วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

SMEs เสียเปรียบเพื่อนบ้าน


ผศ.ดร.อภิรดี เมืองเดช รองอธิการบดี มรภ.ราชนครินทร์ เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด ‘การเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน’ รับใช้บุคลากรทางการศึกษาของมหาวิทยาลัยและประชาชนทั่วไป ที่อาคารเรียนรวมและอำนวยการ มรภ.ราชนครินทร์ จ.ฉะเชิงเทรา พุธวันนี้ 13.30-16.30 น.

ถามท่านผู้ใหญ่ว่า 31 ธันวาคม พ.ศ.2558 ประชาคมอาเซียนเปิดขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แล้ว ผู้ประกอบการคนไทยจะอยู่ในสถานะแบบไหน ท่านบอกว่าจะลำบากมากขึ้น นอกจากการเมืองในไทยไม่นิ่งเหมือนประเทศอาเซียนชาติอื่นแล้ว ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของไทยก็คือ ผู้ประกอบการคนไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก

ธนาคารโลกสำรวจโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของทุกประเทศที่เป็นสมาชิก พบว่ามนุษย์ที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก ไม่ใช่คนอเมริกัน ไม่ใช่คนจีน ไม่ใช่คนญี่ปุ่นหรือคนออสเตรเลีย แต่เป็นคนมาเลเซีย

ธนาคารโลกประกาศว่า SMEs ของมาเลเซียเข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายเป็นลำดับ 1 ผมขออนุญาตนำมารับใช้เฉพาะชาติอาเซียนด้วยกันนะครับ SMEs สิงคโปร์เข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็นลำดับ 3 SMEs เขมรและญวนอยู่ลำดับที่ 42 เท่ากัน บรูไนลำดับที่ 55

คนไทยที่ทำธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเข้าถึงแหล่งเงินทุนยากเย็นเข็ญใจ เราอยู่ในลำดับที่ 73 แต่ก็ยังดีกว่าอีก 4 ประเทศในกลุ่มอาเซียน ฟิลิปปินส์กับอินโดนีเซียนั้นเป็นลำดับที่ 86 ลาวอยู่ในลำดับที่ 159 ส่วนพม่าอยู่ในลำดับที่ 170

เมื่อคนไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบไม่ได้ แต่เพราะอยากทำธุรกิจ เราก็ต้องลำบากตากหน้าไปหาเงินทุนนอกระบบ ต้องไปขอความเมตตากรุณาอนุเคราะห์นายทุนเงินกู้ที่ไม่มีกฎหมายรองรับ+หน่วยงานของรัฐเข้าไปควบคุมไม่ได้ ผู้อ่านท่านลองติดตามถามข่าวตามตลาดสดดูเถิด พ่อค้าแม่ขายถูกพังแผง ถูกซ้อม บางรายถึงขนาดถูกฆ่า ดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือนนี่ก็แพงแล้ว แต่ดอกเบี้ยเป็นรายวันยิ่งแพงกว่าหลายเท่า ปัญหาเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ยากและดอกเบี้ยแพง ทำให้ต้นทุนในการทำธุรกิจของคนไทยสูงขึ้น สิ่งนี้จะทำให้คนไทยสู้ผู้คนมาเลเซีย สิงคโปร์ เขมร ญวน และบรูไน ได้ยากขึ้น

นี่เป็นโจทย์ที่คนไทยต้องแก้ไข แต่สภาพความเป็นจริง เมื่อเราเปิดโทรทัศน์ ผู้อ่านท่านก็เห็นแต่นักการเมืองซึ่งเป็นผู้ออกกฎหมายและบริหารประเทศเอาแต่เบาะแว้งแย่งอำนาจกัน ในขณะที่หน้าจอโทรทัศน์ของประเทศอื่นในกลุ่มอาเซียน ต่างพูดจาปราศรัยกันถึงเรื่องการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ใน พ.ศ.2559 และเรื่องหนึ่งซึ่งทุกประเทศกำลังปรับปรุงกันขนานใหญ่ก็คือ กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจที่ช่วยให้คนของตนสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

คนมาเลเซียนะครับ แม้ว่าไม่มีอาคารที่ดิน แต่มีแผนธุรกิจที่มีศักยภาพไปเล่าให้ธนาคารฟัง เจ้าหน้าที่ธนาคารวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วนและเห็นว่าปัจจัยด้านอื่นของผู้ประกอบการเป็นไปในเชิงบวก ก็ยินดีปล่อย Clean loan ผมหมายถึงธนาคารยินดีที่จะให้สินเชื่อกับผู้ประกอบการโดยไม่มีหลักประกัน  ผู้อ่านท่านครับ ผู้ประกอบการมาเลเซียโชคดีที่พวกลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า แผนธุรกิจ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ความลับทางการค้า สินค้าคงคลัง (ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าหรือสินค้าสำเร็จที่รอการจำหน่าย) อุปกรณ์ เครื่องใช้ในการประกอบกิจการ สิทธิที่จะได้รับการชำระหนี้ (ไม่ว่าจะได้รับชำระหนี้เป็นเงิน หรือได้รับชำระหนี้เป็นทรัพย์สินอย่างอื่น) ฯลฯ สามารถใช้เป็นทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกันเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ อย่าว่าแต่พวกนี้เลยครับ แม้แต่กิจการร้านขายอาหารสมุนไพร สิทธิในการเช่าที่ดินและการพาณิชย์ที่ใช้ประกอบกิจการ โต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์ตกแต่งร้าน รถยนต์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ ฯลฯ เอามาใช้เป็นหลักประกันได้หมด

แม้ว่าการเข้าถึงทุนในระบบของบ้านเราจะพัฒนาไปมากแล้วเมื่อเทียบกับอดีต หากแต่ภาระด้านดอกเบี้ยเงินกู้ ระยะเวลาพิจารณาอนุมัติของสถาบันการเงินของไทย อาจจะต้องปรับปรุงให้ตอบสนองต่อความ ต้องการของประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าแม่ขาย เพื่อเพิ่มวงจรธุรกิจรากหญ้าให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่ขายไป ผ่อนจ่ายดอกเบี้ยมหาโหดรายวันไป อย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้

การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2558 ถ้ามองจากไอ้ปื๊ดอีเปี๊ยก ลูกเจ๊น้องก้นซอยสอง หรือมองจากคนที่ไม่เอาศักยภาพของผู้คนอีก 9 ประเทศมาเปรียบเทียบ ก็ไม่น่าจะมีภัยอะไร แต่ถ้าศึกษาลงไปในรายละเอียด ผู้อ่านท่านครับ ยิ่งศึกษายิ่งหนาว ยิ่งรู้ยิ่งสั่น เอาแค่เรื่องความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมเพียงเรื่องเดียว ก็เป็นเรื่องน่าตกใจแล้ว.


คุณนิติ นวรัตน์

11 มี.ค. 2557 09:11 ไทยรัฐ