วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทีวีดิจิตอล ได้เวลาลั่นกลองรบ

โดย ซูม


เมื่อวานนี้ผมเขียนถึงการประกาศอำลาแผงหนังสือของนิตยสารบางกอกรายสัปดาห์ ซึ่งเคยเป็นยักษ์ใหญ่ของหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ประเภทบันเทิงเริงรมย์มากว่า 50 ปี

เป็นตัวอย่างสำคัญของการจากไปของสื่อประเภทสิ่งพิมพ์ หรือสื่อที่พิมพ์ด้วยกระดาษอันเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก

หลังจากได้รับผลกระทบจากการเกิดของสื่อใหม่ ที่เรียกว่า “อินเตอร์เน็ต” หรือ “สื่อออนไลน์” ที่ปัจจุบันนี้พัฒนาเข้าสู่ระบบโทรศัพท์มือถือ ทำให้สะดวกในการพกพาและเสพข่าวสารได้ยิ่งขึ้นไปอีก

สื่อที่ต้องใช้เวลาในการพิมพ์ในการเรียบเรียง และต้องคลอดออกมาเป็นรูปเล่ม ต้องหิ้วหนักมือหรือต้องวางเกะกะอย่างสื่อกระดาษทั้งหลายย่อมได้รับผลข้างเคียงเป็นของธรรมดา

อย่างไรก็ดี ก็ยังมีสื่ออีกประเภทหนึ่งที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้ และน่าจะอยู่ได้อย่างดีด้วย ก็คือ สื่อโทรทัศน์นั่นแหละครับ

แนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลกขณะนี้ สื่อโทรทัศน์ยังไปได้ฉลุย เพราะมีความได้เปรียบสื่อออนไลน์อยู่หลายๆ อย่าง

โดยเฉพาะในแง่ความใหญ่ ความชัดเจนแจ่มแจ๋ว แถมเสียงดังฟังชัด โดยเฉพาะเสียงของทีวีรุ่นใหม่ๆ กระหึ่มพอๆ กับเครื่องเสียงใน
โรงภาพยนตร์เลยทีเดียว

ในบ้านเราก็เช่นเดียวกัน ในขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์ หรือสื่อประเภทกระดาษ เริ่มได้รับผลกระทบนั่นเอง ทางสื่อโทรทัศน์กลับวิ่งฉิวไปข้างหน้า เมื่อระบบดิจิตอลเดินทางมาถึง

มีการประมูลไปเรียบร้อยแล้ว โดยจะมีบริษัทใหม่เข้าสู่ธุรกิจโทรทัศน์ 17 บริษัทสำหรับการออกอากาศ 24 ช่อง และมีการประกาศกันอย่างครึกโครมแล้วว่า จะมีการทดลองออกอากาศกันหลายๆ ช่อง ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เป็นต้นไป

จะมีการลงทุนกันอย่างขนานใหญ่สำหรับช่องเกิดใหม่ และแน่นอนรวมไปถึงการลงทุนทางด้านเทคนิคเพื่อการปรับเปลี่ยนระบบใหม่จากเดิมอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิตอลควบคู่ไปด้วย

หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ คาดการณ์ว่าเงินลงทุนเพื่อทีวีดิจิตอลทั้งหมดในลอตแรกนี้จะไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท

แยกเป็นการลงทุนผลิตรายการ 5,000 ล้านบาท ฝึกอบรม 2,000 ล้านบาท อันจะเป็นผลให้มีการดึงคนและจ้างคนเข้ามาเป็นบุคลากรทางทีวีไม่ต่ำกว่า 5,000 ตำแหน่ง

ส่วนการลงทุนทางด้านเทคนิคก็จะมีทั้งด้านกล่องด้านจอทีวี 10,000 ล้านบาท โครงข่าย 10,000 ล้านบาท สตูดิโอ 3,000 ล้านบาท อุปกรณ์ ออกอากาศ 8,000 ล้านบาท และเคเบิ้ลทีวีดาวเทียม 10,000 ล้านบาท... รวมเป็นเงินประมาณ 50,000 ล้านบาทอย่างที่ว่า

ในแง่ความเคลื่อนไหวและการเตรียมตัวโดยทั่วๆไปนั้นก็มีรายงานว่าผู้ประมูลได้ทั้งบริษัทเก่าบริษัทใหม่แต่ละช่องต่างเตรียมตัวในการจัดเตรียมคอนเทนต์ หรือเนื้อหาของรายการกันอย่างคึกคัก

แน่นอนการแข่งขันในด้านเนื้อหาจะต้องเข้มข้นกว่าเดิมมากเพราะมีจำนวนช่องเพิ่มขึ้น แต่จำนวนคนดูเท่าเดิม การช่วงชิงคนดู ช่วงชิงเรตติ้งจะเป็นประเด็นสำคัญที่จะชี้ไปถึงว่า ใครจะอยู่ใครจะไปในอนาคต

เนื่องจากรายได้หลักยังคงต้องมาจากค่าโฆษณาอยู่เหมือนเดิม และเม็ดเงินค่าโฆษณาในปัจจุบันก็น่าจะมีเท่าเดิม หรืออาจจะฝืดเคืองลงบ้างด้วยซํ้า เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจ ซึ่งไม่ค่อยดีนักในช่วงนี้

การผลิตรายการเพื่อแย่งเรตติ้งอันหมายถึง แย่งเม็ดเงินโฆษณาด้วย จึงเป็นหัวใจสำคัญของบรรดาผู้ประมูลได้ทุกช่อง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าเก่าหรือเจ้าใหม่ก็ตาม

เราคงจะได้เห็นการแข่งขันที่น่าตื่นตาตื่นใจ ไปจนถึงขั้นดุเดือดเลือดพล่านของทีวีดิจิตอล ในเวลาไม่นานเกินรอนี้แหละครับ

จริงๆแล้วการเปลี่ยนแปลงของสื่อทีวีครั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่หลวงมาก และเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ของสื่อมวลชนด้านโทรทัศน์ สำหรับบ้านเราเลยทีเดียว

น่าเสียดายที่บรรยากาศทางการเมืองกลับไม่เอื้ออำนวย เพราะความขัดแย้งที่ยังไม่สิ้นสุด และน่าจะยืดเยื้อต่อไปเกินเดือนเมษายนแน่ๆ

ย่อมมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจต่อเม็ดเงินโฆษณา และต่อความรู้สึก ในการอยากดูอยากชมโทรทัศน์ยุคใหม่ของชาวบ้านทั่วประเทศไทยไม่มากก็น้อย

เฮ้อ! จะเปิดตัวให้บริการแก่คนไทยทั้งที ฤกษ์ไม่ดีเลยนะครับ ดิจิตอลทีวีไทยแลนด์เรา.


“ซูม”

11 มี.ค. 2557 10:00 ไทยรัฐ