วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พฤษภาประชุม มีรัฐบาลมิถุนา


คำทำนายของสมชัย ทีดีอาร์ไอ-เผยดัชนี คอร์รัปชันไทยแรง!

“สมชัย” กางปฏิทินเลือกตั้ง 5 เม.ย. กาบัตร “ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส พ่วง กทม.-ประจวบฯ” ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัยปม 28 เขตก่อน 20-21 มี.ค. ได้เข้าคูหา 27 เม.ย. พร้อม 6 จว.ภาคใต้ ประเมินภาพรวมถ้าทุกอย่างผ่านฉลุยเปิดประชุมสภาฯนัดแรกปลาย พ.ค. ต้น มิ.ย.ได้เห็นโฉมหน้ารัฐบาลใหม่ พท.ขู่ 2 ก.พ. โมฆะ กกต.รับเละทั้งทางแพ่ง-อาญา โร่ร้องกองปราบฯเล่นงาน ม.157 ปชป.บี้เลิกดิ้นกดดันต่อต้านองค์กรอิสระ
กลุ่ม 40 ส.ว.ยื่นศาล รธน.ฟัน “นายกฯ ปู” สิ้นสภาพ “ยิ่งลักษณ์” โวยไม่คิดยื้อคืนเก้าอี้ “ถวิล” ขณะที่ “สุรนันทน์” อ้างซับซ้อน ขั้นตอนเยอะ แต่ยืนยันเสร็จทันกำหนดแน่

ขณะที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรอศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องว่าการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 ก.พ.จะเป็นโมฆะหรือไม่ ทาง กกต.ยังคงเดินหน้าเตรียมจัดการเลือกตั้งทดแทนในจังหวัดที่มีปัญหา ล่าสุดนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งประเมินหากการเลือกตั้งเป็นไปโดยเรียบร้อย ปลายเดือน พ.ค.จะสามารถเปิดประชุมสภานัดแรกได้ และอาจมีรัฐบาลชุดใหม่ต้นเดือน มิ.ย.

5 เม.ย. ลต. 3 จว.ใต้–กทม.–ประจวบฯ

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 10 มี.ค. ที่โรงแรมเดอะกรีนเนอรี่ รีสอร์ต เขาใหญ่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า ตารางการทำงานของ กกต.หลังจากนี้เป็นการเลือกตั้ง ส.ว.ในวันที่ 30 มี.ค. คาดว่าจะไม่มีปัญหาอุปสรรคใดๆ จากนั้นเป็นการลงคะแนนทดแทนการเลือกตั้ง ส.ส.3 จังหวัดภาคใต้ คือ จ.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ในวันที่ 5 เม.ย. ซึ่งอาจรวม จ.ประจวบคีรีขันธ์ 1 เขต และ กทม.3 เขตเลือกตั้งด้วย กกต.จะประสานฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ในพื้นที่เพื่อเป็นไปด้วยความ เรียบร้อย ส่วนวันที่ 27 เม.ย. เป็นการลงคะแนนเลือกตั้งทดแทน ส.ส.6 จังหวัดภาคใต้ที่ยังไม่แล้วเสร็จ หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยก่อนวันที่ 20 หรือ 21 มี.ค. เรื่องการจัดการเลือกตั้ง 28 เขตภาคใต้ คาดว่าน่าจะจัดเลือกตั้งในวันที่ 27 เม.ย. วันเดียวกันกับ 6 จังหวัดภาคใต้ และกำหนดให้ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 20 เม.ย.

คาดเปิดประชุมสภาฯ ปลาย พ.ค.

นายสมชัย กล่าวว่า หากการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คาดว่าจะประกาศรายชื่อ ส.ส.ทั้ง 95 เปอร์เซ็นต์ และสามารถเปิดประชุมสภาฯได้ภายในปลายเดือน พ.ค. และอาจมีรัฐบาลชุดใหม่ได้ในต้นเดือน มิ.ย. นอกจากนี้กรณี 22 เขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครรายเดียว ที่ต้องมีคะแนนมากกว่าร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและมากกว่าคะแนนโหวตโน คิดว่าจะมีเพียงบางส่วนที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งสามารถเลือกตั้งได้ถึง 3 ครั้ง คาดว่ากระบวนการดังกล่าวใช้เวลา 4-5 สัปดาห์จะจัดการได้เรียบร้อย ดูจากภาพรวมการเลือกตั้งถ้าไม่มีการคัดค้านอย่างรุนแรง คาดว่าปลายเดือน พ.ค.จะจัดการเลือกตั้งได้เรียบร้อย แต่หากมีการขัดขวางการเลือกตั้งต้องประเมินเป็นรายวัน ส่วนตัวคาดว่าไม่มีปัญหาอะไร รัฐบาลใหม่จะเกิดขึ้นได้ภายในต้นเดือน มิ.ย. ส่วนกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความการจัดการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องรอคำวินิจฉัยจะออกมาเป็นอย่างไร หากศาลฯ ชี้ว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ กกต.ไม่กลัวจะถูกดำเนินคดี เพราะ กกต.ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ระมัดระวังทุกอย่างไม่ให้ขัดต่อกฎหมาย หากไม่มั่นใจอะไรก็ถามศาลรัฐธรรมนูญ

สั่ง กกต.จว.สอบเพิ่ม “เจ๊แดง” ขนคน

นายสมชัยกล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 เชียงใหม่ในสภาชุดที่แล้ว กรณีขนคนไปลงคะแนนเลือกตั้งที่นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ได้รับการเลือกตั้งว่า ในสัปดาห์นี้ทาง กกต.ยังไม่มีการพิจารณา เนื่องจากยังมีรายละเอียดข้อมูลไม่ครบถ้วน อีกทั้ง กกต.มีความเห็นไม่ตรงกับ กกต.จังหวัด จึงต้องให้ กกต.จังหวัดไปสอบสวนเพิ่มเติม และหากการดำเนินการ กกต.จังหวัดมีปัญหาก็ต้องตรวจสอบการทำงานของ กกต.จังหวัดด้วย ขณะนี้ กกต.ไม่เห็นด้วยกับผลสอบของ กกต.จังหวัด เห็นว่าข้อเท็จจริงขัดแย้งกับผลสอบ

พท.ขู่ กกต.ต้องรับทั้งแพ่ง–อาญา

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการประชุมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 มี.ค. ว่า กกต.ควรพิจารณาว่าขณะนี้สถานการณ์การเลือกตั้ง การรับสมัคร ส.ว. บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงน่าจะจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ยังค้างอยู่ในวันเดียวกับการเลือกตั้ง ส.ว. เพื่อให้มี ครม.ชุดใหม่โดยเร็ว เข้ามาแก้ไขปัญหาช่วยเหลือประชาชน เช่น ภัยแล้ง โครงการรับจำนำข้าว ถ้า กกต.ยังยืนยันจะให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ทดแทนในเดือน เม.ย. และได้รัฐบาลชุดใหม่ในเดือน พ.ค. ถือว่าช้าเกินไป ตนมองว่า กกต.พยายามละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือ กกต.ทำประโยชน์ให้บุคคลบางกลุ่มใช่หรือไม่ สำหรับการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. หากเป็นโมฆะ เงิน 3,800 ล้านบาท ที่เสียไป กกต.ต้องรับผิดชอบทั้งทางอาญาและทางแพ่ง

ร้องกองปราบเล่นงาน ม.157

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กองปราบปราม นายสิงห์ทอง บัวชุม คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย และอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เข้าพบ ร.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศิริเจริญนำ พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อ กกต.ทั้ง 5 คน ในความผิดฐานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 และ 91 โดยนำเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง มอบให้พนักงานสอบสวนไว้ประกอบการพิจารณาดำเนินคดี ทั้งนี้ นายสิงห์ทองกล่าวว่า เข้าแจ้งความในนามพรรคเพื่อไทย เนื่องจาก กกต.ไม่ปฏิบัติหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ เพื่อให้เปิดประชุมสภาฯให้ได้ใน 30 วัน ทั้งที่มีอำนาจตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และละทิ้งหน้าที่ไม่ดำเนินการกรณีกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ขัดขวางการเลือกตั้ง หรือพรรค การเมืองมีส่วนรู้เห็น และยังมีอีกหลายเรื่องที่ กกต.กระทำเหมือนยื้อหรือเตะถ่วง ทำให้มีการชุมนุมรุมกินโต๊ะรัฐบาล ไม่ว่าการตั้งงบประมาณเพื่อจ่ายให้ชาวนาที่เดือดร้อน การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร

ด้าน ร.ต.อ.พัฒนพงศ์กล่าวว่า เป็นการดำเนินคดีต่อ กกต.ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ จึงให้คำแนะนำกับผู้ร้องเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป.เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนนี้

อ้าง “ทักษิณ” โว ลต.ใหม่ พท.ก็ชนะอยู่ดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีรัฐมนตรี อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จำนวนหนึ่ง เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้อยู่ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐ ประชาชนจีน เพื่อเยี่ยมเยียนและปรึกษาสถานการณ์การเมือง โดย พ.ต.ท.ทักษิณได้แสดงความเห็นใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ต้องเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่เห็นว่าต้องอดทนและรักษากฎ กติกา ที่มีอยู่เอาไว้อย่างเข้มแข็ง หากจำเป็นจะต้องใช้มาตรการที่แข็งกร้าวต่อฝ่ายที่ละเมิดกฎหมายก็ต้องทำ เพราะเชื่อว่าขณะนี้นานาชาติมองว่าสิ่งที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำอยู่ถูกต้องแล้ว ขณะเดียวกัน ก็เริ่มเห็นตัวตนฝ่ายตรงข้ามที่เปิดเผยออกมามากขึ้นเรื่อยๆ โดย พ.ต.ท.ทักษิณยอมรับกำลังต่อสู้ในสถานการณ์ที่ยากลำบากมาก นอกจากนี้ ยังประเมินว่าทหารจะไม่กล้าทำการปฏิวัติ และเป็นไปได้ว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาอาจเป็นโมฆะ แต่จะเป็นเรื่องดีหากพรรคประชาธิปัตย์ลงเลือกตั้ง ทุกอย่างจะได้จบๆไป โดยมั่นใจว่าเลือกตั้งใหม่พรรคเพื่อไทยก็ชนะอยู่ดี

เซ็งคนในพรรควางยาเสวยสุข

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังได้กล่าวตัดพ้อกับคนที่เดินทางไปพบว่า “พรรคเพื่อไทยมีคนเก่งๆเยอะ ทั้งนักวิชาการ ด็อกเตอร์ ทูต แต่ไม่กล้าออกมาสู้ คนหน้าตาดีไม่ออกมา พวกที่ออกมาหน้าตาไม่ค่อยดี ไม่เหมือนพรรคประชาธิปัตย์ ฝ่ายตรงข้าม คนมีความรู้ นักวิชาการออกมาเยอะแยะเลย คนจริงใจกับตนมันน้อย วางยาผม เพราะตัวเองอยากอยู่นานๆ เห็นว่านายกฯไม่แข็ง แต่ท่านนายกฯก็ดี แต่คนรอบข้างไม่เป็นการเมือง ผมส่งคนเป็นการเมืองไป นายกฯก็ไม่เอา ผมก็สงสารนายกฯจึงไม่อยากจู้จี้ แต่คนที่เมืองไทย มันไม่ได้ดั่งใจ”

จี้ พท.เลิกกดดันรอคำสั่งศาล รธน.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงขบวนการที่รัฐบาลกดดันให้ กกต.จัดการเลือกตั้ง ส.ส.ส่วนที่เหลือพร้อมการเลือกตั้ง ส.ว.ว่า มี 2 คำร้องจากผู้ตรวจการแผ่นดินและ กกต.ไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะหรือไม่ ขอให้ทุกฝ่ายยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่จำเป็นต้องกดดันให้เลือกตั้ง ส.ส.พร้อม ส.ว. เพราะทำให้เกิดความวุ่นวายเพิ่ม ประชาชนสับสน และเกิดการต่อต้านหลายพื้นที่ขยายวงไปกระทบการเลือกตั้ง ส.ว. ส่วนที่พรรคเพื่อไทยระบุว่าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีสิทธิยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญขึ้นกับศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย แต่ที่พรรคเพื่อไทยต้องการให้เลือกตั้งเร็วและจบก่อนศาลมีคำวินิจฉัย เพราะรู้ว่าขัดรัฐธรรมนูญ มีแนวโน้มเป็นโมฆะ จึงดิ้นรนไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ

27 ส.ว.ยื่นศาล รธน.ฟัน “ปู” สิ้นสภาพ

อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 14.10 น. ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กลุ่ม 40 ส.ว. นำรายชื่อ 27 ส.ว.ยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 ต่อประธานวุฒิสภา ผ่าน นพ.อนันต์ อริยชัยพานิชย์ รองประธานวุฒิสภา เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม กระทำการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 268 กรณีแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จนเป็นเหตุให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งคืนตำแหน่งให้แก่นายถวิล ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องสิ้นสุดเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 (7) หรือไม่ หวังว่าประธานและรองประธานวุฒิสภาจะเร่งรัดส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยต่อไป

ด้าน นพ.อนันต์กล่าวว่า จะรีบดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องตามขั้นตอน หากถูกต้องก็จะรีบดำเนินการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป คาดคงใช้เวลาไม่นาน

ไล่ “ไพบูลย์” ไขก๊อกร่วมม็อบ

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ยื่นเรื่องให้ประธานวุฒิสภาส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 91 วินิจฉัยสถานภาพสิ้นสุดลงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯว่า สิ่งที่นายไพบูลย์ทำเป็นเกมการเมืองคู่ขนาน สอดคล้องกับการกระทำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และพวก เมื่อเลือกข้างชัดเจนขนาดนี้ก็ควรลาออกจาก ส.ว.ไปทำม็อบกับนายสุเทพดีกว่า ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยมองว่ากรณีดังกล่าวไม่เข้าข่ายตามที่นายไพบูลย์ร้อง เพราะเมื่อมีการยุบสภาฯ รัฐบาลต้องทำหน้าที่รักษาการ และตราบใดที่ กกต.ยังจัดเลือกตั้งไม่แล้วเสร็จ ก็ยังไม่มีสภาฯชุดใหม่ ยังไม่มีรัฐบาลชุดใหม่ นายกฯต้องรักษาการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 จนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่ หากนายกฯ ไม่ทำจะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

อดีต ปธ.วุฒิชี้ไร้ช่องขอนายกฯ ม.7

ที่รัฐสภา นายสุชน ชาลีเครือ อดีตประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกระแสกดดันให้นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาพ้นจากรักษาการ เพื่อให้นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา มาทำหน้าที่แทนเพื่อเสนอนายกฯคนกลาง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 7 ว่า เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 117 กำหนดไว้ชัดเจนว่า นายกฯต้องมาจาก ส.ส. ในอดีตเมื่อปี 2549 ตนเคยทำหน้าที่ รักษาการประธานวุฒิสภาเกือบ 7 เดือน ช่วงนั้น ส.ว.ครบวาระ และมีการยุบสภาเลือกตั้ง ส.ส.เช่นกัน และมีกลุ่มบุคคลชั้นสูงมาเสนอให้แต่งตั้งนายกฯมาตรา 7 แต่ตนไม่ได้นำความกราบบังคมทูลฯ เพราะเห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญ ดังนั้นประธานวุฒิสภารักษาการจะทำหน้าที่ได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 132 เท่านั้น ทำนอกเหนือจากนี้ไม่ได้ ขณะที่รองประธานวุฒิสภาก็ต้องทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 124

“ครม.ปู” รักษาการจนกว่ามี รบ.ใหม่

นายสุชนกล่าวว่า ได้หารือกับอดีตประธานวุฒิสภาหลายท่าน เห็นว่ากรณีนี้ไม่เข้าข่ายมาตรา 7 จึงไม่สามารถแต่งตั้งนายกฯที่ไม่ได้เป็น ส.ส.เข้ามาได้ หากออกเป็นมติของวุฒิสภาจะยิ่งผิดกฎหมาย ใครนำความกราบบังคมทูลฯอาจถูกฟ้องร้องถึงขั้นติดคุก ตามหลักสากลทั่วโลกต้องมีการเลือกตั้ง ขอให้ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป ทำนอกเหนือกฎหมายไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าใครคิดจะเสนอนายกฯคนกลางต้องแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 171 หรือต้องปฏิวัติรัฐประหารกันเอาเอง ส่วนรัฐบาลรักษาการทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ต่อไป ถ้านายกฯรักษาการไม่ได้ ก็ให้รองนายกฯขึ้นมาทำหน้าที่แทนต่อไป เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกใหม่ เป็นไปตามราชประเพณีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 7 การระบุว่านายกฯจะพ้นจากการรักษาการหลังวันที่ 2 เม.ย.เป็นการคิดกันเอาเอง

“ปู” ปฏิเสธยื้อคืนตำแหน่ง “ถวิล”

ด้านความคืบหน้าภายหลังศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
(สมช.) ให้นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ภายใน 45 วัน เมื่อเวลา 13.00 น. ที่โรงเรียนนายร้อยสามพราน จ.นครปฐม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งให้คืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้กับนายถวิล เปลี่ยนศรี ภายใน 45 วันว่าเนื่องจากมีขั้นตอนต่างๆ จึงได้สั่งการเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ไปหารือในรายละเอียด เมื่อถามว่า นายถวิล ระบุว่ารัฐบาลพยายามยื้อเวลาให้นานออกไป นายกฯตอบว่า ไม่หรอก วันนี้ต้องศึกษารายละเอียด พ.ร.ฎ.ยุบสภาด้วยจริงๆปฏิบัติอยู่แล้วคำสั่งศาล แต่ต้องให้เวลาศึกษาขั้นตอนก่อน ไม่ใช่ว่าพอเรื่องมาถึงจะทำได้ทันที เพื่อทำให้ถูกต้อง วันนี้เพิ่งทำงานวันแรก คงต้องรอในคำสั่งให้เวลาในการปฏิบัติ 45 วัน

ขอความเป็นธรรมไม่ทำค่อยมาว่า

เมื่อถามว่า ฝ่ายตรงข้ามให้นายกฯแสดงความรับผิดชอบและ ส.ว.เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญเอาผิดนายกฯโยกย้ายไม่เป็นธรรม นายกฯกล่าวว่า แสดงอะไร ตนพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาล แต่ต้องมีขั้นตอนศึกษาในการทำตามขั้นตอนกฎหมาย เป็นปกติหรือไม่ที่ทุกรัฐบาลต้องมีการแต่งตั้งโยกย้าย และติดปัญหาคำสั่งศาลปกครอง รัฐบาลพร้อมทำเหมือน รัฐบาลอื่นทำ และต้องรอดูให้ครบ 45 วันก่อนว่าตนทำหรือไม่ทำอย่างไร และมีความผิดอย่างไร บางครั้งต้องให้ความเป็นธรรมกันบ้าง เมื่อถามว่า การย้ายนายถวิลกลับมาจะกระทบงานความมั่นคงหรือไม่ เพราะประกาศตัวชัดเจนอยู่ฝั่งตรงข้ามรัฐบาล นายกฯกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับเจตนา ถ้าทุกคนตั้งใจทำงาน ปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้อง งานก็ไม่ติดขัด ขอให้แยกแยะ

“สุรนันทน์” ยันทันกำหนดแน่

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้มีขั้นตอนเยอะ ซับซ้อนต้องทำให้ถูกต้อง และต้องไปดูผลกระทบ ยืนยันว่าทันภายใน 45 วันแน่นอน อีกทั้งต้องหารือกับ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช. ที่จะไปอยู่ตำแหน่งอื่นด้วย จากนั้นจึงจะแจ้งให้นายกฯลงนาม และนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมถึงต้องแจ้งให้ กกต.รับทราบ ความจริงไม่ได้มีบทลงโทษอะไรหากเลย 45 วัน เพียงแต่หลักแล้วควรจะทำให้เสร็จสิ้นภายใน 45 วันเท่านั้น เมื่อถามว่า นายถวิลอาจไปร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่ากลั่นแกล้งทางการเมือง ไม่ใช่การบริหารแผ่นดินที่ผิดพลาด นายสุรนันทน์ตอบว่า นายถวิลน่ารู้ดีและน่าเห็นใจว่าเมื่อรัฐบาลใหม่มาก็ต้องมีมือมีไม้ของตัวเอง เป็นเรื่องปกติของการบริหารราชการแผ่นดิน เพียงแต่ว่าการที่ศาลมีคำสั่งเช่นนี้แสดงว่า ต่อไปถ้ารัฐบาลจะโยกย้ายใครต้องให้เหตุผลที่ชัดเจน เพื่อให้เห็นชัดว่าไม่ได้ลำเอียง การโยกย้ายลักษณะเช่นนี้มีมาตลอด เมื่อไปฟ้องก็มีทั้งแพ้และชนะ

“ปึ้ง” ขยาดหวั่นความลับรั่วไหล

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวว่า การคืนตำแหน่งให้นายถวิลจะไม่กระทบกับการทำงานของ ศรส. เลขาธิการ สมช.ที่เป็นเลขานุการ ศรส.โดยตำแหน่ง ทำหน้าที่บันทึกรายงานการประชุม และทำเอกสารต่างๆ แต่การตัดสินใจมาจาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส.กับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว  ผบ.ตร. หากเปลี่ยนตัวเลขานุการ ศรส.ใหม่ ต้องทำหน้าที่ตัวเอง รักษาความลับ แต่นายถวิลเคยขึ้นเวที กปปส.จะเก็บความลับไว้ได้มากน้อยแค่ไหนอยู่ที่จะทำหน้าที่อย่างซื่อตรงและซื่อสัตย์หรือไม่

“ภราดร” โต้ครหาทำร้ายเพื่อน ขรก.

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวว่า เป็นหน้าที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) จะออกคำสั่งที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด นายกฯยังไม่ได้พูดคุยว่าจะให้ไปดำรงตำแหน่งไหน แต่ไม่มีปัญหา ไม่หนักใจ เป็นข้าราชการต้องมีวินัย สำคัญที่สุดคือต้องได้รับการยอมรับจากผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาที่มาตามครรลองประชาธิปไตย ชอบธรรมตามกฎหมาย ที่นายถวิลระบุว่าตนทำร้ายพวกเดียวกันเพื่อไปเติบโตเป็นทัศนะของท่าน แต่ตนมาด้วยคำสั่งผู้บังคับบัญชาเห็นชอบด้วยกฎหมาย เติบโตมาได้เพราะผู้บังคับบัญชา

“มาร์ค” ซัดเหิมเกริมต้านศาล ปค.

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯระบุว่าอาจคืนตำแหน่งให้นายถวิล เปลี่ยนศรี ไม่ทันในเวลา 45 วันว่า การยื้อไว้คงหวังใช้ตำแหน่งนี้เป็นประโยชน์ทางการเมืองต่อ ทั้งที่ไม่เห็นมีเรื่องซับซ้อนที่จะทำตามศาลสั่ง สามารถออกมติ ครม.ได้ทันในสัปดาห์หน้า ขออนุญาต กกต.ได้เลย จะพยายามทำให้เกิดเงื่อนไขขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารกับตุลาการอยู่ตลอดเวลาทำไม หากเป็นเจตนาจงใจฝ่าฝืนก็น่าคิด ต่อไปคนมีอำนาจในบ้านเมืองอยู่เหนือกฎหมาย เหตุใดนายพงศ์เทพถึงมีอำนาจเหนือศาล ขณะนี้เหิมเกริมกันมากสำหรับฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล พยายามทำให้เกิดภาพว่าตุลาการกับรัฐบาลมีปัญหา ทุกคนกำลังจับตาอยู่ โดยเฉพาะมวลชนจำนวนมากไม่พอใจรัฐบาลอยู่แล้วที่ไม่ยอมเคารพอำนาจศาล

“หัสวุฒิ” ชงตั้ง ตร.ศาลดูแลตุลาการ

ที่สำนักงานศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯระบุว่านายกฯอาจคืนตำแหน่งเลขาธิการ สมช. ให้นายถวิล เปลี่ยนศรี ไม่ทันใน 45 วันว่า ตั้งแต่มีศาลปกครองสูงสุดมายังไม่เคยเจอปัญหาการบังคับคดีไม่ได้ และไม่อยากเจอคดีนี้เป็นคดีแรก อย่างไรก็ตามในรอบปีที่ผ่านมาถือว่าองค์กรตุลาการ และศาลยุติธรรม ถูกข่มขู่คุกคามเป็นอย่างมาก ทั้งเกิดเหตุยิงปืน ปาระเบิดใส่ มีการให้ข่าวข่มขู่คุกคามตัวตุลาการหรือผู้พิพากษาในคดีอย่างไม่เคยมีมาก่อนในรอบกว่า 100 ปีที่ตั้งศาลยุติธรรมมา ดังนั้น เห็นว่าถึงเวลาแล้วองค์กรตุลาการและศาลยุติธรรมควรมีหน่วยงานภายในขึ้นตรงกับศาลมาคุ้มครองดูแลผู้พิพากษา ตุลาการ และเจ้าหน้าที่ศาลฯ เหมือนศาลยุติธรรมต่างประเทศ ไม่ต้องพึ่งหน่วยงานภายนอก ถ้าตุลาการหรือผู้พิพากษาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย การตัดสินคดีความใดอาจเกิดการเบี่ยงเบนได้ บ้านเมืองก็ไม่สงบสุข ในอดีตตนเคยถูกขู่ฆ่าก็มีเพื่อนฝูงหลายคนอาสาหาเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงมาคุ้มครองให้ แต่ก็ไม่รู้ว่าคนที่ขู่ฆ่าเป็นใคร

แฉคอร์รัปชันไทยรุนแรงกว่าอดีต

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมสวิสโซเทล เลอคองคอร์ด ถนนรัชดาภิเษก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) จัดการสัมมนาหัวข้อ “ดัชนีชี้วัดสถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทย” มีการนำเสนอสถานการณ์คอร์รัปชันในไทย โดยนางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผอ.ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า จากดัชนีชี้วัดการคอร์รัปชันในไทยช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา พบสถานการณ์คอร์รัปชันในไทยย่ำแย่ลง ทั้งที่ไทยมีประชาธิปไตยมากว่า 80 ปี แต่กลับมีปัญหาคอร์รัปชันไม่ต่างจากประเทศที่เพิ่งหลุดพ้นจากเผด็จการ และเพิ่งได้รับประชาธิปไตย โดยจากดัชนีชี้วัดในมุมมองประชาชนพบว่าองค์กรอิสระต่างๆยังไม่เป็นอิสระอย่างแท้จริง เพราะต้องพึ่งพางบประมาณรัฐ โดยหน่วยงานที่ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นมากที่สุดคือ พรรคการเมือง และตำรวจ ซึ่งส่วนใหญ่ระบุว่าต้องจ่ายสินบนให้กับตำรวจมากที่สุด การแก้ปัญหาคือต้องปฏิรูปการเลือกตั้งให้โปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและต่างชาติ รวมทั้ง พ.ร.บ.การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารรัฐต้องนำมาใช้ให้โปร่งใส เห็นจากโครงการรับจำนำข้าว ที่รัฐไม่ยอมให้ข้อมูล ทั้งราคาและปริมาณการระบาย

โทรคมนาคม-พลังงานแชมป์ทุจริต

ขณะที่นายกิตติเดช ฉันทังกูล นักวิจัย กรรมการสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย กล่าวว่า จากการสำรวจความเห็นของผู้นำธุรกิจ 1,066 ราย พบว่าแนวโน้มภาคอุตสาหกรรม 5 อันดับแรก ที่มีแนวโน้มเกิดการทุจริตมากที่สุด คือโทรคมนาคม พลังงานและสาธารณูปโภค ธุรกิจการเกษตร ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจวัสดุก่อสร้าง สาเหตุสำคัญเกิดจากกฎระเบียบของรัฐเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่มีโอกาสใช้ดุลพินิจ สร้างโอกาสในการทุจริตได้ ซึ่งรูปแบบการทุจริต 3 อันดับแรกคือ การใช้ตำแหน่งทางการเมืองเอื้อประโยชน์พวกพ้อง การให้ของขวัญหรือติดสินบน และการทุจริตเชิงนโยบายโดยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

รบ.ดักคอไม่รับผิด ก.ม.กู้เงินขัด รธน.

วันเดียวกัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวถึงการที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ในวันที่ 12 มี.ค.ว่า ไม่ว่าผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไรต้องปล่อยให้รัฐบาลชุดใหม่เป็นผู้พิจารณาว่าจะดำเนินการต่อไปหรือไม่ รัฐบาลรักษาการไม่สามารถทำอะไรต่อไปได้แล้ว โครงการที่ได้รับผลกระทบมากสุด คือการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เพราะใช้งบประมาณสูง ส่วนโครงการอื่นหากจะทำต่อต้องกู้เงินเป็นรายโครงการเหมือน 20-30 ปีที่ผ่านมา

นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายก รัฐมนตรีและ รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า แนวทางคำวินิจฉัยอาจเป็นไปได้ใน 3 ทางคือ 1. ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวชอบด้วยรัฐธรรมนูญทั้งกระบวนการตรากฎหมายและเนื้อหา ซึ่งต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ และประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป 2. มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ เฉพาะข้อความที่ขัดหรือแย้งนั้นเป็นอันตกไป จากนั้นต้องนำร่างส่วนที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ และ 3. กระบวนการตราขึ้นไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ กรณีนี้ตกไปทั้งฉบับ แต่ ครม.ไม่ต้องแสดงความรับผิดชอบทาง การเมือง เพราะได้ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา และมีการยุบสภาฯ ไปแล้ว

11 มี.ค. 2557 07:30 ไทยรัฐ