วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เลาะรั้ว'กองทัพ'เปิด'โผทหาร'เมษา57

 

การโยกย้ายทหารกลางปี ถือเป็นการอุ่นเครื่องของ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เพื่อรองรับการโยกย้ายใหญ่ในเดือนตุลาคม ที่จะจัดทัพใหญ่ ก่อนเกษียณราชการ แต่ครั้งนี้แม้จะเป็นการปรับย่อย แต่ก็มีหลายตำแหน่งที่ถือเป็นไฮไลต์ เพราะมีการจัดทัพ ปรับขบวน ให้นายทหารที่ "สั่งได้" เข้าสู่ตำแหน่งหลัก โดยเฉพาะการส่ง "พล.ท.วลิต โรจนภักดี" ลงไปคุมพื้นที่ภาคใต้ อันเป็นฐานเสียงของ พรรคประชาธิปัตย์ และการโยก "พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์" นั่งตำแหน่ง ผบ.พล.1 รวมทั้งโยก "พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์" ออกจากเก้าอี้ "ผบ.หน่วยซีล" จึงมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง...

 


ในที่สุดบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารกลางปี (เม.ย.) 2557 ก็ถึงมือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อตรวจสอบก่อนลงนาม เนื่องจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ อยู่ในช่วงรักษาการ โดยเมื่อเสร็จขั้นตอนของ กกต.แล้ว บัญชีรายชื่อจะต้องถูกนำกลับมายังกระทรวงกลาโหม ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นวันพฤหัสบดีที่ 13 มี.ค.นี้  และ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม จะเป็นผู้ทำการตรวจทานความสมบูรณ์อีกครั้ง ก่อนจะนำเสนอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกฯ และ รมว.กลาโหม เพื่อลงนาม และเป็นผู้นำขึ้นทูลเกล้าฯ

 

อีกทั้งการจัดแถวทหารครั้งนี้ ได้ผ่านการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551  เป็นที่เรียบร้อย ไร้ปัญหา เพราะช่วงเปลี่ยนถ่ายทางการเมืองรักษาการ ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่กล้าที่จะเข้ามาล้วงลูก ไม่มีอำนาจที่จะเข้ามาก้าวกายเหล่าทัพ เหมือนยักษ์ไม่มีกระบอง เพราะไม่สามารถเข้ามาล้วงลูก หรือมายุ่งเกี่ยวได้ หรือแม้กระทั่งจะมาขอตำแหน่งใดๆ เนื่องจากรัฐบาลอยู่ในช่วงรักษาการ ดังนั้นจึงเป็นอำนาจเด็ดขาดของ ผบ.เหล่าทัพ ที่จะเสนอปรับย้ายได้เต็มอำนาจ โดยที่ไม่มีฝ่ายการเมือง หรือคนของรัฐบาลเข้ามาแทรกแซง หรือล้วงลูก

 


เพราะผ่านการประชุม หารือ ระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับ ผบ.เหล่าทัพ ที่ได้ประชุมร่วมกันนอกรอบ ถึง 2 ครั้งที่กองทัพอากาศในการจัดทำโผรายชื่อ จึงทำทุกอย่างลงตัว เพราะได้ผ่านความเห็นชอบของ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. และ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม

 

แม้การโยกย้ายทหารในช่วงกลางปี จะไม่ค่อยมีตำแหน่ง หวือหวา หรือตำแหน่งอะไรสำคัญเป็นพิเศษ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นการทดแทนตำแหน่งในวาระที่จะเกษียณราชการ โดย ผบ.เหล่าทัพ จะพิจารณารายชื่อผู้ที่เกษียณเป็นหลัก นัยเพื่อเป็นการตอบแทน เลื่อนยศให้สูงขึ้น กับนายทหารที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ

แต่เนื่องจากการปรับย้ายครั้งนี้ในส่วนกองทัพบก มีผู้เกษียณในตำแหน่งสำคัญ คือ พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ (ตท.13) และพล.ท.ปัฐมพงศ์ ประถมภัฏ เจ้ากรมทหารช่าง (ตท.12) พล.ท.กำธร บุณยะสุต เจ้ากรมการทหารสื่อสาร (ตท.13) พล.ท.ธีรยุทธ ศศิประภา เจ้ากรมแพทย์ทหารบก (ตท.14) และมีนายทหารใกล้เกษียณที่จะต้องตอบแทนเลื่อนยศให้อีกจำนวนหนึ่ง

 


ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จึงได้จัดแถวอุ่นเครื่องก่อนรอโยกย้ายใหญ่ตุลาฯ นี้ จึงได้เสนอชื่อ พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพน้อยที่ 1 (ตท.15) ข้ามลงไปเป็น แม่ทัพภาคที่ 4 ท่ามกลางความสงสัยของหลายคนในกองทัพ เพราะ พล.ท.วลิต นั้น ไม่เคยรับราชการในพื้นที่ภาคใต้ เพียงแต่เคยลงไปทำหน้าที่เป็น ผบ.ฉก.นราธิวาส เมื่อครั้งเป็น รองแม่ทัพภาคที่ 1 เพียงปีเดียว อาจจะไม่คุ้นกับภูมิประเทศ รวมทั้งในพื้นที่ยังมีนายทหารที่เหมาะสมอีกหลายคน ดังนั้นจึงเชื่อว่าน่าจะเป็นการตอบแทน เนื่องจาก พล.ท.วลิต มีผลงานมากในการปราบคนเสื้อแดง จนได้รับบาดเจ็บถูกสะเก็ดระเบิด M-79 ฝังที่ขา จนเดินไม่ถนัดมาถึงปัจจุบัน

 

และด้วย พล.ท.วลิต เป็นนายทหารที่มีสายสัมพันธ์กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะที่เคยร่วมรบ และอยู่หน่วย กองพลทหาราาบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) มาด้วยกัน และพลาดการขึ้นเป็น แม่ทัพภาคที่ 1 ในการโยกย้าย ตุลาคม 2556 ที่ผ่านมาเนื่องจาก ขณะนั้น รัฐบาลยิ่งลักษณ์ และคนเสื้อแดงต่อต้านอย่างมาก จึงให้ พล.ท.ธีรชัย นาควานิช ข้ามจากรอง เสธ.ทบ. (ตท.14) ลงไปขัดตาทัพในการเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ก่อนที่จะขึ้นเป็น ผช.ผบ.ทบ.ในตุลาฯ 57 นี้

 


โดย พล.ท.วลิต นั้นถือเป็นนายทหารดาวรุ่ง ที่ได้รับการจับตาในเส้นทางการเติบโตในกองทัพภาคที่ 1 มาตลอด เพราะทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ.และพล.อ.ประยุทธ์ นั้นพยายามผลักดัน พล.ท.วลิต มาโดยตลอด จนเมื่อเวลาเหมาะสม ไม่มีผู้มาขัดแย้งได้ ในที่สุดจึงให้น้องเล็กสายบูรพาพยัคฆ์ ลงไปคุมพื้นที่ภาคใต้ ในโผโยกย้ายคราวนี้ และในส่วนกองทัพภาคที่ 4 ที่ดูแลพื้นที่ภาคใต้อันเป็นฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์เป็นหลักด้วย

 


และแม้จะมีคู่แข่งทั้ง พล.ต.ปราการ ชลยุทธ รองแม่ทัพภาคที่ 4 (ตท.15) ที่ข้ามมาจากกองทัพภาคที่ 3  พล.ต.นพวงศ์ สุรวิชัย รองแม่ทัพภาคที่ 4 (ตท.15) และ พล.ต.ชิรนทร์ อมรแก้ว รองแม่ทัพภาคที่ 4 (ตท.16) ที่รับราชการในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 มาทั้งชีวิต รวมทั้ง พล.ท.กิตติ อินทสร ผช.เสธ.ทบ.ฝ่ายข่าว (ตท.14) อีกคนที่ถือว่ามีความเหมาะสม เพราะอยู่ในพื้นที่ภาคใต้มากว่าอยู่พื้นที่กรุงเทพฯ แต่กลับถูกเด้งมาอยู่ส่วนกลาง ก็ได้แค่ลุ้น

ในส่วนตำแหน่งที่น่าสนใจในการโยกย้ายครั้งนี้ ยังมี พล.ท.กัปนาท รุดดิษฐ์ ผช.เสธ.ทบ.ฝ่ายยุทธการ (ตท.16) ที่ได้ข้ามกลับมาเป็น แม่ทัพน้อยที่ 1 เพื่อรอจ่อคิวขึ้นแม่ทัพภาคที่ 1 ในตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นอีกคนที่ได้รับการคาดการณ์ว่าจะเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ก่อนปูทางขึ้นเป็น ผช.ผบ.ทบ.หลังปี 2558 และโยก พล.ต.ศุภวัฒน์ เชิดธรรม รองแม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.16) ขึ้นเป็น ผช.เสธ.ทบ.ฝ่ายยุทธการแทน พร้อมดัน พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผบ.พล.1 รอ. (ตท.18) ที่ได้วาระต้องขึ้นเป็น รองแม่ทัพภาคที่ 1 เพื่อเปิดทางให้ พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.มทบ.15 (ตท.20) บุตรชาย "บิ๊กจ๊อด" พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตประธาน รสช. ข้ามกลับมาเป็น ผบ.พล.1 รอ. เพื่อคุมกำลังหลักพื้นที่กรุงเทพฯ และจะเป็น ผบ.กกล. ของ ศรส. เนื่องจากเป็นที่ทราบว่า พล.ต.อภิรัชต์ นั้นมีความสนิทสนมกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส. และเป็นนายหารที่มีบทบาทสำคัญ ในช่วงสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง พ.ค.53 ที่เขาดำรงตำแหน่ง ผบ.ร.11 รอ. ได้มีนำกำลังเข้าไปปราบม็อบ และเป็นผู้นำ ตท.20 ตบเท้าให้กำลัง ผบ.ทบ. (พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา) ในขณะนั้นที่โดน "เสธ.แดง" พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ออกมาเล่นงาน อย่างไรก็ตาม นอกจากนั้นจะโยก พล.ต.สุรินทร์ แพโต ผบ.พลพัฒนาที่ 1  เป็น ผบ.มทบ.15

ในส่วนกองทัพเรือ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. ก็ตัดสินใจโยก พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ผบ.หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ (ผบ.นสร.) ตท.16 หรือ ผบ.หน่วยซีล ที่ถูกมองเข้ามามีบทบาท สนับสนุนม็อบ กปปส. และให้สัมภาษณ์ในเชิงลบกับรัฐบาลมาตลอด ทาง น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงได้มีการหารือ พล.ร.อ.ณรงค์ ขอให้ปรับย้าย ซึ่งทาง พล.ร.อ.ณรงค์ ก็เห็นด้วย เพราะที่ผ่านมาทหารเรือจากหน่วยซีล ก็ถูกตำรวจจับกุมพร้อมอาวุธสงครามบ่อยครั้ง ในช่วงที่มีเหตุการณ์ปะทะกับตำรวจ

 


จึงมีการพิจารณาไฟเขียวให้ย้าย พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ไปนั่งตบยุงในตำแหน่ง ผู้ทรงคุณพิเศษ ทร. อัตราพลเรือโท และโยก พล.ร.ต.ยุจ พิจิตรชุมพล หน.ฝสธ.ผบ.กองเรือยุทธการ (ตท.18) ลงมาเป็น ผบ.นสร. (ผบ.หน่วยซีล) เพื่อขัดตาทัพ รอให้ น.อ.ชนินทร์ ผดุงเกียรติ เสธ.นสร.ที่จบหน่วยซีล อีกคนได้เวลาขึ้นรอง ผบ.นสร. เดือนเม.ย.นี้ เพื่อแต่งตัวรอการขึ้นเป็น ผบ.นสร.ในตุลาคมที่จะถึง

 

สำหรับตำแหน่งที่มีการปรับย้ายสำคัญๆ ประกอบด้วย

พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 (ตท.13) ขึ้นเป็น ที่ปรึกษาพิเศษ ทบ.(อัตราพลเอก) พล.ท.ปฐมพงศ์ ประถมภัฏ เจ้ากรมการทหารช่าง (ตท.12) เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ.(อัตราพลเอก) พล.ท.กำธร บุณยะสุต เจ้ากรมการทหารสื่อสาร (ตท.13) เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ.(อัตราพลเอก) พล.ท.ธีรยุทธ ศศิประภา เจ้ากรมแพทย์ทหารบก (ตท.14) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ.(อัตราพลเอก) พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพน้อยที่ 1 (ตท.15) เป็น แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ท.กัปนาท รุดดิษฐ์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.16) เป็น แม่ทัพน้อยที่ 1 พล.ต.ศุภวัฒน์ เชิดธรรม รองแม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.16) เป็น ผช.เสธ.ทบ.ฝ่ายยุทธการ พล.ต.สุชาติ ผ่องพุฒิ รองเจ้ากรมทหารสื่อสาร (ตท.18) เป็น เจ้ากรมทหารสื่อสาร พล.ต.บุณยรักษ์ พูนชัย เป็น เจ้ากรมแพทย์ทหารบก พล.ต.วารห์ บุญญะสิทธิ์ ผบ.พล.1 รอ.(ตท.18) เป็น รองแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.มทบ.15 (ตท.20) เป็น ผบ.พล.1 รอ. พล.ต.สุรินทร์ แพโต ผบ.พลพัฒนาที่ 1 (ตท.18) เป็น ผบ.มทบ.15.

 

 

การโยกย้ายทหารกลางปี ถือเป็นการอุ่นเครื่องของ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เพื่อรองรับการโยกย้ายใหญ่ในเดือนตุลาคม ที่จะจัดทัพใหญ่ ก่อนเกษียณราชการ แต่ครั้งนี้แม้จะเป็นการปรับย่อย แต่ก็มีหลายตำแหน่งที่ถือเป็นไฮไลต์ เพราะมีการจัดทัพ ปรับขบวน ให้นายทหารที่ "สั่งได้" เข้าสู่ตำแหน่งหลัก โดยเฉพาะการส่ง "พล.ท.วลิต โรจนภักดี" ลงไปคุมพื้นที่ภาคใต้ อันเป็นฐานเสียงของ พรรคประชาธิปัตย์ และการโยก "พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์" นั่งตำแหน่ง ผบ.พล.1 รวมทั้งโยก "พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์" ออกจากเก้าอี้ "ผบ.หน่วยซีล" จึงมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง... 11 มี.ค. 2557 20:31 ไทยรัฐ