วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
งบกลางค่าข้าว 2 หมื่นล้านป่วน! ยังไม่เซ็นเบิกจ่าย

งบกลางค่าข้าว 2 หมื่นล้านป่วน! ยังไม่เซ็นเบิกจ่าย

  • Share:

งบ 2 หมื่นล้านจ่ายค่าข้าวชาวนา ยังไม่ได้เซ็นเบิกจ่าย หลัง กกต.ไฟเขียว "พาณิชย์" โยนให้คลังจัดการ เพราะไม่ใช่เป็นการกู้เงิน สามารถโอนเงินก้อนนี้ให้ ธ.ก.ส.ดำเนินการจ่ายได้ทันที...

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. มีรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ ว่า จนถึงขณะนี้กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ ยังไม่ได้เซ็นเอกสารเพื่อเบิกงบกลาง 20,000 ล้านบาท เพื่อมาจ่ายค่าจำนำข้าวให้กับชาวนา หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้อนุมัติให้รัฐบาลเบิกงบกลาง หรืองบฉุกเฉิน มาใช้จ่ายหนี้ชาวนา และให้กระทรวงพาณิชย์หาเงินมาใช้คืนภายใน 3 เดือน หรือภายในเดือนพ.ค.2557 โดยปลัดกระทรวงการคลัง อ้างว่า ไม่มีอำนาจเซ็นได้ เพราะเป็นงบประมาณเกิน 500 ล้านบาท ต้องเป็นหน้าที่ของรมว.คลัง ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ อ้างว่าไม่จำเป็นต้องเซ็น เพราะไม่ใช่เป็นการกู้เงิน

ทั้งนี้ งบกลางที่จะนำเงินมาจ่ายค่าข้าวให้กับชาวนา มีเงื่อนไขตามที่ กกต.กำหนด คือ ให้นำเงินที่ได้จากการขายข้าวส่งคืนให้กระทรวงการคลังให้ครบ 20,000 ล้านบาท ภายในวันที่ 31 พ.ค.นี้ ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบการระบายข้าวของรัฐบาล ต้องร่วมลงนามในเอกสาร เพื่อยืนยันว่า จะสามารถชำระคืนได้ตามเงื่อนไข โดยคณะอนุกรรมการระบายข้าว ได้ระบุให้กรมการค้าต่างประเทศ เป็นผู้รับผิดชอบหน่วยงานเดียว ในการรวบรวมเงินจากการระบายข้าวทั้งหมดในทุกรูปแบบ เพื่อส่งคืนให้กระทรวงการคลัง ต่างจากก่อนหน้านี้ ที่หน่วยงานใดเป็นผู้ทำสัญญาซื้อข้าวจากรัฐ จะเป็นผู้ส่งมอบ เช่น องค์การคลังสินค้า (อคส.) หรือองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.)

ด้านนายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า การนำงบกลาง 20,000 ล้านบาท เพื่อนำมาจ่ายค่าข้าวให้กับชาวนานั้น ไม่จำเป็นต้องรอกรมฯมาเซ็นเอกสาร เพื่อนำเงินออกมาจากกระทรวงการคลัง เพราะเป็นช่องทางการยืมเงินปกติ ไม่ใช่กู้เงิน ซึ่งกระทรวงการคลัง สามารถนำงบก้อนนี้โอนเข้าบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และนำไปเบิกจ่ายให้กับชาวนาได้ทันที ซึ่งกรมฯมั่นใจว่า จะสามารถนำเงินที่ได้จากการระบายข้าวส่งคืนให้กับกระทรวงการคลัง ได้ทันตามกำหนดระยะเวลา ที่ กกต.กำหนดภายในวันที่ 31 พ.ค.นี้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้