วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

2หนุ่มอิหร่าน แค่พวกขอลี้ภัย


ไม่ใช่ก่อการร้าย ซากบินยังไม่พบ

“นายกฯปู” ยินดีจับมือ ตร.สากลสืบเหตุเครื่องบินมาเลย์ตก ขณะที่การค้นหาเครื่องบินดำเนินไปจนถึงวันที่ 4 ยังไร้วี่แววพบร่องรอยเครื่องบิน ด้านเจ้าหน้าที่มาเลเซีย ใช้เครื่องบิน 9 ลำ เรืออีก 24 ลำ จาก 10 ประเทศ ระดมค้นหาอย่างหนัก ส่วนจีนเตรียมใช้ดาวเทียม 10 ดวง ที่มีอุปกรณ์จับภาพที่มีความคมชัดสูง ช่วยในการค้นหาให้ง่ายขึ้น  และขยายขอบเขตการค้นหาให้กว้างไกลเป็นสองเท่าในรัศมี 100 ไมล์ทะเล ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซียสันนิษฐาน เหตุเครื่องบินหาย อาจเกิดจากเรื่องเงินประกันชีวิตหรือตายหนีหนี้ก้อนโต ขณะที่ชาวเน็ตสะเทือนใจ ข้อความจากวิทยุการบินจีนถึงบินมาเลย์

นับเนื่องเป็นวันที่ 4 แล้ว สำหรับแผนปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือรวม 239 คน ที่หายไปอย่างลึกลับ ไร้วี่แววหรือการส่งสัญญาณแจ้งล่วงหน้า หลังเครื่องบินขึ้นจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย มุ่งหน้าไปยังกรุงปักกิ่งของจีน ตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 8 มี.ค. จนถึงขณะนี้ยังไม่พบเศษซากวัตถุ หรือหลักฐานอะไรบ่งชี้เพื่อคลี่คลายปมปริศนาการหายไปของเครื่องบินครั้งนี้ ท่ามกลางการตั้งข้อประเด็นสงสัยถึงความเป็นไปได้ไว้หลายกรณี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 11 มี.ค. อ้างคำแถลงการณ์จากนายคาลิด อาบู บาการ์ ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซีย ว่า ผู้โดยสารสองคน ซึ่งต้องสงสัยว่าใช้พาสปอร์ตที่ถูกขโมยมาจากเมืองไทย แล้วเดินทางถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ในวันที่ 28 ก.พ. พร้อมกันนั้น เป็นชาวอิหร่านที่ต้องการลี้ภัยเข้าประเทศ อื่นอย่างผิดกฎหมาย โดยหนึ่งในสองคนนี้ ชื่อนายพูเรีย นูร์ โมฮัมหมัด เมห์รแดด อายุ 19 ปี ใช้พาสปอร์ตของชาวออสเตรีย ต้องการเดินทางไปนครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เพื่อไปพบแม่ที่รออยู่ที่นั่น หลังแม่ของนายพูเรียติดต่อเจ้าหน้าที่มาเลเซีย เพื่อแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับลูกชายตัวเอง เพราะไม่ได้รับการติดต่ออีกเลย ตั้งแต่ขึ้นเครื่องบินเที่ยวบินเอ็มเอช 370

ขณะที่ชายชาวอิหร่านอีกคน เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบชื่อให้แน่ชัด ใช้พาสปอร์ตของชาวอิตาลี มีความประสงค์ลี้ภัยไปยังกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก นายคาลิดยังเผยว่า ทั้งสองคนต่างไม่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยง หรือเป็นสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายแต่อย่างใด จากเดิมก่อนหน้านี้ที่ต้องสงสัยว่า ผู้โดยสารทั้ง 2 คน เป็นคนเอเชีย พร้อมปฏิเสธเพื่อไขข้อกระจ่างว่า เจ้าหน้าที่มาเลเซียไม่ได้เอ่ยหรือระบุว่าเป็นคนผิวสีด้วย หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่มาเลเซียว่า พิลึกผิดเพี้ยนหนักขึ้น กับการที่นายอัซฮารุดดิน อับดุล เราะห์มาน ผู้อำนวยการกองการบินพลเรือนของมาเลเซีย ไปอ้างถึงมาริโอ บาโลเตลลี นักฟุตบอลทีมชาติอิตาลี ที่เป็นคนผิวสีสัญชาติกานาว่า เรื่องสีผิวไม่ได้บ่งบอกถึงสัญชาติ และไม่ได้ตั้งใจที่จะกล่าวร้ายหรือคิดไม่ดีกับบาโลเตลลี แต่ชาวสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะโลกทวิตเตอร์ ต่างแสดงความเห็นว่าไม่จำเป็นต้องระบุถึงใครที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง กับคดีนี้

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่มาเลเซียก็เร่งระดมกำลังค้นหาเครื่องบินที่สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย ด้วยการระดมเครื่องบิน 9 ลำ เรืออีก 24 ลำ จาก 10 ประเทศรวมจีน ที่เตรียมใช้ดาวเทียม 10 ดวง ซึ่งมีอุปกรณ์จับภาพที่มีความคมชัดสูง เพื่อช่วยให้การค้นหาง่ายขึ้น และจะส่งเรือช่วยเหลือเพิ่มอีก 4 ลำ โดยขยายขอบเขตพื้นที่การค้นหาจากบริเวณอ่าวไทยและในทะเลจีนใต้เดิม ให้กว้างไกลเป็นสองเท่าในรัศมี 100 ไมล์ทะเล เทียบเท่า 185 กิโลเมตร ถือว่าออกนอกเส้นทางของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ข้ามไปยังอีกฝั่งหนึ่งเป็นทะเลฝั่งตะวันตกของมาเลเซียขึ้นไปถึงตะวันตกเฉียงเหนือบริเวณทะเลอันดามัน เพื่อให้เป็นไปตามหลักทฤษฎีว่าบางทีเครื่องบิน อาจบินหลุดนอกเส้นทางของเที่ยวบิน

นอกจากนี้ ยังเพิ่มการค้นหาทางภาคพื้นดิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ของทางเวียดนามก็ออกตระเวนตามหุบเขา หรือผืนป่าที่อยู่ห่างไกลไร้ผู้คน กับให้กำลังทหารที่ประจำตามชายแดนฝั่งลาวกับกัมพูชาออกค้นหาด้วย อีกทั้งยังอนุญาตให้เรือและเครื่องบินของมาเลเซีย สิงคโปร์ จีน และสหรัฐฯ เข้าไปในน่านน้ำทางทะเลเพื่อค้นหาเครื่องบินได้ ส่วนทางสหรัฐฯ ก็ตรวจดูภาพที่ได้จากดาวเทียมสอดแนมเพื่อหาหลักฐานการระเบิดกลางอากาศ แต่ก็ยังไม่พบชิ้นส่วนหรือร่องรอยใด

อย่างไรก็ตาม การตั้งประเด็นข้อสงสัยและการสอบสวนของตำรวจมาเลเซีย ยังมีความเป็นไปได้หลายกรณี ทั้งการจี้เครื่องบิน การก่อวินาศกรรมรวมไปถึงมีผู้โดยสารหรือลูกเรือบางคนที่เป็นโรคจิต ระบบเครื่องบินมีปัญหา และความผิดพลาดของกัปตันเครื่องบินเอง ภายใต้ความกดดันจากญาติของผู้โดยสาร โดยเฉพาะจีนที่เร่งให้มาเลเซียเพิ่มความพยายามในการทำงานเพื่อหาเครื่องบินให้เจอเร็วที่สุด โดยในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง ของจีน ถึงกับงดออกโฆษณาผ่านทางจอทีวียักษ์ขนาดใหญ่หน้าห้าง แล้วฉายภาพของเครื่องบินกับแสดงเวลาด้วยระบบดิจิตอล ซึ่งเป็นช่วงที่การติดต่อสื่อสารขาดหายไป เพราะญาติพี่น้องของผู้โดยสารยังมีความหวังว่าพวกเขามีชีวิตอยู่ เพราะต่างหวังว่าอาจเป็นการจี้เครื่องบิน

ในข่าวยังระบุด้วยว่า นายคาลิดยังเผยว่า อาจเป็นไปได้ที่มีใครบางคนบนเครื่องบินซื้อประกันชีวิตไว้ด้วยเงินมหาศาล เพื่อที่จะให้ครอบครัวตัวเองได้เงินประกัน  หรืออาจมีใครบางคนติดหนี้คนอื่นเป็นจำนวนมาก ทางเราเฝ้าดูทุกอย่างที่มีความเป็นไปได้อย่างใกล้ชิด รวมถึงกล้องวงจรปิดภายในท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ เพื่อศึกษาไปถึงพฤติกรรมของผู้โดยสารทุกคน

วันเดียวกัน ในโลกออนไลน์ยังมีการเผยแพร่คลิปวีดิโอในยูทูบ ที่เป็นข้อความอ้างว่ามาจากวิทยุการบินจีนถึงวิทยุการบินมาเลเซีย พูดถึงความห่วงใยเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์สที่หายไป และเฝ้ารอการกลับมาของเครื่องบินลำดังกล่าว สร้างความสะเทือนใจแก่ชาวเน็ตเป็นอย่างมาก

ในส่วนที่มีผู้โดยสารใช้พาสปอร์ตปลอมกับเที่ยวบินนี้นั้น ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 มี.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น ในรายการ “EXCLUSIVE : Thailand Prime Minster Yingluck Shinawatra on missing airplane, domestic protests” ถึงกรณีเครื่องบินสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส สูญหายและเป็นที่วิจารณ์สาเหตุเกี่ยวข้องกับปัญหาหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตปลอมว่า เบื้องต้นได้สั่งการกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนเกี่ยวกับพาสปอร์ตแล้ว เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประเทศไทยให้ความสำคัญ และให้ความร่วมมือกับตำรวจสากลเพื่อที่จะตรวจสอบการใช้พาสปอร์ตให้ถูกต้อง  เราให้ความร่วมมือทุกครั้งอยู่แล้วเมื่อมีการขอความร่วมมือเรื่องพาสปอร์ต แต่สาเหตุในครั้งนี้ ต้องขอสืบหาสาเหตุต่างๆว่าเกิดขึ้นอย่างไร ขณะนี้ได้มอบให้ ผบ.ตร.สืบหาข้อเท็จจริง ต้องขอเวลาให้กับรัฐบาลในการสืบค้นหาความจริงก่อน

ที่กองบัญชาการทัพเรือภาค 3 จ.ภูเก็ต พล.ร.ท.ธราธร ขจิตสุวรรณ ผบช.ทรภ.3 กล่าวถึงภารกิจค้นหาเครื่องบินสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ MH 370 ซึ่งสูญหายไป ว่า ทัพเรือภาค 3 ส่ง เรือหลวงปัตตานี เครื่องบินตรวจการณ์ดอร์เนียร์ และเฮลิคอปเตอร์ Super Lynx-300 ร่วมค้นหาเป็นวันที่ 3 โดยภารกิจค้นหาต่อในจุดใกล้เคียงที่ได้รับแจ้งจากเครื่องบินของทัพเรือสิงคโปร์ หลังมีรายงานการพบเสื้อชูชีพที่น่าจะเป็นของผู้โดยสารบนเครื่องบินลำดังกล่าวลอยอยู่ ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย 60 ไมล์ทะเล จึงออกค้นหา แต่ยังไม่พบ สำหรับภารกิจการค้นหาคาดว่าอาจยุติการค้นหาในเย็นวันที่ 11 มี.ค. แต่ต้องรอดูประเทศอื่นๆ ซึ่งจะมีการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือหากได้รับการประสานจากประเทศมาเลเซีย

ส่วนที่ด่าน ตม.ภูเก็ต พ.ต.อ.สัญชัย โชคขยายกิจ ผกก.ตม.ภูเก็ต เชิญตัวนายลุยจิ มารัลดิ อายุ 37 ปี ชาวอิตาลี นักท่องเที่ยว ที่ถูกระบุว่ามีการใช้หนังสือเดินทางขึ้นเครื่องบินดังกล่าว มาสอบสวนและบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อยืนยันเอกลักษณ์บุคคล หลังจากนายลุยจิอ้างว่า นำหนังสือเดินทางไปเป็นหลักฐานเช่ารถ จยย.ที่ร้านบีเอ็นช๊อป ถนนนาใน ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เมื่อเดือน ก.ค.56 แล้วร้านส่งมอบหนังสือเดินทางให้กับผู้อื่นไป ทำให้หนังสือเดินทางสูญหาย จากนั้นได้ยื่นขอทำเล่มใหม่ที่ประเทศบ้านเกิด ก่อนเดินทางกลับเข้ามายัง จ.ภูเก็ต เมื่อ 1 มี.ค.

ช่วงค่ำ ตำรวจสากลเผยแพร่ภาพชาวอิหร่าน 2 คน ชื่อนายพูเรีย นูร์ โมฮัมหมัด เมห์รแดด กับนายเดลาวาร์ เซเยด โมฮัมมาเดอร์ซา อายุ 19 ปีทั้งคู่ ที่ใช้พาสปอร์ตของชาวอิตาลีกับชาวออสเตรียซึ่งถูกขโมยในเมืองไทยแล้วทำปลอมเป็นพาสปอร์ตอิหร่าน ซื้อตั๋วเดินทางลี้ภัยไปเยอรมนีกับเดนมาร์ก ก่อนหายสาบสูญไปพร้อมกับผู้โดยสารของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส นอกจากนี้ นางมาร์ซิเอห์ อัฟคาม โฆษกประจำกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน เผยว่า รัฐบาลอิหร่านเสนอให้ความช่วยเหลือและความร่วมมือด้านข้อมูลต่างๆที่เป็นประโยชน์เท่าที่เป็นไปได้กับเจ้าหน้าที่มาเลเซีย ขณะที่กองทัพมาเลเซีย เชื่อว่า สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เปลี่ยนเส้นทางหลังบินถึงเมืองโกตา บาห์รู ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วลดระดับความสูงที่ 35,000 ฟิต มุ่งข้ามไปทางฝั่งตะวันตกเข้าช่องแคบมะละกา เพราะตรวจจับสัญญาณ จากจอเรดาร์ครั้งสุดท้ายใกล้กับรัฐเปรัคช่วงเวลา 02.40 น. ของวันเสาร์ที่ 8 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น

12 มี.ค. 2557 07:13 ไทยรัฐ