วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พิสูจน์เนื้อแท้ "ประชาธิปไตย"

โดย สายล่อฟ้า


ใครๆต่างก็อยากรู้เหมือนกันว่า “จะยอมตายคาสนามประชาธิปไตย” ดังที่นายกรัฐมนตรีรักษาการ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ได้ประกาศไปก่อนหน้านั้น “หลักการ” มันจะเป็นอย่างไร แบบไหน และลงสุดท้ายมันจะเป็นอย่างไร

จะเป็น “นักประชาธิปไตย” แท้จริงหรือของปลอม เพราะเรื่องนี้มันพิสูจน์กันได้ไม่ใช่แค่วาทกรรมให้สังคมเกิดความเชื่อถือ เพื่อหวังรักษาอำนาจอาไว้เท่านั้น

ในสภาพความเป็นจริงทางการเมืองในขณะนี้ กำลังได้รู้ได้เห็นกันล่ะว่าอะไรเป็นอะไร เมื่อศาลและองค์กรอิสระที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญกำลังทำ “หน้าที่” ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลเพื่อไทย

การยอมรับและการปฏิบัติตามคำสั่งจะเป็นดัชนีชี้วัดได้เป็นอย่างดี

หลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาว่า การที่รัฐบาลมีคำสั่งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี จากเลขาธิการ สมช.ไปเป็นประธานที่ปรึกษานายกฯฝ่ายข้าราชการประจำนั้นเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดย

มิชอบ จึงให้ย้ายนายถวิลกลับไปดำรงตำแหน่งเดิมภายใน 45 วัน

และยํ้าด้วยว่าเวลา 45 วันนั้น สามารถดำเนินการได้ทัน หรือแม้แต่เลขาธิการ ก.พ. ยังบอกไปถึงรัฐบาลด้วยว่า ต้องทำตามคำสั่งศาล ไม่มีอะไรยุ่งยาก แต่จะยุ่งยากก็ตรงที่การหาตำแหน่งให้ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช.คนปัจจุบันเท่านั้น

พูดง่ายๆว่าต้องคืนตำแหน่งอย่างเดียว

นายกฯเองแม้จะบอกว่ายอมรับอำนาจศาล แต่ก็ต้องให้เวลาเพราะเกี่ยวข้องกับแง่มุมกฎหมาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แต่คนในรัฐบาลพยายามจะบอกว่า นายกฯมีอำนาจในการโยกย้ายแต่งตั้ง ทำนองว่าศาลปกครองไม่มีอำนาจที่จะเข้ามาก้าวก่ายการบริหารงานของรัฐบาล หรือระดับรองนายกฯบางคนไม่ได้ยื้อแต่ขั้นตอนการดำเนินการต้องใช้เวลา

แบะท่าอย่างนี้ก็ไม่ต่างไปจาก “อ้าปากก็เห็นไรฟัน” เพราะรู้กันดีว่านายถวิลเหลืออีกเพียงไม่กี่เดือนก็ต้องเกษียณอายุราชการ แล้ว หากยื้อออกไปได้นานเท่าใด โอกาสที่จะได้ตำแหน่งคืนก็คงเป็นเรื่องยาก และหลุดบ่วงจากกฎหมายได้

ว่าที่จริงแล้วนายถวิลยังไม่เคยเอ่ยปากว่า หากรัฐบาลไม่ทำตามคำสั่งศาลจะดำเนินการฟ้องร้องทางอาญาและเพ่ง เพียงแต่ต้องการความเป็นธรรมและเรียกศักดิ์ศรีข้าราชประจำคืนมาเท่านั้น เมื่อถูกรังแกจากฝ่ายการเมือง

ที่สำคัญก็คือ หลังจากที่ พล.ท.ภราดรเข้ามารับหน้าที่เลขาธิการ สมช. ดูเหมือนภารกิจสำคัญมุ่งไปที่ความมั่นคงของรัฐบาลมากกว่าความมั่นคงของรัฐ ซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่ต้องพึงปฏิบัติ

นอกจากนั้น ภายใน สมช.เองก็เกิดปัญหาในลักษณะที่ผลักดันพรรคพวก หรือพวกที่ยอมสยบเข้ามารับผิดชอบงานสำคัญ ทั้งที่ไม่มีความรู้ความสามารถในงานนั้นๆ นอกจากสนองความต้องการของรัฐบาลเท่านั้น

ก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งศาลหรือไม่ และดูกันต่อไปว่าศาลจะมีมาตรการจัดการอย่างไร

นี่เพียงแค่เรื่องเดียวเท่านั้น

12 มี.ค.57 ก็ต้องเจออีกคดีเมื่อศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าด้วยเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

หากออกว่าขัดรัฐธรรมนูญ นายกฯก็ต้องรับผิดชอบโดยตรงเพราะเป็นกฎหมายว่าด้วยการเงินที่จะเลี่ยงบาลีไม่ได้

อะไรต่อมิอะไรดูจะไม่เป็นใจต่อรัฐบาลเสียเลย มีแต่เรียงหน้าเข้ามาจนปัดป้องแทบไม่ทัน  จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมต้องเร่งปลุก

ระดมมวลชนอย่างเต็มที่ก็เพื่อการนี้แหละ

หรือว่าไม่จริง...


“สายล่อฟ้า”

11 มี.ค. 2557 10:17 11 มี.ค. 2557 10:17 ไทยรัฐ