วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความเหมือนที่ต่าง! จากมาเลเซีย MH370 ถึงแอร์ฟรานซ์ FA447

สืบเนื่องจากกรณี เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 อีอาร์ เที่ยวบิน เอ็มเอช 370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์สสูญหายพร้อมผู้โดยสารกับลูกเรือ 239 คนในวันที่ 8 มี.ค.57 ขณะเดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง ยังคงเป็นปริศนาที่ต้องรอวันคลี่คลายกัน...!

ล่าสุด กัปตัน ศรัณย์พล ผลละศิริ อดีตนายกสมาคมนักบินไทย กล่าวผ่านไทยรัฐออนไลน์ถึงกรณีนี้ว่า ความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่าเหตุการณ์ อุบัติเหตุปริศนาที่เครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์สสูญหายไปนี้ เรื่องสภาพอากาศไม่น่าจะใช่ เนื่องจากวันที่เกิดเหตุการณ์ตนเองเพิ่งผ่าน โดยสภาพอากาศเส้นทางนั้นปกติดี ไม่ได้มีเหตุการณ์หรือเมฆมรสุมอะไรเลย แต่อย่างไรก็ดีจะตัดประเด็นนี้เลยก็ไม่ได้ ส่วน เรื่องไฮแจ็คหรือถูกโจรจี้เครื่องบินนั้น โอกาสจะเป็นไปได้ยา เนื่องจากระบบการป้องกันของเครื่องบินทั่วโลกจะดีและปลอดภัยมากตั้งแต่เกิด เหตุการณ์ 911 โดยมีกล้องที่สามารถจะเห็นหน้าได้ชัดเจนและมีหลายขั้นตอนกว่าจะถึงห้องนักบิน ไม่สามารถทำอะไรได้ง่ายเหมือนสมัยก่อนอีกแล้ว

"ส่วนเรื่องเครื่องบินขัดข้องแล้วมีระเบิดกลางอากาศก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นต้องเจอชิ้นส่วนเครื่องบินหล่นอยู่อย่างแน่นอน หรือ ถ้าเครื่องจะไปลงที่อื่นมันไม่น่าจะมีทางเป็นไปได้เพราะว่าเครื่องบินระดับ ใหญ่ขนาดนี้ ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น เช่น เครื่องขัดข้องมีปัญหา มีผู้ป่วย หรืออะไรก็ตาม จะไปเลือกลงสนามบินอื่นที่สามารถลงได้ หรือจะไปลงสนามบินสำรอง นักบินต้องรู้ว่าลงตรงไหน ยกตัวอย่างสมมุติเช่นในเหตุการณ์ เที่ยวบิน เอ็มเอช 370 ถ้าเครื่องมีปัญหาก็ต้องลงตรงไซง่อน เพราะเป็นสนามบินใหญ่และใกล้ หรืออีกทางคือย้อนกลับไปกัวลาปัมเปอร์ที่เดิมก็ได้"

ทั้งนี้ กัปตันผู้นี้ยังบอกอีกว่า ถ้าเครื่องบินจะบินย้อนกลับเพื่อหรือหาลงที่จอดมันจะหาลงง่าย แต่ตอนนี้มันไม่มี ส่วนเรื่องที่เราไม่อาจรู้ได้เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวเกี่ยวกับสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา กรณีนี้ตนเองไม่มีความรู้เลย

นายกสมาคมนักบินไทย กล่าวว่า ตอนนี้ฟันธงอะไรไม่ได้เลย ตอบไม่ได้จริงๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราอาจจะตัดประเด็นที่เป็นไปได้น้อยสุดออกไป แต่มันก็ยังมีโอกาสเป็นไปได้อยู่ ส่วนเรื่องเครื่องเสีย พูดจริงๆ เครื่องบินมันอยู่ในระดับดีมาก ถึงแม้ว่าเครื่องบินที่บินทุกลำมันอาจจะมีระบบเล็กๆ น้อยๆ เสียเหมือนกับเรา ขับรถยนต์ แต่ถ้าถึงเวลาที่เครื่องต้องพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้ามันค่อนข้างสมบูรณ์ เปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงเป็นไปได้น้อยมาก หรือแทบจะไม่มีเลย เพราะฉะนั้นก็ไม่รู้จะบอกยังไงเกี่ยวกับเหตุการมาเลเซียแอร์ไลน์ส เที่ยวบิน เอ็มเอช 370 ที่เกิดขึ้น

ส่วนเรื่องกล่องดำในตัวเครื่องคงต้องใช้เวลาในการหาพอสมควร แม้จะมีสัญญาณแต่ก็ต้องอยู่ในขอบข่ายระยะที่มันส่งถึง นอกจากนี้ยังมีเรื่องมีระยะเวลาในการส่งสัญญาณอีกด้วย อาจจะใช้สัญญาณโซนาร์หาตรวจหาวัตถุก็เป็นได้

*สรุปในความคิดของอดีตนายกสมาคมนักปินไทย*

1. ไฮแจ็ค ให้น้ำหนักน้อย

2. เครื่องบินลงจอดที่อื่นเป็นไปไม่ได้ เพราจากการตรวจสอบก็ไม่พบเห็น

3. ระเบิดกลางอากาศเป็นไปได้น้อย เพราะถ้าระเบิดต้องเจอชิ้นส่วนบ้างแล้ว

4. มนุษย์ต่างดาว สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาอันนี้ไม่รู้

5. เรื่องสภาพอากาศในฤดูนี้เป็นไปได้น้อยที่สุด เนื่องจากมันไม่มีเมฆมรสุมอะไรเลย

กัปตัน ศรัณย์พล ผลละศิริ ยังยกตัวอย่างเหตุการณที่ใกล้เคียงกับเรื่องนี้คือ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว สายการบินแอร์ฟรานซ์ เครื่องบินแอร์บัส เอ 330 เที่ยวบิน FA 447 พร้อมด้วยผู้โดยสารและลูกเรือรวม 228 ชีวิต เดินทางจากริโอเดอจาเนโร ของบราซิล มุ่งหน้าไปกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส แต่แล้วกลับสูญหายไปจากจอเรดาร์ในระหว่างอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติก นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เครื่องบินเจ็ทขนาดใหญ่สูญหายอย่างไร้ร่องรอยโดยไม่ทราบสาเหตุ

สายการบินแอร์ฟรานซ์ใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมงกว่าจะพบว่าเครื่องบินลำดังกล่าวสูญหายไป และการค้นหาก็ดำเนินไปนานหลายวัน แถมยังเป็นการสุ่มหาในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ เนื่องจากไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเครื่องบินตกลงตรงพิกัดใดกันแน่

ทีมค้นหาซึ่งประกอบด้วยกองทัพเรือสหรัฐฯ ฝรั่งเศส สเปน และบราซิล จำนวนนับพันนาย ใช้เวลาถึง 6 วันจึงพบร่างของผู้เสียชีวิต และหลังจากนั้นจึงเริ่มมีการพบชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องบินและศพในบริเวณรัศมีห่างกัน

การค้นหาดำเนินไปนานถึง 23 เดือน จึงพบซากเครื่องบินติดอยู่ใต้หุบเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติกลึกถึงเกือบ 4,000 เมตร โดยพบกล่องดำ และร่างของผู้เสียชีวิตอีก 104 รายติดอยู่กับห้องโดยสาร แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่พบร่างของผู้เสียชีวิตอีกถึง 74 ราย

กล่องดำที่กู้จากซากเครื่องบิน ช่วยคลี่คลายปริศนาการหายไปของเครื่องบินแอร์ฟรานซ์ โดยพบว่าเครื่องบินบินฝ่าพายุ จนเครื่องจับความเร็วเครื่องบินเป็นน้ำแข็ง และบอกความเร็วคลาดเคลื่อน เป็นเหตุให้ออโตไพลอทไม่ทำงาน และกัปตันก็เกิดความสับสน บังคับเครื่องผิดพลาด นำเครื่องออกนอกเส้นทาง และบินช้ากว่าปกติจนไม่สามารถประคองตัวในอากาศได้ นำไปสู่การร่วงลงกลางทะเลในที่สุด

ส่วนสาเหตุที่เครื่องบินหายไปอย่างไร้ร่องรอย เป็นเพราะเครื่องแล่นลงสู่พื้นน้ำโดยท้องเครื่องกระแทกน้ำ และจมลงสู่ก้นทะเลอย่างรวดเร็วทั้งลำ ซากที่หลุดจากการตกกระแทกจึงเป็นเพียงเศษเล็กๆ ที่ตรวจหาได้ยาก

ผลการสอบสวนชี้ให้เห็นว่า เครื่องบินประสบปัญหาด้านสภาพอากาศ เที่ยวบินนี้ไม่ได้หลีกเลี่ยงการบินฝ่าพายุฝนฟ้าคะนองหนาแน่น อีกทั้งนักบินยังมีปัญหาอื่นๆในห้องนักบินอีกหลายประการ เช่น ขณะวิกฤตการณ์ผู้บังคับเครื่องทั้งสองคนเป็นนักบินผู้ช่วย(F/O) ส่วนกัปตันไปพักผ่อน และการตั้งค่าเรดาร์ตรวจอากาศไม่ถูกต้องซึ่งเมื่อนักบินแก้ไขค่าของเรดาร์ แล้วพบว่าเครื่องบินกำลังบินอยู่ท่ามกลางพายุ แม้นักบินทั้งสองจะเปลี่ยนเส้นทางบินเล็กน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงศูนย์กลางพายุ แต่ก็ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นมากนัก ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของพายุทำให้ความหนาแน่นของอากาศต่ำกว่าที่นักบิน ประเมินไว้ก่อนขึ้นบินทำให้ไม่สามารถเพิ่มระดับเพดานบินได้อีก

การค้นหากล่องบันทึกการบินและเครื่องบันทึกการสนทนาภายในห้องนักบิน(CVR) ถูกพบหลังจากเหตุการณ์เครื่องบินตกเกือบ 2 ปี ที่ความลึกกว่า 1.2 กิโลเมตร ซึ่งจากข้อมูลของ CVR ทำให้ทราบว่า เกิดความสับสนของนักบินผู้ช่วยทั้งสองคนตลอดเวลาที่เข้าควบคุมเครื่อง และตลอดการเกิดวิกฤตการณ์ กัปตันก็ไม่ได้เข้าควบคุมเครื่องบิน อีกทั้งข้อมูลการสนทนายังทำให้ทราบว่า นักบินเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนการร่วงหล่น (Stall) อย่างเห็นได้ชัด ไม่มีการพูดถึงและไม่มีใครถาม จนเกิดเหตุการณ์ที่ทุกคนไม่คาดฝันขึ้น

และบทเรียนจากสายการบินแอร์ฟรานซ์ในครั้งนั้น เหมือนเป็นการบอกใบ้อยู่นัยๆ ว่าการค้นหาเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส อาจต้องใช้เวลานานหลายปี

นอกจากนี้ อดีตนายกสมาคมนักบินไทย ทิ้งท้ายไว้ว่า จริงๆ เครื่องบินทุกเที่ยวบินมีความปลอดภัยมาก ทุกครั้งที่เอาเครื่องออกไป มีความปลอดภัยสูงสุด ถ้าไม่ปลอดภัยกัปตันจะไม่เอาเครื่องออกเด็ดขาด มันมีขั้นตอนของมัน ทุกครั้งที่พุ่งทะยานสู่ฟ้าเครื่องบินมีความปลอดภัยมากมั่นใจได้เลย เพราะกัปตันจะไม่สามารถออกเครื่องได้ มันผิดระเบียบ ผิดกฎหมาย.

จากกรณี วันที่ 8 มีนาคม เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 อีอาร์ เที่ยวบิน เอ็มเอช 370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส ที่สูญหายพร้อมผู้โดยสารกับลูกเรือ 239 คน ขณะเดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง ยังคงเป็นปริศนา 11 มี.ค. 2557 20:25 ไทยรัฐ