วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ก.ม.ฉุกเฉินที่ไม่ฉุกเฉิน

โดย


ต้องถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับวงการธุรกิจ ที่ห่วงใยต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจ มีรายงานข่าวว่าผลการประชุมของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงต่างๆ เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าควรยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ใช้มาตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม เพราะจำนวนผู้ชุมนุมทางการเมืองลดลง จุดชุมนุมก็ลดลง ซํ้ายังเจอข้อห้าม 9 ข้อ พ.ร.ก.จึงกลายเป็นหมัน

ศาลรัฐธรรมนูญยืนยันอย่างน้อยสองครั้ง ว่าการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ที่ยืดเยื้อมากว่าสี่เดือน เป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ จึงได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และศาลแพ่งก็ยึดถือคำวินิจฉัยนี้ จึงสั่งห้ามรัฐบาลใช้ประกาศหรือข้อกำหนด 9 ข้อ ที่ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งห้ามใช้กำลังสลายการชุมนุม และห้ามเข้าออกพื้นที่การชุมนุม เป็นต้น

เมื่อถูกสั่งห้ามไม่ให้ปฏิบัติตามข้อกำหนด ศรส.จึงกลายเป็นยักษ์ที่ไม่มีกระบองในทันที ถึงแม้จะเปลี่ยนตัวผู้อำนวยการหรือ ผอ.มาแล้วถึงสามคน จาก พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็นนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล มาเป็น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แต่ก็ไม่สามารถสลายการชุมนุม ไม่สามารถจับกุมแกนนำกลุ่ม กปปส.แม้แต่คนร้ายผู้ก่อความไม่สงบก็จับไม่ได้

ต้องไม่ลืมว่า พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2548 เป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อป้องกันและปราบปรามการก่อการร้าย โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้ออกมาเพื่อควบคุมการชุมนุมทางการเมือง และสถานการณ์ฉุกเฉินมีอยู่ 2 ระดับคือ ฉุกเฉินธรรมดากับร้ายแรง แต่รัฐบาลนี้ประกาศให้เป็นสถานการณ์ร้ายแรง ที่มีการก่อการร้าย

มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาตั้งแต่ต้นว่าสถานการณ์ใน กทม.และเขตปริมณฑลเป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรงหรือไม่? รัฐบาลอ้างว่าการชุมนุมที่ยืดเยื้อของกลุ่ม กปปส. กระทบต่อเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว และการลงทุนร้ายแรง แต่รัฐบาลกลับซํ้าเติมด้วยการประกาศภาวะฉุกเฉิน ในสายตาของต่างชาติ อาจมองว่าร้ายแรงน้องๆภาวะสงคราม

ถ้ารัฐบาลเห็นว่าสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ ยังจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษ เพื่อควบคุมการชุมนุมทางการเมือง การประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในเหมือนเมื่อเริ่มต้นการชุมนุม ก็น่าจะเป็นการใช้อำนาจพอสมควรแก่เหตุ ไม่เกินกรณีจำเป็น เพราะ พ.ร.บ.มั่นคงก็ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐ เกือบจะพอๆกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและศาลแพ่ง คือการปฏิบัติหน้าที่ตามระบบตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลลุแก่อำนาจ หรือฉ้อฉลอำนาจ ไม่ใช้กฎหมายโดยสุจริต แต่ใช้เพื่อประโยชน์ ทางการเมือง เพื่อปิดปากกลุ่มประชาชนผู้เห็นต่าง นี่คือความดีงามของประชาธิปไตย ที่มิใช่แค่การเลือกตั้ง แต่รวมทั้งการปกป้องเสรีภาพประชาชน.

11 มี.ค. 2557 09:12 11 มี.ค. 2557 09:12 ไทยรัฐ