วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ท่าทีสุภาพบุรุษ

โดย ซี.12


ผลจากคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี นั้นผู้ที่ต้องรับผิดชอบโดยตรงคนเดียวคือ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรีในวันออกคำสั่ง

ถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็นเพียงผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี เมื่อไม่ยอมหยุดการทำหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลโดยไม่บิดพลิ้ว

นั่นคือการคืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติให้แก่นายถวิล เปลี่ยนศรี ทันที

ส่วนผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงอีกคนคือ ผู้ที่นั่งเก้าอี้เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติอยู่ในขณะนี้คือ พลโทภราดร พัฒนถาบุตร ซึ่งได้ยินแว่วๆ ในการให้สัมภาษณ์ว่ายินดีน้อมรับคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด

นี่เป็นท่าทีของลูกผู้ชายที่มีศักดิ์ศรีคนหนึ่ง และโดยมารยาทอันสมควรแล้ว พลโทภราดร พัฒนถาบุตร ควรจะหยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติได้แล้วตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไป เพื่อเตรียมตัวส่งมอบงานให้เจ้าของตำแหน่งตัวจริงที่กลับมาอย่างสง่างามและถูกต้องตามกฎหมาย

ส่วนตัวพลโทภราดรเองจะได้ไปรับตำแหน่งใหม่ที่เหมาะสมสุดแล้วแต่รัฐบาลจะสรรหาให้เป็นต้นว่าตำแหน่ง เลขาธิการคณะรัฐมนตรี แทน นายอำพน กิตติอำพน ตำแหน่ง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แทน นายธงทอง จันทรางศุ ตำแหน่ง เลขาธิการสภาการศึกษา แทน นางศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ หรือไม่ก็กลับไปเป็น ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ตามเดิม

อีกทางเลือกหนึ่งคือขอโอนกลับไปรับราชการทหารตามวิถีทางดั้งเดิมที่เคยเติบโตมา ตอนนี้ก็เป็นช่วงเวลาอันเหมาะสมเพราะทางกองทัพกำลังจัดทำโผโยกย้ายทหารกลางปีอยู่ อาจจะขอไปช่วยงาน พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหมเพื่อนรัก เชื่อว่าเพื่อนก็คงไม่ใจจืดใจดำนักหรอก เผลอๆ อาจจะได้พลเอกด้วยซ้ำไป

พูดถึงว่าน่ะนะ หาก เครือข่ายระบอบทักษิณ ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกหนพอถึงเวลาที่ นายถวิล เปลี่ยนศรี เกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ตุลาคม 2557 พลโทภราดร ก็สามารถโอนกลับมาเป็นเลขาธิการ สมช.ได้อีก ซึ่งก็อีกไม่กี่เดือนเอง

แถมคราวนี้เป็นการดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมายและชอบด้วยทำนองคลองธรรมเสียด้วย

ความเห็นเหล่านี้นำเสนอด้วยความรู้สึกที่ว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องเป็นสุภาพบุรุษและมีน้ำใจนักกีฬาไม่ต้องหาทางยื้ออะไรอีกหลังศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาออกมาชัดแจ้งแดงแจ๋แล้วอย่างนี้

แล้วอีกอย่างหนึ่งการรีบดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาโดยเร็วพลันนั้นก็เท่ากับเป็นการชำระล้างบาปกรรมที่ทำกับคนอื่นไปได้ส่วนหนึ่ง ถ้าขืนรีรอไปจนใกล้ครบ 45 วันก็อาจไม่มีโอกาสได้ทำคุณงามความดีอันนี้ เพราะจะกลายเป็นการกระทำของนายกรัฐมนตรีคนอื่นไป

บอกแล้วไงว่าทำอะไรผิดๆพลาดๆ มาก็ตั้งเยอะน่าจะใช้โอกาสนี้ทำความถูกต้องให้ปรากฏไว้เป็นประวัติชีวิตทางการเมืองเสียบ้างก็ดีนะ

ส่วนประเด็นสำคัญในคำพิพากษามีเนื้อหาสาระอย่างไรจะค่อยๆนำมาให้รับทราบทั่วกันในวันต่อๆไป.


“ซี.12”

10 มี.ค. 2557 14:04 10 มี.ค. 2557 14:04 ไทยรัฐ


advertisement