วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิบัติการกู้ภัย นานาชาติรวมหัวใจ ค้นหาเที่ยวบิน MH370

การระดมกำลังค้นหากู้ภัยครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง ของบรรดาชาติเอเชียแปซิฟิก เพื่อค้นหาเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ER ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่  MH370 ที่ยังคงสูญหายไปอย่างเป็นปริศนา ท่ามกลางการทำงานของทีมกู้ภัยที่ยังคงแข่งกับเวลา ด้วยความหวังที่จะได้เจอผู้รอดชีวิต...

นับตั้งแต่การรายงานว่าเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ER ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่  MH370 เส้นทางกัวลาลัมเปอร์ - ปักกิ่ง ขาดการติดต่อกับหอควบคุมการจราจรทางอากาศ ซูบัง เมื่อเวลา 02.40 น. ของวันที่ 8 มี.ค.2557 ทางการมาเลเซียก็เริ่มดำเนินการออกค้นหาเครื่องบิน ตั้งแต่การแกะรอยในเส้นทางการบิน โดยจุดที่ถูกระบุว่า เครื่องได้มีการติดต่อครั้งสุดท้ายก่อนหายไปจากจอเรดาร์ คือ ตำแหน่งที่พิกัด 6.5515 องศาเหนือ (ลองจิจูด) และ 103.3443 องศาตะวันออก (ละติจูด) อย่างไรก็ตาม เป้าหมายในการค้นหายังคงตีกรอบไว้ที่บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ช่องแคบมะละกา ทะเลจีนใต้ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม


แม้ว่าในช่วงแรกของการค้นหามีข่าวที่อ้างรายงานของ กองทัพเรือเวียดนามว่า ได้พบคราบน้ำมันในบริเวณ 153 ไมล์ ใกล้กับเกาะ 'โถเจา' (ปันจัง) ของเวียดนาม น่านน้ำของเวียดนามติดกับมาเลเซีย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ 'แหลมญวน' แต่สุดท้าย เมื่อพิสูจน์แล้วพบว่าคราบน้ำมันดังกล่าวไม่ได้มาจากเครื่องบินของเที่ยวบิน MH370

อย่างไรก็ตาม การค้นหากู้ภัยก็ได้เริ่มต้นทันทีในวันดังกล่าว โดยกำลังหลักยังเป็นของมาเลเซีย ที่ได้ส่งเครื่องบินลำเลียงแบบ CN-235 เครื่องบินตรวจการณ์ บีชคราฟท์ B200T คิงแอร์ เครื่องบินลำเลียงแบบ ซี-130 อีก 4 ลำ เครื่องบินแบบบอมบาดิเดีย โกลบอล เอ็กซเพรส 2ลำ เฮลิคอปเตอร์ อกุสต้า เอ109 อีก 2 ลำ เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงทางยุทธวิธีแบบ อีซี-725 รวมทั้งเรือรบจากกองทัพเรือมาเลเซียจำนวน 6 ลำ และ เรือจาก Malaysian Maritime Enforcement Agency หรือ สำนักงานบังคับใช้กฎหมายทางทะเลของมาเลเซีย ขึ้นบินเพื่อค้นหาจุดที่คาดว่าเครื่องบินจะตกในทะเล บริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกที่ติดทะเลจีนใต้ ขณะที่ ทีมอาสาของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส หรือ โก ทีมก็เข้าดูแลครอบครัวผู้โดยสารของเที่ยวบิน  MH370 โดยปฏิบัติการค้นหาถูกประสานงานผ่านศูนย์กลาง คือ ศูนย์ควบคุมอุบัติภัยแห่งชาติ ของมาเลเซีย (NDCC)


และทันทีที่เกิดเรื่องขึ้นบรรดาชาติพันธมิตรอาเซียนและ เอเชียแปซิฟิก ต่างเข้าให้การช่วยเหลือมาเลเซียกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเพื่อบ้านที่อยู่ใกล้ๆ อย่างเช่น ประเทศเวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา และ ประเทศไทย ที่ส่งเรือ อากาศยาน และ ทีมค้นหากู้ภัย เข้าร่วมในการค้นหาเครื่องบินโบอิ้ง 777-200ER ลำดังกล่าว

ออสเตรเลียส่งเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล เอพี-3ซี โอเรียน เข้าร่วมค้นหา เช่นเดียวกับ นิวซีแลนด์ ที่ส่งเครื่อง พี-3เคทู โอเรียน มาเข้าร่วมบินค้นหาในทะเลด้วยเช่นกัน


ทางรัฐบาลจีนส่งความช่วยเหลือด้วยการส่งเรือลำเลียงยกพลขึ้นบกชั้น ไทป์ 071 ชื่อ ฉิงกัง ชาน และเรือพิฆาตชั้นเจียงเว่ย- 2 ชื่อเมียงยาง รวมจำนวน 2 ลำ โดยเรือฉิงกัง ชาน มีเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ พร้อมทีมแพทย์ นักประดาน้ำ 10 คน และ นาวิกโยธินอีก 52 นาย อุปกรณ์ช่วยชีวิต และอุปกรณ์ค้นหาใต้น้ำ นอกจากนี้ยังมีเรือรบของจีนอีก 2 ลำเข้าร่วมค้นหาในจุดต้องสงสัย โดยเริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค.รวมทั้งนำเอาดาวเทียมสำรวจมาใช้เพื่อค้นหาด้วย


อินโดนิเซีย เข้าร่วมให้ความช่วยเหลือในการกู้ภัย โดยเตรียมเรือเร็วตรวจการณ์แบบ PC-40 จำนวน 2 ลำ พร้อมทั้งเรือตรวจการณ์อีก 2 ลำร่วมค้นหาในบริเวณ เกาะปินัง และช่องแคบมะละกา

ฟิลิปปินส์  ส่งเรือฟริเกต 1 ลำ และเรือคอร์เวตอีก 2 ลำ ร่วมให้การสนับสนุนการค้นหาในทะเลจีนใต้ ในด้าน ฝั่งตะวันตกของทะเลฟิลิปปินส์

สิงค์โปร์ ตอบสนองในทันทีที่เกิดเหตุโดยส่งเครื่องบินซี-130 จำนวน 2 ลำของกองทัพเรือสิงคโปร์ ร่วมลาดตระเวนค้นหา โบอิ้ง 777 อีกทั้งยังนำเรือพิฆาต สเตทฟาสต์ ชั้นฟอร์มิเดเบิล  พร้อมเฮลิคอปเตอร์ ซีฮอว์ก และเรือดำน้ำกู้ภัย สวิฟต์ เรสคิว พร้อมนักประดาน้ำไปด้วย และยังมีเรือคอร์เวตติดตามไปด้วยอีก 1 ลำ


ประเทศไทย กองทัพเรือไทย ได้เตรียมกำลังเข้าร่วมปฏิบัติการค้นหากู้ภัยไว้ คือ เรือหลวงปัตตานี และ ฮ.ซุปเปอร์ ลิงค์ พร้อมเข้าให้การสนับสนุนในการค้นหาในอ่าวไทยตอนล่าง

เวียดนาม ส่งอากาศยานเข้าร่วมค้นหา ได้แก่ เครื่องบินแอนโตนอฟ แอน-26 จำนวน 3 ลำ เครื่องบินคาซ่า C-212 อีก 2 ลำ เครื่องบิน DHC-6 แบบ 2 ใบพัดอีก 1 ลำ เฮลิคอปเตอร์ แบบ มิ-171 อีก 2 ลำ และหมู่เรือค้นหากู้ภัยอีก 7 ลำ


สหรัฐอเมริกา ส่งเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล พี-3ซี โอเรียน จากฐานทัพอากาศคาดีน่า เรือพิฆาตพร้อมระบบอีจิส ยูเอสเอสพิคนีย์  (USS Pinckney ) พร้อมเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย ซีฮอว์ก เรือลำเลียงสนับสนุน (USNS John Ericsson) และ เสริมกำลังด้วยเรือพิฆาต (USS Kidd) 

เมื่อเทียบกับการรวมกำลังค้นหา เมื่อครั้งอุบัติเหตุเครื่องบินแอร์บัส เอ330-200 ของสายการบินแอร์ฟรานซ์ เที่ยวบิน AF447 ที่บินจากท่าอากาศยานริโอ เดอ จาเรโน กาเลโอ กรุงริโอ เดอ จาเรโน ประเทศบราซิล สู่ ท่าอากาศยานนานาชาติชาร์ลส์ เดอ โกลล์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่หายไปจากจอเรดาร์ขณะบินอยู่เหนือมหาสมุทรแอตแลนติก เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ปี 2552 โดยต่อมา มีการพบซากและชิ้นส่วนที่ยืนยันว่าเป็นของเที่ยวบินดังกล่าว ที่ประมาณ 680 ไมล์ (1,090 กิโลเมตร) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะเฟอร์นันโด เดอ โนโรนฮา บริเวณชายฝั่งบราซิล ยืนยันว่าคนบนเครื่อง 228 คนเสียชีวิตทั้งหมด การที่เครื่องตกในมหาสมุทรแอตแลนติกที่ลึกมากกว่า 3 กม.ทำให้การกู้ซากทั้งหมดมาตรวจสอบแทบเป็นไปไม่ได้


การกู้ซากเครื่องครั้งนี้จึงเป็นการผนึกกำลังของบรรดาชาติต่างๆ ที่ส่งทีมสำรวจทะเลลึก ไม่ว่าจะเป็น เรือรบ เรือตรวจการณ์ อากาศยานของทั้งกองทัพเรือบราซิล และกองทัพเรือฝรั่งเศส รวมทั้งเครื่องบินพี-3ซี ของ ทร.สหรัฐฯ หรือ แม้กระทั่งการใช้เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์เปิดโซนาร์หาตำแหน่ง จนในปี 2010 ทางการฝรั่งเศสก็สามารถระบุตำแห่งของซากได้ แต่การกู้เอากล่องดำขึ้นมายังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากจมอยู่ลึกมาก แต่ก็ยังสามารถสำรวจใต้ทะเลเพื่อดูซากเครื่องได้ผ่านทางยานดำน้ำบังคับแบบไร้คน หรือ ROV แบบ Remus 6000


2 ปีต่อมาถึงได้มีการสำรวจก้นทะเลดังกล่าวอีกครั้ง โดยใช้เรือลากสายเคเบิลข้ามมหาสมุทร Île de Sein และ หุ่นยนต์ดำน้ำ Remus 6000 และก็สามารถค้นพบกล่องบันทึกการบิน ที่จมอยู่ก้นทะเลลึกกว่า 3.8 - 4 กิโลเมตร จนนำมาซึ่งการหาสาเหตุ ที่ทำให้เครื่องบินตก และสามารถพบศพของผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 154.5 ราย เหลืออีก 74 รายที่ยังไม่พบศพ


จะเห็นได้ว่าถือว่าเป็นการระดมกำลังค้นหากู้ภัยครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง โดยพื้นที่การค้นหา ขณะนี้ ได้ครอบคลุมเป็นวงกว้างจากเดิม คือ ช่องแคบมะละกา ตอนใต้ของอ่าวไทย ทะเลจีนใต้ฝั่งตะวันออก อย่างไรก็ตามยังไม่พบชิ้นส่วน หรือ สัญญาณใดๆ ที่บ่งบอกพิกัดเครื่องทั้งในทะเล และ บนแผ่นดิน แม้จะยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเครื่องบินตกทะเลหรือไม่ หรือไปลงจอดฉุกเฉินในป่า ในเขา แต่การรวมกำลังค้นหาคราวนี้ก็ถือเป็นการค้นหาที่ยังคงมีความหวังว่าจะพบผู้รอดชีวิต หรือ ได้เห็นเครื่องบินในสภาพสมบูรณ์ทั้งลำ.

 

การระดมกำลังค้นหากู้ภัยครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง ของบรรดาชาติเอเชียแปซิฟิก เพื่อค้นหาเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ER ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ MH370 ที่ยังคงสูญหายไปอย่างเป็นปริศนา ท่ามกลางการทำงานของทีมกู้ภัยที่ยังคงแข่งกับเวลา ด้วยความหวังที่จะได้เจอผู้รอดชีวิต... 11 มี.ค. 2557 16:27 12 มี.ค. 2557 20:30 ไทยรัฐ