วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โต-ไม่โต

โต-ไม่โต

โดย บี บางปะกง
12 มี.ค. 2557 05:00 น.
  • Share:

ผ่านพ้นแมตช์ที่ 2 กันไปแล้ว สำหรับฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก 2014

โดยพลพรรค “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ฉลองแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้บิ๊กบอส ระวิ โหลทอง ด้วยการบุกไปถล่ม “ฮัลโหล” ทีโอที เอสซี ถึงถิ่น 3–0 คว้าชัยชนะ 2 นัดรวด ผงาดขึ้นไปนำเป็น “จ่าฝูง” ของตาราง

เช่นเดียวกับทีม “กระต่ายแก้ว” บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่ปิดรังเฉือน  “ปลาทูคะนอง” จีเอสอี สมุทรสงคราม หวุดหวิด เก็บไป 6 คะแนนเท่ากัน แต่ประตูได้เสียเป็นรองจึงรั้งอยู่อันดับ 2

ส่วนที่ผิดหวังมากที่สุดก็เห็นจะเป็นทีมบิ๊กอย่าง “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่แพ้รวด 2 นัด ยังไม่นับบอลถ้วยที่ตกรอบโตโยต้าลีกคัพด้วยน้ำมือทีมจากดิวิชั่น 2 อีกต่างหาก

หนำซ้ำเกมล่าสุดยังเป็นการแพ้คาบ้านให้กับทีมที่ทุกสถาบันยกให้เป็นเต็งตกชั้นอย่าง “กูปรี” ศรีสะเกษ

ทำให้เวลานี้ รุย เบนโต้ เฮดโค้ชชาวโปร-ตุเกสของแบงค็อกฯ กลายเป็นกุนซือที่เก้าอี้ “ร้อน” ที่สุดไปโดยปริยาย

พอๆกับสถานการณ์ของกุนซือ มาโน โพลกิ้ง  ของทีม “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี ที่ฤดูกาลที่แล้ว จบด้วยอันดับ 4 แต่ปีนี้เริ่มมา 2 นัดยังไม่มีแม้แต่คะแนนเดียว

ดังนั้นให้จับตาได้เลยว่าวีกนี้โค้ชนอกของทั้ง 2 ทีมจะผลงานเป็นเช่นไร หากใครพลาด ท่าปราชัยให้คู่แข่งอีกเป็นนัดที่ 3 โอกาสถูก “เด้ง” มีสูงลิบเลยล่ะครับ!

ขณะที่ทีมที่น่าจับตามากที่สุดผมยกให้ “ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ของ “เสี่ยฟลุ๊ค” ธนวัชร นิติกาญจนา ที่ฟอร์มการเล่นแข็งแกร่งขึ้นผิดหูผิดตาหลังได้กุนซือชาวสเปนรายใหม่เข้ามากุมบังเหียน

ราชบุรีเปิดตัวอย่างเร้าใจด้วยการบุกไปกะซวกไส้สุพรรณบุรี เอฟซี ถึงถิ่น ก่อนจะอหังการบุกไปแบ่งแต้มจากแชมป์เซราะกราว บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แบบไร้สกอร์

ถ้าจะว่ากันตามจริงแมตช์นี้ราชบุรีต้องเป็นผู้ชนะด้วยซ้ำไป หากลูกยิงของดักลาส การ์โดโซ่ ในครึ่งแรกไม่ถูกผู้ตัดสินปฏิเสธ ด้วยข้อหาล้ำหน้า ทั้งที่ทุกสายตาที่จ้องดูถ่ายทอดสดผ่านจอทีวีเห็นเหมือนกันหมดทั่วประเทศว่าลูกนี้เป็นประตูชัวร์ ชัวร์

เฉกเช่นเดียวกับความพ่ายแพ้ของ สุพรรณบุรีฯต่อบีอีซี เทโรศาสน ที่ลูกยิงไกลของ บียอร์น ลินเดมันด์ บอลพุ่งเช็ดคานข้ามเส้นไปแล้วเป็นวา แต่ท่านเปา “ตาถั่ว” กลับมองไม่เห็น แข้งช้างศึกก็เลยชวดประตูตีเสมอเป็น 3–3 อย่างน่าเสียดาย

ซึ่งลูกลักษณะนี้ก็เหมือนกับเกมเปิดฤดูกาล ที่นักเตะราชบุรีซัลโวบอลข้ามเส้นประตูสุพรรณบุรีไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินไม่ยอมให้เป็นสกอร์หน้าตาเฉย

ที่ผมยกตัวอย่างมาก็เพื่อให้เห็นกันชัดๆว่าบอลลีกไทยของเราเวลานี้ไม่ว่าจะเป็นทีมเล็กทีมใหญ่มาตรฐานเริ่มขยับเข้ามาใกล้เคียงกันแล้ว ทำให้การต่อสู้ในแต่ละแมตช์สนุกสูสียากจะคาดเดาผล

แต่ตัวแปรสำคัญที่ทำให้อรรถรสของเกมต้อง “ดร็อป” ลงไปคือ ผู้ตัดสิน ที่หลายคนมาตรฐานยังน่าเป็นห่วง และดูเหมือนจะพัฒนาไม่ทันการเติบใหญ่ของฟุตบอลสโมสรบ้านเราเอาเสียเลย

ฝากสมาคมฟุตบอลฯ และทีพีแอลไว้เป็นการบ้าน บอลลีกโต แต่วงการท่านเปาดันไม่โต

ใครต้องรับผิดชอบ!!!

 

บี บางปะกง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้