วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บช.น.รับลูกตั้งด่านมั่นคง-เข้มตรวจร้านทอง

บช.น.รับลูก ผบ.ตร. ปฏิบัติการเชิงรุกตั้งด่านมั่นคง บริเวณพื้นที่การชุมนุม จับอาวุธปืน-ระเบิด เข้มตรวจร้านทอง โดยเฉพาะในศูนย์การค้า...

วันที่ 11 มี.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น. ดูแลงานป้องกันและปราบปราม เผยถึงมาตรการการดูแลรักษาความปลอดภัย บริเวณโดยรอบสถานการณ์การชุมนุม ว่า ภายหลังจากที่มีเหตุพบระเบิดและอาวุธปืนอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงมีเหตุการณ์ทำร้ายกันหลายพื้นที่บริเวณพื้นที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้เน้นการตรวจเพิ่มความเข้มขึ้นบริเวณพื้นที่การชุมนุม

พร้อมทั้งการตั้งจุด ว.43 มั่นคง หรือจุดตรวจจุดสกัดด่านความมั่นคง ซึ่งมีทั้งหมด 43 จุด ถือเป็นการปฏิบัติการเชิงรุก ตั้งแต่เวลา 18.00–06.00 น. ส่วนช่วงเวลา 06.00-18.00 น. จะมีด่านความมั่นคงของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทั้งหมด 39 จุด โดยผลการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมาจะสามารถจับอาวุธสงครามและอาวุธปืนได้ค่อนข้างมาก ยอดรวมตอนนี้ประมาณ 150–160 กระบอก ยังไม่รวมระเบิดที่เป็นประทัดยักษ์ หรือระเบิดปิงปอง

พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ กล่าวอีกว่า สำหรับชุดเคลื่อนเร็วทาง บช.น. ได้รับกำลังสนับสนุนจาก บช.ภ.1, บช.ภ.2 และ บช.ภ.7 ทั้งหมด 15 ชุด ขณะนี้แบ่งกระจายไปทำงานตามพื้นที่ บก.น.1-9 ซึ่งต้องการขยายพื้นที่การดูแลป้องกันปราบปรามอาชญากรรมช่วงนี้ให้กว้างขึ้น โดยจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เวลา 21.00–05.00 น. ทั้งในพื้นที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมและพื้นที่ของความมั่นคงที่มีพี่น้องประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุม หรือฟังการปราศรัยบริเวณเวทีการชุมนุมต่างๆ ส่วนผลการปฏิบัตินั้น ก็มีการจับกุมได้อยู่อย่างต่อเนื่อง ถ้าไม่มีการตั้งจุดตรวจจุดสกัด หรือการตั้งด่านเคลื่อนที่ การเคลื่อนย้ายหรือการขนถ่ายอาวุธเข้ามาในพื้นที่การชุมนุมจะทำได้ง่ายและเกิดความรุนแรงมากขึ้น การที่สามารถจับกุมได้เป็นลักษณะของการป้องปราม แสดงเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังและตรวจตราอย่างเข้มข้นและมีผลการปฏิบัติที่ชัดเจน

“สำหรับกำลังในส่วนการปฏิบัติหน้าที่จะเน้นเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคง จากผลการปฏิบัติงานสามารถตั้งข้อสังเกตได้ว่า จำนวนเหตุอาชญากรรมเมื่อเปรียบเทียบจากปี พ.ศ.2556 ขณะนี้ได้ลดน้อยลงมาก ปัจจุบันเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเหตุที่เกี่ยวข้องกับร้านสะดวกซื้อมามีแล้ว ประมาณ 10 ราย และสามารถจับกุมคนร้ายก่อเหตุได้ถึง 6-7 ราย แสดงว่า มาตรการที่ได้ดำเนินการ คือ มาตรการทิ้งทุ่น การแสดงตัวของตำรวจ พร้อมทั้งการนำกำลังตำรวจอาสา หรือชาวบ้านที่เข้ามาช่วยเหลืองานตำรวจถือว่าได้ผล” พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ กล่าว

พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ กล่าวด้วยว่า ส่วนใหญ่ร้านทองที่ถูกคนร้ายก่อเหตุจะเกิดขึ้นในบริเวณศูนย์การค้า อาทิ โลตัส บิ๊กซี ซึ่งได้มีการประชาสัมพันธ์พูดคุยกับผู้บริหารห้างดังกล่าวแล้วว่า ถ้าไม่ติดลูกกรงเหล็กแล้วควรจะมีการติดตั้งสัญญาณเตือนภัยไว้ด้วย และเนื่องจากทางผู้บริหารห้างส่วนใหญ่มีแนวความคิดว่า การติดตั้งลูกกรงเหล็กดัดจะเป็นการทำให้เสียภาพลักษณ์ ดังนั้นจัด รปภ.เข้ามาอยู่ในพื้นที่ล่อแหลมภายในศูนย์การค้า ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี สำหรับร้านทองที่เกิดเหตุจี้ปล้นปัจจุบันมี 3 คดี จับกุมผู้ก่อเหตุได้ 2 คดี เหลืออยู่เพียงอีก 1 รายเท่านั้น หลังจากนี้การแก้ไขปัญหาคนร้ายก่อเหตุปล้นธนาคารจะประสานให้ทางผู้บริหาร ธนาคารต่างๆ เพิ่มมาตรการป้องกัน ให้มากขึ้น อาทิ ธนาคารกสิกรไทย ได้ระดมบุคลากรจัดชุด รปภ.คอยตรวจตรา และจัดอบรมการดูแลความปลอดภัย โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้อบรมและให้ความรู้ในการดูแลความปลอดให้กับ รปภ.รุ่นแรกแล้วจำนวน 600 ราย.

บช.น.รับลูก ผบ.ตร. ปฏิบัติการเชิงรุกตั้งด่านมั่นคง บริเวณพื้นที่การชุมนุม จับอาวุธปืน-ระเบิด เข้มตรวจร้านทอง โดยเฉพาะในศูนย์การค้า... 11 มี.ค. 2557 14:49 ไทยรัฐ