วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มุสลิมในซินเจียงอุยกูร์


นางฟารีดา โพศรี, นายเสรีและนายประวิทย์ ศรีวิเศษ จัดงาน “สานฝัน...บัณฑิต (น้อย)”+ดื่มน้ำชาหารายได้จัดซื้อเครื่องเล่นสนาม ที่ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ชุมชน หมู่ 8 สุเหร่าซีรอ กทม. 08.30-15.00 น. พฤหัสบดี 13 มีนาคม 2557 มะรืนนี้ครับ

ศุกร์ที่แล้ว ผมรับใช้กรณีที่มีผู้ขอคำแนะนำการเรียนต่อในสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่จะเลือกเรียนในมณฑลที่มีพลเมืองมุสลิม ซึ่งผมแนะนำไปแล้ว ว่าควรไปที่เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย หรือเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์

ขอเรียนว่า ที่เขตซินเจียงมีสถาบันดังระดับประเทศอยู่ 3 แห่ง คือ Xinjiang Normal University, Xinjiang University และสถาบันแพทย์ที่มีชื่อว่า Xinjiang Medicine University น้องสาวของผมจบ ม.6 จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พญาไท หลังจากนั้น พ่อแนะนำให้น้องออกไปหาประสบการณ์ทำงาน 2 ปี จากนั้น พ่อก็แนะนำให้ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยครูปักกิ่ง หรือ Beijing Normal University ซึ่งเป็นสถาบันผลิตครูอันดับ 1 และเก่าแก่ที่สุดของจีน ผมสไกป์ถามนางสาวธมลวรรณ นวรัตน์ ว่าที่ซินเจียงอุยกูร์และหนิงเซี่ยหุยมีสถาบันสอนวิชาครูดังๆ บ้างหรือเปล่า? ธมลวรรณบอกว่ามีหลายแห่ง ที่แนะนำให้ไปติดต่อก็ที่ Xinjiang Normal University, Xinjiang Educational Institute, Yili Teachers’ College, Kashi Teachers’ College และ Hetian Teachers’ College

พลเมืองจีนส่วนใหญ่เป็นฮั่น แต่ผู้คนในซินเจียงเป็นชาวเตอร์กที่เรียกตัวเองว่าอุยกูร์ คนทางแถบนี้จำนวนไม่น้อยอยากแยกดินแดนไปตั้งเป็นประเทศใหม่ จึงมีองค์กรลับที่ทำเรื่องแยกประเทศอยู่หลายกลุ่ม ที่ดังมากในขณะนี้ก็มี ‘องค์กรปลดปล่อยเตอร์กิสถานตะวันออก’ (ETLO) และ ‘ขบวนการอิสลามแห่งเตอร์กิสถานตะวันออก’ (ETIM) ทั้งสองกลุ่มมีเป้าหมายเหมือนกันคือ ต้องการแยกดินแดนซินเจียงออกเป็นประเทศเอกราชชาติใหม่ที่ชื่อ ‘สาธารณรัฐอิสลามเตอร์กิสถานตะวันออก’

คนอุยกูร์เกลียดจีน เพราะในอดีต ขุนนางจีนที่ทำความผิดและเป็นคนชั่วมั่วโฉด มักถูกลงโทษด้วยการส่งไปปกครองดินแดนแสนไกลซินเจียง ขุนนางพวกนี้ส่วนใหญ่ไม่รู้จักวัฒนธรรมประเพณีและสิ่งที่ปฏิบัติในศาสนาอิสลาม มาปกครองก็สร้างความเดือดร้อนให้กับมุสลิม จึงมีการต่อสู้และปราบปรามเวียนเป็นวัฏจักรไม่มีสิ้นสุด พอถึงราชวงศ์ชิง รัฐบาลชิงปราบมุสลิมเด็ดขาด ทำให้มีผู้คนล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมาก ผู้คนในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ก็ยิ่งเกลียดรัฐบาลจีนมากยิ่งขึ้น

เป็นคอมมิวนิสต์เมื่อ พ.ศ.2492 รัฐบาลจีนก็ปราบมุสลิมรุนแรง มีการประกาศว่าพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม (และศาสนาอื่น) เป็นสิ่งงมงายต้องห้าม มัสยิดถูกรื้อทิ้ง มัสยิดไหนใหญ่โตก็ถูกเปลี่ยนไปเป็นพิพิธภัณฑ์ มุสลิมไม่ยอมให้รื้อมัสยิดก็ต่อต้าน รัฐบาลจีนฆ่ามุสลิมในซินเจียงตายไปหลายแสน ทว่ายิ่งฆ่า ก็ยิ่งถูกต่อต้าน รัฐบาลจึงลดปัญหาด้วยการประกาศให้ซินเจียงเป็นเขตปกครองตนเองชนชาติอุยกูร์ซินเจียง เมื่อ พ.ศ.2498

ปัญหาในเขตซินเจียงแรงขึ้นไปเรื่อยจนถึง พ.ศ.2526 จีนจึงเปลี่ยนมาใช้นโยบายให้เสรีภาพในการปฏิบัติศาสนกิจ และยกเลิกกฎระเบียบห้ามที่เคยประกาศห้ามไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2492 รัฐบาลจีนหันไปเอามัสยิดร้างมาบูรณปฏิสังขรณ์และเปิดให้มีการปฏิบัติศาสนกิจ ผู้นำศาสนาอิสลามได้รับการยอมรับและดูแล รวมทั้งส่งเสริมให้ตั้งสมาคมมุสลิม

ครอบครัวผมเคยไปเยือนสาธารณรัฐคีร์กีซ และนั่งรถจากกรุงบิชเคกเมืองหลวง ลงใต้มาจนถึงชายแดนเขตปกครองตนเองซินเจียง อุยกูร์ พ่อเล่าว่าทัศนียภาพทางแถบนั้นสวยงามเหมือนสวรรค์บนดิน เสียอย่างเดียว มีความไม่เข้าใจกันระหว่างพวกที่อยากแบ่งแยกดินแดนกับตำรวจจีน ทำให้มีการปะทะกันบ่อยมาก ที่สะเทือนขวัญที่สุดก็คือการปะทะกันที่ตำบลบาเรน จังหวัดปกครองตนเองคิซิลซูของชนชาติคีร์กีซ เมื่อ พ.ศ.2534 ทำให้มีคนตายไปประมาณ 100 คน เรื่องนี้ทำให้มุสลิมแถบนั้นอยากแยกประเทศกันมากขึ้น

หลังจากจบ ม.6 ก่อนไปเข้ามหาวิทยาลัยในเนเธอร์แลนด์ พ่อส่งผมไปทำงานและเรียนภาษาจีนอยู่ 2 ปี ในห้วงช่วงนั้น ผมก็ถือโอกาสเทียวเที่ยวไปในทุกดินแดนของจีน สิ่งหนึ่งซึ่งผมคิดว่ารัฐบาลจีนทำไม่ถูกก็คือ การที่ให้ครูในเขตซินเจียงสอน Education in Truth ซึ่งก็คือ ให้นักเรียนมุสลิมเรียนและวิจารณ์คำสอนทางศาสนา จากนั้นก็มีการตั้งคำถามว่า ในฐานะที่เป็นมนุษย์ เราควรจะเชื่อเหตุผล หรือเชื่อพระเจ้ามากกว่ากัน? ผู้อ่านท่านคงนึกออกนะครับ ว่าครูของรัฐบาลจีนมีธงคำตอบไว้แล้ว ว่าให้นักเรียนเชื่อเหตุผลมากกว่า

โอกาสหน้า ผมขออนุญาตกลับมารับใช้เรื่องที่รัฐบาลจีนทำไว้กับมุสลิมในซินเจียงกันต่อครับ วันนี้ขออนุญาตลาไปก่อน สวัสดีครับ ลาไปแล้วนะครับ.


คุณนิติ นวรัตน์

10 มี.ค. 2557 11:52 10 มี.ค. 2557 11:52 ไทยรัฐ