วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อดีตพรานแฉ นาทีล่า 'เลียงผา' ไล่ยิง-ตัดหัวขาย

อดีตนายพรานกลับใจ เผย "ไทยรัฐออนไลน์" ถึงนาทีล่า "เลียงผา" ใช้ปืนลูกซองไล่ยิง หากไม่ตายจะตามยิงซ้ำจนกว่าจะหมอบ นอกจากนี้ยังทำกับดักไว้กลางป่าอีกด้วย พอล่าได้เอาเนื้อมาทำกับข้าว ส่วนหัวเอาไปขาย และหนังเอาไปทำน้ำมันเลียงผา พระสงฆ์ ป่าไม้ ชาวบ้าน ร่วมหารือตั้งกลุ่มอนุรักษ์ 'เบ็งจะ' เล็งประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหลายพื้นที่ ทั้งในเขตลพบุรี-สระบุรี..

จากกรณีชาวบ้านใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี พบลูกเลียงผา เพศผู้ อายุประมาณ 3-6 เดือน พลัดหลงจากฝูง เดินอยู่ริมถนนใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา จนมีชาวบ้านนำมาส่งเจ้าหน้าที่สำนักบริหารที่ 1 สระบุรี เพื่อนำไปดูแล เพราะกลัวว่าจะถูกทำร้าย โดยหัวหน้าชุดปฏิบัติการด้านสัตว์ป่าได้นำแม่แพะ ซึ่งเป็นสัตว์สายพันธุ์เดียวกันมาให้นม เพื่อเป็นการอนุบาล ก่อนนำปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ กระทั่งเรื่องดังกล่าวกลายเป็นกระแสอนุรักษ์เลียงผา และธรรมชาติในผืนป่าเขาหินปูน จ.สระบุรี ตามที่ "ไทยรัฐออนไลน์" เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา ที่วัดป่าชุมชน อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี นายเบ็งจะ ตรีสาร หัวหน้าชุดปฏิบัติการด้านสัตว์ป่า ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี พระอาจารย์ปริญญา สุปริญโญ เจ้าอาวาสฯ พร้อมแกนนำชาวบ้าน ร่วมหารือถึงการอนุรักษ์เลียงผาและธรรมชาติของผืนป่าดงพญาเย็นเขตท้องที่ จ.สระบุรี ลพบุรี ซึ่งการหารือครั้งนี้ มีการนำนายสมชาย (นามสมมติ) อดีตพรานล่าเลียงผาในพื้นที่ อ.ลำสนธิ ซึ่งกลับใจเลิกอาชีพพรานป่า มาให้คำแนะนำและปลูกฝังในเรืื่องจิตอนุรักษ์ด้วย

นายเบ็งจะ กล่าวว่า เป็นที่น่ายินดีที่ชาวบ้านมีจิตอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตอนนี้ตนกำลังศึกษาเรื่องข้อกฎหมาย การประกาศเป็นเขตห้ามล่าฯ ในพื้นที่ทับซ้อนโรงปูนอยู่ คงต้องใช้เวลาสักระยะ ตอนนี้พบว่าทุกพื้นที่เขาหินปูน มีสัตว์ป่าอยู่หลายชนิด รวมทั้งเลียงผา ซึ่งชุมชนและโรงปูน โรงโม่ต้องให้ความสำคัญ ซึ่งตนขอประชาสัมพันธ์ไปยังชาวบ้านในพื้นที่ใกล้ถิ่นอาศัยของเลียงผา ให้ช่วยกันดูแลและเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสการล่าขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที


"ขณะนี้กำลังประสานงานกับชาวบ้านในการสร้างเครือข่ายรักษ์เลียงผา และธรรมชาติ เราถือว่าจุดนี้คือจุดเริ่มต้นในการอนุรักษ์ เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญไปพร้อมๆ กัน เลียงผาเป็นสัตว์สงวนที่ใกล้จะสูญพันธุ์ ดังนั้น จึงต้องช่วยกันอนุรักษ์ไว้" นายเบ็งจะ กล่าว

พระอาจารย์ปริญญา กล่าวว่า อาตมาบวชมาหลายปี ก่อนหน้านี้เดินสำรวจพื้นที่ป่าผนนี้มาหมดแล้ว ยืนยันว่ามีความสมบูรณ์เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำป่าสัก ที่มีความสมบูรณ์ทั้งพืชพรรณธรรมชาติและสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของเลียงผา สัตว์ป่าที่กำลังจะสูญพันธุ์ ดังนั้น ทุกคนจึงควรอนุรักษ์ไว้ให้อยู่คู่ธรรมชาติ ที่ผ่านมา อาตมาให้ความรู้กับชาวบ้าน และเยาวชน ให้เห็นความสำคัญของเลียงผา และขอบิณฑบาตว่า "อย่าล่า" เพราะใกล้สูญพันธุ์เต็มที ที่วัดแห่งนี้ อาตมาสร้างบ่อน้ำไว้ให้เลียงผากิน เพื่อจะได้ไม่ไปหากินที่อื่น เพราะกลัวจะตกเป็นเหยื่อปืนนายพราน ในช่วงหลังนี้ชาวบ้านก็เลิกอาชีพนายพรานไปเยอะ เพราะมีหลายหน่วยงานเข้ามาให้ความสนใจ และช่วยกันปกป้อง

"สิ่งที่จูงใจนายพรานล่าเลียงผา เพราะได้ราคาดี  ตัวหนึ่งก็ได้ราคาเป็นหมื่น ขายได้ทั้งตัว หัว เนื้อ และหนัง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนายพรานรุ่นเก่า คงเเก้ยาก ต้องใช้เจ้าหน้าที่กวดขัน กดดัน แต่สำหรับนายพรานรุ่นใหม่ๆ อาตมาไม่ค่อยหนักใจเท่าไร เพราะไม่มีนิสัยนายพราน อาจได้รับการอบรมจากครูบาอาจารย์บ้าง อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาให้ความรู้ในเรื่องของจิตอนุรักษ์ คิดว่าวันข้างหน้าสถานการณ์การล่าสัตว์ป่าคงลดน้อยลง" พระอาจารย์ปริญญา กล่าว

นายสมชาย กล่าวถึงประสบการณ์ล่าเลียงผา กับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ว่า เคยล่าตั้งแต่ปี 2535 มาเลิกตอนปี 2540 การล่าเลียงผามี 2 แบบคือการถือปืนลูกซองไปไล่ยิง และการดักห้าว โดยใช้ปืนลูกซองหลายกระบอกผูกติดกัน ทำกับดักไว้ พอเลียงผาเดินมาเตะ ปืนก็จะลั่นใส่ ตายทันที ส่วนใหญ่ทำตอนกลางคืน จุดที่ดักยิงเลียงผาก็คือทางเดินสัตว์ และแหล่งอาหารของเลียงผา ที่ชอบออกหากิน ตรงนี้พรานทุกคนจะรู้ดี ว่าอยู่ตรงไหน ยิ่งช่วงเดือนมีนาคม จะมีเลียงผาออกหาอาหารจำนวนมาก จึงทำให้ล่าได้ง่าย

นายสมชาย กล่าวอีกว่า เมื่อก่อนพวกเรากลุ่มนายพรานซึ่งก็คือคนในหมู่บ้าน จะออกล่าสัตว์เพื่อยังชีพ ล่าได้ก็เอามาแบ่งกัน แต่ตอนหลังเริ่มพัฒนามาเป็นการล่าตามใบสั่ง เนื่องจากเลียงผามีราคาแพง จึงมีพรานนิยมล่ามากมาย เพราะรายได้ดี เฉพาะหัวเลียงผาพราจะขายได้ประมาณ 7 พันบาท ถึง 1 หมื่นบาท ส่วนเนื้อก็เอามาแบ่งทำเป็นอาหาร และหนังก็ขายได้ราคาดีด้วย บางคนก็เอาน้ำมันไปทำน้ำมันเลียงผา ใช้น้ำมันมะพร้าว 1 ปี๊บนึง เอากระดูกเลียงผาใส่ลงไป ต้มเคี่ยวนานเป็นอาทิตย์ จนได้น้ำมันเลียงผา เชื่อว่ารักษาโรคปวดขาได้

"การยิงเลียงผาส่วนใหญ่จะเล็งไปที่จุดตาย คือกกหูกับหัว ถ้ายิงไม่ตรงจุดมักไม่ตาย ต้องตามไปยิงซ้ำ ตามรอยเลือดไปเรื่อยๆ จนเจอซาก การยิงเองส่วนใหญ่มักไม่ได้ผล เพราะเลียงผาเคลื่อนที่เร็วมาก ส่วนใหญ่จะตายเพราะการดักห้าว ที่ใช้ปืนหลายกระบอก ในชีวิตผมยิงเลียงผามาแล้ว 15-16 ตัว กว่าจะเลิกอาชีพนายพราน ตอนทำไม่ได้คิดอะไร ทำเพื่อเอาเนื้อมากิน ส่วนหัวก็เอาไปขาย ไม่ได้มีใบสั่งแต่อย่างใด  จุดเปลี่ยนที่ทำให้เลิกอาชีพนายพราน ก็เพราะมีวันหนึ่งผมไปยิงแม่เลียงผาตาย โดยมีลูกของมัันร้องหาแม่อยู่ทั้งคืน เพราะหิวนม เดินวนเวียนไปมาไม่หนีไปไหน ตรงนี้ทำให้รู้สึกน้ำตาคลอ และสำนึกผิด ว่าถ้าเรื่องนี้เกิดกับเราบ้างจะรู้สึกอย่างไร หลังจากนั้นผมก็เลิกเป็นนายพรานทันที" นายสมชาย กล่าว

นายสมชาย กล่าวอีกว่า ก่อนที่จะมายิงแม่เลียงผาตัวนั้น ตนไม่เคยคิดสงสาร หรือรู้สึกอะไรเลย เห็นเลียงผาถูกยิงตายไปต่อหน้าต่อตา ตัวไหนไม่ตายก็จะตามไปยิงซ้ำ จนตาย ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอมาถึงกรณีแม่เลียงผา ทำให้ตนคิดได้เพราะเกิดความสงสาร จึงคิดว่าเลิกอาชีพพรานดีกว่า ทำมาหากินอย่างอื่นดีกว่า ปัจจุบันนี้ นายพรานในหมู่บ้านแทบไม่มีแล้ว เพราะความเจริญเข้ามา แต่ก็ยังมีพรานต่างถิ่นที่แวะเวียนมาบ้าง เป็นครั้งคราว พวกเราก็ขับไล่ไป ในปัจจุบันนี้จุดที่มีเลียงผามากที่สุดคือที่เขาวง เขตจ.สระบุรี  มีเยอะมากเพราะเห็นกับตา

สำหรับความคืบหน้าการสำรวจถิ่นอาศัยของเลียงผา วันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ฯ แก่งคอย จ.สระบุรี ลงสำรวจพื้นที่ป่าและร่องรอยสัตว์ป่า (ต่อเนื่อง) บริเวณป่าเขาจัน (สถานีโทรคมนาคมทหารเขาแผงม้า ถึง ถนนมิตรภาพ) ด้านทิศตะวันออกของโรงปูน บ.ทีพีไอโพลีน จก.(มหาชน) ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี พบมูลและรอยเท้าเลียงผากระจายเป็นจุดๆ ตลอดเส้นทาง.

อดีตนายพรานกลับใจ เผย "ไทยรัฐออนไลน์" ถึงนาทีล่า "เลียงผา" ใช้ปืนลูกซองไล่ยิง หากไม่ตายจะตามยิงซ้ำจนกว่าจะหมอบ นอกจากนี้ยังทำกับดักไว้กลางป่าอีกด้วย พอล่าได้เอาเนื้อมาทำกับข้าว ส่วนหัวเอาไปขาย และหนังเอาไปทำน้ำมันเลียงผา พระสงฆ์ ป่าไม้ ชาวบ้าน ร่วมหารือตั้งกลุ่มอนุรักษ์ 'เบ็งจะ' เล็งประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหลายพื้นที่ ทั้งในเขตลพบุรี-สระบุรี.. 11 มี.ค. 2557 17:52 ไทยรัฐ