยว่า การรับสมัครครั้งนี้เพื่อหาอาสาสมัครชายหญิงร่างกายแข็งแรง เพื่อเข้าไปเป็นอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตย ปกป้องระบอบประชาธิปไตยและต่อต้านการทำรัฐประหารทุกรูปแบบ

“อดุลย์” สั่งคุมเข้มพื้นที่ชุมนุม

เมื่อเวลา 07.30 น. ที่ ศปก.รส. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ชุมนุม โดยที่ประชุมรายงานสถานการณ์ว่า จำนวนมวลชนลดลงและมีการดาวกระจายไปกดดันตามสถานที่ต่างๆ มีเหตุแทรกซ้อน นปช.เริ่มขยับ อาจมีการเผชิญหน้า จึงกำชับให้เพิ่มความเข้มการตั้งด่านตรวจค้นบุคคล อาวุธ เพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อน

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ได้สั่งกำชับให้ควบคุมพื้นที่ชุมนุมไม่ให้เกิดเหตุแทรกซ้อน ตั้งด่านเข้มแข็ง ชุดเคลื่อนที่เร็ว เร่งจับกุมกลุ่มฮาร์ดคอร์ แกนนำ เร่งรัดการดำเนินคดีทุกคดี การสืบสวนคดีระเบิดต่างๆ คดีที่การ์ดใช้กำลังทำร้ายร่างกาย รวบรวมบทเรียนในห้วงเวลาที่ผ่านมาทำเป็นเอกสาร รวมทั้งเตรียมแผนการเลือกตั้ง ส.ว. เปิดศูนย์เลือกตั้ง ประสานงาน กกต.จังหวัด และการจัดกำลังประจำหน่วยเลือกตั้ง

มือยิงปรับแผนใช้อาวุธวิถีโค้ง

พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า เวทีคู่ขนานต่างจังหวัดของกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.มี 12 จังหวัด ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ ขณะนี้เริ่มเคลื่อนไหวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยรวบรวมสมาชิกใน 20 จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผลการตั้งด่านตรวจความมั่นคงเมื่อช่วงดึกของวันที่ 11 มี.ค. จับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย พร้อมของกลางอาวุธปืน 2 กระบอก มีด 3 เล่ม เป็นที่สังเกตว่า เหตุที่เกิดแทรกซ้อนในช่วงที่ผ่านมาจะเป็นการก่อเหตุโดยใช้เครื่องยิงอาวุธวิถีโค้ง เพราะมีด่านความมั่นคงและด่านของผู้ชุมนุมทำให้การก่อเหตุร้ายเปลี่ยนรูปแบบมาใช้การยิงด้วยเครื่องยิงอาวุธวิถีโค้ง เนื่องจากสามารถก่อเหตุได้จากระยะไกลๆ

ตร.หาเบาะแสคนร้ายยิงบ้าน “เทพ”

เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.เมธี รักพันธุ์ รอง ผบก.น.7 พร้อม พ.ต.ท.จำนง วงศ์คุณัญญา สว.สส.สน.ธรรมศาลา นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุพบหัวระเบิดเอ็ม 79 ตกบริเวณลานดินข้างบ้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ซอยพุทธมณฑล สาย 2 ที่ 27 แยก 7 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา ซ้ำอีกครั้งเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงจำลองทิศทางและจุดที่คาดว่าคนร้ายจะใช้ยิง ผลการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนสะพานคู่ขนานลอยฟ้าในเบื้องต้นนั้นไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่ชุดคลี่คลายคดีขอเวลาตรวจดูย้อนหลังให้ละเอียดกว่านี้ ขณะที่พนักงานสอบสวนและชุดสืบสวน สน.ธรรมศาลา แบ่งกำลังเดินทางไปสอบถามหาข้อมูลสำคัญด้านองศาการยิงระเบิดเอ็ม 79 และท่าทางการยิงของคนร้ายกับผู้เชี่ยวชาญที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ.บช.น.ด้วย เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประมวลกับสภาพพื้นที่บีบรัศมีในการควานหาตัวคนร้ายให้แคบลง

กองทัพส่ง 2 นายสิบยัดคุกทหาร

พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) กล่าวถึงกรณีตำรวจจับกุม ส.อ.พิษณุ เฟื่องรุ้ง และ ส.ต.ณัฐวุฒิ เชิดสูงเนิน ทหารสังกัด ร.31 พัน. 2 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ เนื่องจากตรวจพบอาวุธปืนเอ็ม 16 และกระสุนกว่า 2 พันนัดว่า ได้ส่งทหารทั้ง 2 นาย ไปฝากขังที่เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) หลังจากได้สอบถามในเบื้องต้น โดยทหารทั้ง 2 นายไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรมากนัก คงเป็นเรื่องของตำรวจต้องสอบสวนต่อไป ส่วนจะนำอาวุธไปส่งให้ใคร คงเป็นเรื่องของกระบวนการสอบสวน

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของตำรวจ ยังถือเป็นผู้ต้องสงสัยอยู่ระหว่างการประสานงานระหว่างตำรวจและทหารในการสอบสวน โดยกองทัพได้สั่งการให้หน่วยรับผิดชอบตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและวินัยควบคู่ไปด้วย ยืนยันว่าหากพบว่ามีความผิดก็ไม่ปกป้อง

แจ้งเคลื่อนรถถังฝึกโคปไทเกอร์

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 มี.ค. เวลา 06.00 น. หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก (นปอ.ทบ.) โดยกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (พล.ปตอ.) จะเคลื่อนย้ายกำลังและอาวุธยุทโธปกรณ์ ของกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 รักษาพระองค์ (ปตอ.พัน. 1 รอ.) กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 5 (ปตอ.พัน. 5) กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 7 (ปตอ.พัน. 7) เพื่อทำการฝึกร่วมผสมโคปไทเกอร์ 2014 ณ พื้นที่ฝึกใช้อาวุธทางอากาศ จ.ลพบุรี ระหว่างวันที่ 12-23 มี.ค.นี้ โดยเคลื่อนย้ายทางรถยนต์และรถไฟ ทั้งนี้กำลังพลและยุทโธปกรณ์ทั้งหมดจะเดินทางกลับในเส้นทางเดิมถึงกรุงเทพฯในวันที่ 23 มี.ค.นี้ เวลา 20.00 น.

ญาติเหยื่อผ่านฟ้าฟ้อง “ยิ่งลักษณ์”

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ศาลอาญา นางขิ้ม รัตนคช มารดานายธนูศักดิ์ รัตนคช ผู้ตาย และนางอารียา บุญรุ่ง ภรรยานายสุพจน์ บุญรุ่ง ผู้ตายจากเหตุสลายการชุมนุมที่แยกผ่านฟ้าลีลาศ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะ ผอ.ศรส. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ฐานะกรรมการ ศรส. พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.2 และ พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี เป็นจำเลยที่ 1-6 ฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา รวม 2สำนวน

โจทก์บรรยายฟ้องละเอียดยิบ

คำฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ.57 จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันสั่งให้ตำรวจภูธร ภาค 2 และตำรวจควบคุมฝูงชนหรือตำรวจปราบจลาจล ที่มีจำเลยที่ 5 และ 6 เป็นผู้บัญชาการกองกำลัง ผลักดันเพื่อสลายการชุมนุมหรือขอคืนพื้นที่ โดยให้ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่มีอาวุธ ซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้ในการสงคราม คือ แก๊สน้ำตา อาวุธปืนสั้น ปืนลูกซอง ระเบิด ปืนสงคราม มีกระสุนจริงและกระสุนซ้อมเป็นอาวุธประจำกาย การใช้อาวุธและการยกกำลังเข้าสลายการชุมนุมไม่เป็นไปตามหลักสากล และแนวทางปฏิบัติควบคุมฝูงชนและปราบจลาจลที่ถูกต้อง จำเลยทั้ง 6 ประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลได้ว่า เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติตามหน้าที่ซึ่งจำเลยทั้ง 6 สั่งการจะใช้กระสุนปืนและปืนยิงใส่ผู้ชุมนุมโดยเจตนาฆ่า เป็นการใช้เครื่องมือสลายการชุมนุมที่เกินกว่าความจำเป็นและไม่สุจริต เพราะมุ่งเพียงสลายหรือยุติการชุมนุมให้ได้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการสั่งการในเชิงห้ามปรามเพื่อป้องกันผลร้าย การสั่งการและกำกับการโดยจำเลยทั้ง 6 อยู่ในระหว่างที่ศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามมิให้กระทำการรุนแรงดังกล่าวต่อผู้ชุมนุม และศาลรัฐธรรมนูญได้รับรองว่า การชุมนุมของกลุ่ม กปปส.เป็นการชุมนุมโดยสงบ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นายสุพจน์ บุญรุ่ง และนายธนูศักดิ์ รัตนคช ถูกยิงมีบาดแผลฉกรรจ์เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา ศาลรับคำฟ้องของนางขิ้มไว้ในสารบบหมายเลขดำ อ.583/2557 และรับคำฟ้องของนางอารียาไว้เป็นหมายเลขดำ อ.584/2557 เพื่อพิจารณาว่าจะกำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้องต่อไป

ทนายเผยรวมคดีฟ้องเป็น 4 คดี

นายชัยวัฒน์ สิทธิสุขสกุล ทนายความ กล่าวว่า นำญาติผู้เสียหายมายื่นฟ้องกรณีผู้เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมที่บริเวณแยกผ่านฟ้าอีก 2 สำนวน จากที่เคยยื่นฟ้องไปก่อนหน้านี้แล้ว 2 สำนวน โดยเหตุการณ์ที่แยกผ่านฟ้าเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนเสียชีวิตรวม 4 ศพ แต่ละคดีมีพฤติการณ์แตกต่างกัน จึงต้องแยกฟ้องเป็นรายคดี ส่วนค่าเสียหายในทางแพ่งยังไม่ได้ดำเนินการ

ส่งสัญญาณโชว์พลังใหญ่อีกรอบ

ต่อมาเมื่อเวลา 19.50 น. นายสุเทพ เทือก–สุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยบนเวทีสวนลุมพินีว่า นายกฯยังอยู่ในตำแหน่งต่อ อยู่ได้อยู่ไป จะออกมาด่าทุกวัน และคอยดูในวันที่ 12 มี.ค. ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท และยังมีอีกหลายคดีที่นายกฯจะต้องเจอองค์กรอิสระตัดสิน แต่ที่ผ่านมากลับถูกสมุนบริวารนำปืนไปยิงใส่ศาลอาญา บ้านภรรยาของผม หากมีคนไปยิงปืนใส่บ้านจันทร์ส่องหล้า บ้านนายกฯบ้างจะว่าอย่างไร อยู่ได้อยู่ไป มาสู้กัน คุณหรือพี่ชายที่ว่าแน่ เราจะไม่ยอมให้ตระกูลชินวัตรมายึดประเทศไทยอีกต่อไป ขอส่งสัญญาณไปถึงคนไทยถึงเวลาคับขันจะเป่านกหวีดระดมครั้งใหญ่เผด็จศึกอีกสักครั้ง ช่วงนี้ขอระดมความคิดปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะในวันที่ 12 มี.ค. เวลา 10.00 น. ระดมสมองปฏิรูปด้านคอร์รัปชัน

12 มี.ค. 2557 07:19 12 มี.ค. 2557 07:19 ไทยรัฐ