วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เบนเป้าค้น แถบอันดามัน บินมาเลย์


ตร.สากลบี้สอบ ปมพาสปอร์ตเก๊ ไทยเต้นคุมเข้ม

ยังไร้วี่แววร่องรอยเครื่อง บินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส ที่คาดว่าตกทะเลเวียดนามนานาชาติระดมกำลังควานหาในท้องทะเล สตช.ยันชัดเจนมีการใช้หนังสือเดินทางปลอมบนเที่ยวบินมรณะนี้ ผบ.ตร.ถกเครียดให้ทุกหน่วยสอบสวนคดีปลอมพาสปอร์ต สั่งวางระบบใหม่การแจ้งหนังสือเดินทางหาย ด้าน ตม.ยืนยันพาสปอร์ตไทยปลอมยากสุดๆ ตำรวจพัทยาพบเบาะแส 2 ต่างชาติ ใช้พาสปอร์ตปลอม ส่วน ตม.ภูเก็ตนำเจ้าของร้านรถเช่า จยย.ป่าตองสอบปากคำ

ยังคงมีการติดตามหากันอย่างไม่ลดละ สำหรับเครื่องบินโดยสารของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่เอ็มเอช 370 ที่หายสาบสูญไปนานกว่า 48 ชั่วโมง พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือรวม 239 คน ระหว่างบินจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ไปยังกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเบื้องต้นมีการคาดกันว่าเครื่องบินอาจตกในทะเลเวียดนามและล่าสุด มีการพบซากวัตถุต้องสงสัยว่าจะเป็นประตูเครื่องบิน ลอยอยู่นอกชายฝั่งเกาะโถชู ของเวียดนาม จุดเดียวกับที่มีการพบคราบน้ำมัน ซึ่งขณะนี้ นานาชาติช่วยกันระดมกำลังค้นหาเครื่องบินที่สูญหายในพื้นที่ทะเลจีนใต้และช่องแคบมะละกา รวมทั้งเรือรบหลวงปัตตานีของไทยด้วย แต่ก็ยังไร้วี่แววของการพบเครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส

สำนักข่าวต่างประเทศเอพี เอเอฟพี รอยเตอร์ บีบีซีและซีเอ็นเอ็น รายงานเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ถึงความคืบหน้าภารกิจค้นหาเครื่องบินลำดังกล่าว ว่า ทางการมาเลเซียส่งเรือเข้าไปตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยสีเหลืองที่น่าจะเป็นแพชูชีพที่ใช้บนเครื่องบิน ที่เครื่องบินกู้ภัยของเวียดนามพบบริเวณทะเล นอกชายฝั่งห่างเกาะโถชูของเวียดนาม ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 130 กม. แต่ต่อมากองการบินพลเรือนเวียดนาม แถลงว่าวัตถุสีเหลืองดังกล่าวเป็นเพียงฝาครอบรอกเก็บสลิง ที่มีตะไคร่น้ำเกาะอยู่เต็มฝา ไม่ใช่แพชูชีพ และการค้นหาขณะนี้ พุ่งความสนใจมาที่ทะเลอันดามันใกล้พรมแดนไทย หลังข้อมูลจากเรดาร์บ่งชี้ว่า เครื่องบินอาจหันหัวกลับไปที่ต้นทาง คือกรุงกัวลาลัมเปอร์ก่อนสูญหาย ส่วนคราบน้ำมันที่พบในทะเล สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ผลตรวจสอบ พบว่าไม่ใช่น้ำมันชนิดที่ใช้สำหรับเครื่องบิน แต่เป็นน้ำมันที่ใช้สำหรับเรือทั่วไป

ขณะเดียวกัน ทางการมาเลเซียยังพยายามสอบสวนสาเหตุการสูญหายของเครื่องบินโดยสาร นายอัซฮารุดดิน อับดุล เราะห์มาน ผู้อำนวยการกองการบินพลเรือนของมาเลเซีย เผยว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นอาจมีความพยายามก่อเหตุจี้เครื่อง บินและจะสอบสวนทุกกรณีต้องสงสัย เจ้าหน้าที่มาเลเซียสามารถตรวจสอบเอกลักษณ์ของ 1 ใน 2 คนที่อยู่บนเครื่องและถือพาสปอร์ตปลอมได้แล้ว พบเป็นชายที่ไม่ใช่คนมาเลเซีย หลังตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดของสนามบิน การตรวจสอบยังพบว่ามีผู้ โดยสาร 5 คนไม่ได้ขึ้นเครื่อง ส่วนกระเป๋าเดินทางของทั้ง 5 คนก็ถูกขนลงจากเครื่องด้วย เป็นอีกประเด็นที่ต้องสอบสวนต่อไป

ด้านตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพล กำลังสอบ สวนกรณีมีคนใช้พาสปอร์ตปลอม รวมอยู่ในกลุ่มผู้โดยสารด้วย โดยเจ้าของพาสปอร์ตตัวจริงเป็นชาวอิตาลีและออสเตรีย ไม่ได้อยู่บนเครื่อง และต่างถูกขโมยพาสปอร์ตขณะมาเที่ยวในไทย แต่อินเตอร์โพลยังไม่ระบุชัดว่า พาสปอร์ตที่ถูกขโมยและการสูญหายของเครื่องบินเกี่ยวข้องกันหรือไม่ นอกจากนี้ข่าวยังระบุว่า ความเป็นไปได้อีกอย่าง ที่จะมีการใช้พาสปอร์ตปลอมคือการลักลอบเข้าเมือง เพราะเคยมีคดีคนลักลอบเข้าเมืองใช้พาสปอร์ตปลอม เพื่อพยายามไปที่ประเทศตะวันตกมาแล้ว และเป็นที่รู้กันว่าประเทศแถบอาเซียน คือตลาดที่กำลังบูมของพาสปอร์ตที่ถูกขโมย ด้านนักการทูตชาวยุโรปคนหนึ่งเผยว่ากรุงกัวลาลัมเปอร์ คือศูนย์กลางของผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายในเอเชีย หลายคนใช้เอกสารปลอมและใช้เส้นทางซับซ้อน รวมทั้งผ่านกรุงปักกิ่งของจีนและในประเทศแถบแอฟริกาตะวันตก เพื่อไปยังจุดหมายสุดท้ายในยุโรป

วันเดียวกัน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ เผยว่า ได้แสดงความเสียใจไปยังประเทศมาเลเซียถึงเหตุการณ์เครื่องบินสูญหาย และได้พูดคุยกับ รมต.ต่างประเทศมาเลเซียยืนยันว่าไทยพร้อมให้ความช่วยเหลือ ในส่วนที่มีผู้โดยสาร 2 ราย ที่ทางการประเทศมาเลเซีย พบว่าใช้หนังสือเดินทางปลอม และเจ้าตัว ยืนยันว่า ไม่ได้เดินทางกับเที่ยวบินดังกล่าว โดยหนังสือเดินทางนั้นได้สูญหายในประเทศไทย คือนายลุยจิ มารัลดิ สัญชาติอิตาลี เคยเดินทางเข้าไทย เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2556 เที่ยวบินที่ TG945 โดยใช้หนังสือเดินทางหมายเลข YA 3189197 แจ้งหายที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อเดือน มิ.ย.2556 และนายคริสเตียน โคเซล สัญชาติออสเตรีย เคยเดินทางเข้าประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2555 เที่ยวบิน TG 925 จากเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนีใช้หนังสือเดินทางหมายเลข P2979523 แจ้งหายที่จังหวัดภูเก็ต ช่วงเดือน มี.ค.2555 นั้น พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก สตช.กล่าวว่า ได้รับการยืนยันจากตำรวจสากลว่า ข้อมูลการแจ้งหนังสือเดินทางของผู้เสียหายทั้ง 2 ราย ปรากฏอยู่ในระบบฐานข้อมูล องค์กรตำรวจสากลจริง และทุกประเทศสามารถตรวจสอบฐานข้อมูลหนังสือ เดินทางหายได้

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องกรณีเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส สูญหายและกล่าวว่า ให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองการต่างประเทศและสันติบาล ติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้ ใกล้ชิดและพร้อมให้ความช่วยเหลือ เพราะตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซียมีความสัมพันธ์กันอย่างดี ทั้งให้ทุกหน่วยโดยเฉพาะสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองการต่างประเทศ และสันติบาล รวมทั้งกองบัญชาการในพื้นที่ทุกแห่ง ติดตามสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับคดีปลอมแปลงหนังสือเดินทาง และให้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รอง ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ วางระบบเรื่องการรับแจ้งหนังสือเดินทางหายของทุกสถานีตำรวจ โดยให้เชื่อมโยงผ่านระบบ CMIS ของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อเชื่อมโยงกับระบบ PIBICS ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับหมายจับของตำรวจสากล

ขณะที่ พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. กล่าวว่า นักท่องเที่ยวทั้ง 2 ราย มีการเดินทางเข้าประเทศไทยจริง หนังสือเดินทางมีการสูญหายในประเทศไทยจริง แต่หลังจากมีการแจ้งหายตรวจสอบแล้วไม่พบว่าหนังสือเดินทางทั้ง 2 เล่ม มีการใช้เดินทางออกนอกประเทศไทย ถ้าหนังสือเดินทางทั้ง 2 เล่ม จะออกไปนอกประเทศได้ อาจจะเป็นการส่งทางไปรษณีย์ หรือนำติดตัวเดินทางไปใช้นอกประเทศ เพราะหนังสือเดินทางทั้ง 2 เล่ม จะถูกอายัดโดยระบบ ไม่สามารถใช้ในประเทศไทยได้ ส่วนการซื้อตั๋วเครื่องบิน ซื้อได้หลายวิธี หลายช่องทาง ข้อมูลตรงนี้ยังไม่มีการเชื่อมโยงกับ ตม.จะมีการเชื่อมโยงกับ ตม.เมื่อมีการผ่านด่านเข้ามาหรือออกไป ในแต่ละปีพบว่ามีหนังสือเดินทางหายเป็นพันเล่ม แต่หนังสือเดินทางของประเทศไทยปลอมยากที่สุด

ทางด้านเบาะแสของ 2 ชายต่างชาติที่ใช้พาสปอร์ตปลอมนั้น บ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ.ศุภชัย ผุยแก้วคำ ผกก.สภ.เมืองพัทยา นำเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา ไปตรวจสอบที่บริษัทซิกสตาร์ ทราเวล จำกัด ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล บีช ถนนเลียบชายหาดพัทยา ที่ได้รับรายงานว่าเป็นบริษัทที่ขายตั๋วเครื่องบินให้ 2 ชาวต่างชาติที่ต้องสงสัยโดยสารไปกับเครื่องบินสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส ที่คาดว่าตกในทะเลจีนใต้ เจ้าหน้าที่ทราบจากพนัก– งานว่าเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ได้รับการติดต่อสั่งจองตั๋วเครื่องบิน 2 ใบ จากบริษัทแกรนด์ ฮอไรซัน ทราเวล ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี กำหนดขึ้นเครื่องจากมาเลเซียไปจีน ในวันที่ 8มี.ค. จึงส่งตั๋วเครื่องบินไปให้ทางอินเตอร์เน็ตในค่ำวันเดียวกัน ต่อมาตำรวจไปที่บริษัทแกรนด์ฯ และยึดเอกสารสำคัญไว้บางอย่าง พ.ต.อ.ศุภชัยเผยว่า จากการเช็กข้อมูลเบื้องต้น มีนักท่องเที่ยว 2 คนยังไม่ทราบสัญชาติได้ใช้หนังสือเดินทางของนายลุยจิ มารัลดิ ชาวอิตาลี ที่มาแสดงตัวแล้ว กับของนายคริสเตียน โคเซล สัญชาติออสเตรีย ที่เคยแจ้งหายและเชื่อว่าหนังสือเดินทางที่ใช้จองตั๋วเครื่องบินคาดว่าเป็นของปลอมแน่นอน

นอกจากนี้ ที่จังหวัดภูเก็ต พ.ต.ท.เทียนชัย ชมภู สว.ตม.ภูเก็ต เชิญตัวนายสมศักดิ์ สอนสุทธิ์ อายุ 37 ปี เจ้าของร้านบีเอ็นช็อป ต.ป่าตอง อ.กะทู้ ที่นายลุยจิใช้หนังสือเดินทางมาเช่ารถจักรยานยนต์ กับนางถวิล คำประภา ลูกจ้างในร้าน มาสอบสวน ก่อนเปิดเผยว่า จากการสอบถามนายสมศักดิ์และนางถวิล ไม่พบข้อพิรุธว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการผ่าเล่มพาสปอร์ต และได้บันทึกถ้อยคำของทั้งสองไว้แล้วในการสอบปากคำ ทั้งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบบุคคลในหนังสือเดินทางว่าเป็นใคร มีตัวตนจริงหรือไม่

พล.ร.ต.ประยุธ ภู่เทียน เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานที่ประสบภัย ทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวว่า ในส่วนของทัพเรือภาคที่ 3 ได้รับมอบหมายให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานที่ประสบภัยทัพเรือภาคที่ 3 ประกอบด้วย เรือหลวงปัตตานี เฮลิคอปเตอร์ Super Lynx-300 ลิ้ง ชุดปฏิบัติการพิเศษ เจ้าหน้าที่ประดาน้ำ (มนุษย์กบ) และเครื่องบินตรวจการณ์ดอร์เนียร์ DO-228 ซึ่งได้ออกปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่บริเวณเกาะลังกาวี เกาะเปรัคและช่องแคบมะละกา เมื่อค่ำวันที่ 9 มี.ค. ขณะนี้ยังไม่พบร่องรอยหรือสิ่งผิดสังเกตใดๆ ทั้งนี้จะมีการค้นหาต่อไปจนกว่าจะพบเป้าหมายหรือมีความแน่ชัดว่า เกิดอะไรขึ้นกับเครื่องบินลำดังกล่าว จึงจะยกเลิกภารกิจ

ช่วงค่ำ สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า กรณีพบมีผู้ใช้พาสปอร์ตปลอมอยู่ในกลุ่มผู้โดยสารของเครื่องบินมาเลเซียที่สูญหาย พบว่ามีชาวอิตาลีและออสเตรีย คือเจ้าของพาสปอร์ตตัวจริงแต่ไม่ได้ขึ้นเครื่องด้วย โดยถูกขโมยพาสปอร์ตขณะมาเที่ยวในไทยนั้น ทำให้ไทยถูกมองเป็นศูนย์กลางเครือข่ายแก๊งอาชญากรที่ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารปลอม นายรอมเมล บันเลียว ผู้เชี่ยวชาญด้านก่อการร้ายในภูมิภาคอาเซียนเผยว่า ไทยถูกกลุ่มก่อการร้ายระหว่างประเทศบางกลุ่มใช้เป็นเขตปฏิบัติการเพื่อหาทุนหรือวางแผนโจมตี การปลอมพาสปอร์ตกรณีของเครื่องบินมาเลเซีย ยังอาจเชื่อมโยงการกระทำผิดอื่นๆด้วยรวมทั้งการลักลอบเข้าเมือง

ด้านนักการทูตชาวยุโรปคนหนึ่งเผยว่า ไทยเป็นดินแดนที่เหมาะสมสำหรับคนที่จ้องขโมยพาสปอร์ตชาวยุโรป เพราะมีชาวต่างชาติเข้ามาเยือนจำนวนมาก ขณะที่นายแลร์รี คันนิ่งแฮม ที่เพิ่งเกษียณจากตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ของออสเตรเลียใน จ.ภูเก็ต เผยว่า ปัญหาใหญ่คือนักท่องเที่ยวต้องวางพาสปอร์ตเพื่อเป็นมัดจำหรือหลักประกันเมื่อจะเช่าเจ็ตสกีหรือมอเตอร์ไซค์ จากนั้นแก๊งคนร้ายจะทำให้พาสปอร์ตเกิดความเสียหายหรือความผิดปกติ จนต้องมีการไปแจ้งพาสปอร์ตหายเพื่อทำเล่มใหม่ พาสปอร์ตเดิมก็จะถูกขายในตลาดมืด ซึ่งภูเก็ตมีคนหรือคุณลักษณะเฉพาะบางอย่าง ที่ไม่น่าพึงพอใจมากจริงๆ แต่คนเหล่านี้ก็ไม่ใช่คนไทยทั้งหมด

ส่วนนักการทูตคนหนึ่งเผยว่า จำนวนพาสปอร์ตส่วนใหญ่ที่ถูกขโมยจากนักท่องเที่ยวในไทย ถูกใช้เพื่อการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยเล่มพาสปอร์ตเป็นของจริง แต่แก๊งคนร้ายจะหาคนหน้าเหมือนเจ้าของ มาสวมรอยหรือไม่ก็ปลอมแปลงรายละเอียด ที่หน้าแรกของพาสปอร์ต บางครั้งอาจมีการจ่ายเงินเพื่อปิดปากเจ้าหน้าที่รัฐด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่มาเลเซีย เผยว่าคนที่ใช้พาสปอร์ตปลอมทั้ง 2 คนไม่ใช่ชาวเอเชีย

11 มี.ค. 2557 07:38 ไทยรัฐ