วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยังไร้สัญญาณด้านบวก

เหตุเกิดในห้วงที่รัฐบาลกำลังมีความคิดไม่ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินพอดีเลย

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจจับทหารจาก ร.31 พัน. 2 รอ. จังหวัดลพบุรี ได้คาด่านย่านหลังสวน กลางกรุงเทพฯ พร้อมอาวุธสงคราม ปืนเอ็ม 16 ปืนสั้น กระสุนนับพันนัด สนับมือ มีดพก แก๊สน้ำตา ฯลฯ

เต็มอัตราศึกเลยก็แล้วกัน

กับคำรับสารภาพสั้นๆ อ้างขนเอาไปให้ “นาย”

ที่แน่ๆ พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ออกมาเปิดไฟเขียวให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนไปตามกระบวนการยุติธรรมและตามขั้นตอนของกฎหมายว่า จะเป็นการรับจ้างส่วนตัวตามที่ผู้ต้องหาให้การหรือไม่ แต่ยอมรับว่ารู้สึกหนักใจที่มีทหารไปรับงานแบบนี้

พร้อมตั้งข้อสังเกต อาวุธปืนที่ถูกจับกุมได้ไม่ใช่อาวุธของหน่วย คาดว่า อาจซื้อมาและเป็นการรับจ้างส่วนตัว

เบื้องหน้าเบื้องหลัง ต้องติดตามตอนต่อไป

แต่เรื่องของเรื่อง เบื้องต้นเลยมันก็โยงกับบรรยากาศเถื่อนๆ กรุงเทพฯกลายเป็นแดนอันตราย ทั้งปรากฏการณ์ที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ ที่ตั้งอยู่ใกล้เวทีแจ้งวัฒนะของ “พุทธอิสระ” ได้โพสต์เฟซบุ๊กประณามมือมืดที่ยิงถล่มโรงพยาบาล

ต่อเนื่องกับเหตุการณ์ยิงถล่มแท็กซี่ที่อ้างว่าทะเลาะกับการ์ด กปปส.ที่สวนลุมฯ โดนกระสุนพรุนไปทั้งคัน

หรือก่อนหน้านั้นที่มีระเบิดเอ็ม 79 ยิงใส่ม็อบ กปปส.ที่ไปปิดล้อมอาคารชินวัตร 3

ยิงกันทุกวัน ระเบิดกันทุกคืน

เส้นทางของอาวุธขนกันมาจากไหน ยังไง ก็น่าจะเดากันได้

แต่ที่คาดการณ์ไม่ออกก็เพราะไม่รู้ว่ามือที่หนึ่ง มือที่สอง หรือมือที่สาม จะก่อเหตุตอนไหน เป้าหมายที่ใด เพื่อจุดประสงค์อะไร

ไร้หลักประกันความปลอดภัย ประชาชนทั่วไปอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงภัยตลอด

ยิ่งเป็นอะไรที่ส่งสัญญาณล่วงหน้า ล่าสุด “สารวัตรเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศรส. เพิ่งกลับมาทำงาน หลังจากยื่นใบลา 3 วัน โดยยอมรับว่า ได้เดินทางไปประเทศสิงคโปร์เพื่อเยี่ยมพ่อของเพื่อนที่ป่วยหนัก

ท่ามกลางกระแสข่าวบินไปพบคนดูไบ

และก็ย้ำกันชัดๆเลยว่า สถานการณ์นับจากนี้ไปจะเข้าสู่จุดแตกหัก ตามเหตุที่โยงกับกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะตัดสินปมจำนำข้าวของนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ว่าจะออกมารูปใด อาจสร้างความไม่พอใจให้อีกฝ่าย อาจส่งผลให้เกิดความรุนแรง

จะว่าแกล้งตีปี๊บขู่กันก็ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเค้าลางเอาซะเลย

อย่างที่เห็นๆกัน การเจรจายังไม่มีความคืบหน้าหรือสัญญาณด้านบวกแม้แต่วงเดียว ในขณะที่เงื่อนไขการเผชิญหน้าเร้าเข้ามาทุกขณะ แทบจะเหลือโอกาสท้ายๆแล้ว

ถ้า “ไม่คลิก” ก็เข้าสู่โหมดปะทะ

แต่ที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องก็คือการชิงเหลี่ยมความได้เปรียบในเกมกฎหมาย เพื่อให้ไปถึงธงของฝ่ายตัวเอง ตามเกมที่พรรคเพื่อไทยเร่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดเลือกตั้ง ส.ส.ที่ค้างอยู่ โดยให้กาบัตรไปพร้อมๆกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ในวันที่ 30 มีนาคมไปเลยทีเดียว

นั่นก็เพราะเชื่อเลยว่า ม็อบ กปปส.ไม่กล้าปิดล้อมคูหาเลือกตั้ง

เนื่องจากมันโยงถึงออปชั่นในการคืนสิทธิการเมืองให้คนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ตามไฟต์บังคับร่วมมือกับ “ม็อบกำนัน” ในการบอยคอต

ซึ่งตามเงื่อนไขข้อกฎหมาย ถ้าไม่มีการใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อเคลียร์ก่อน 1 ครั้ง นั่นก็หมายถึงรอบหน้าก็ลงสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้

เพื่อความปลอดภัย จึงจำเป็นต้องปลดล็อก คืนสิทธิให้ตัวเองก่อน

และนั่นก็โยงไปถึงอีกเกมหนึ่ง ในจังหวะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็ลุ้นให้ศาลรัฐธรรมนูญฟันธงการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์เป็นโมฆะ ก็เพื่อไม่ต้องเสี่ยงกับโทษยุบพรรค

หลังจากบอยคอตเลือกตั้งมาแล้วหลายรอบ ผิดปกติวิสัยพรรคการเมือง

แต่ปมเสียวๆมันก็ตกอยู่ที่ กกต.ตามเหลี่ยมเขี้ยวที่พรรคเพื่อไทยออกมาโยนเงื่อนไขมัดคอ ถ้าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ กกต.ต้องเป็นผู้รับผิดชอบกับงบประมาณที่สูญเสียไปด้วย

งานนี้เลยได้วัดใจ จะยอมเจ๊งกันหมดหรือไม่.

 

ทีมข่าวการเมือง

11 มี.ค. 2557 00:19 11 มี.ค. 2557 00:19 ไทยรัฐ