วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สาเหตุที่ไม่ขัดขวาง เลือกตั้ง ส.ว.

โดย ลมกรด

การเลือกตั้ง ส.ว.คราวนี้มีผู้เสนอตัวลงสมัคร 457 คน บรรยากาศโดยรวมคึกคักพอสมควร โดยเฉพาะสนามเลือกตั้งต่างจังหวัดมีคนนามสกุลดังลงแข่งขันกันมาก ขณะที่ในกรุงเทพฯมีมาสมัครแค่ 18 คน ถือว่าน้อยทีเดียวสำหรับพื้นที่เมืองหลวง

สำหรับการหาเสียงมีการแก้ไขระเบียบเพิ่มขอบเขตให้หาเสียงได้กว้างขึ้น ผู้สมัครสามารถเดินสายอธิบายให้ชาวบ้านทราบถึงบทบาทหน้าที่ในตำแหน่ง ส.ว. ไม่ใช่แค่ทำได้เพียงแนะนำตัวเหมือนอย่างแต่ก่อน

ภายใต้สถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน ทำให้การเลือกตั้ง ส.ว.ชุดนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับเกมชิงอำนาจทางการเมือง โดยเฉพาะการถอดถอนนายกรัฐมนตรีและว่าที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย

ปฏิทินเลือกตั้ง ส.ว.กำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรวันที่ 16-23 มี.ค. วันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดวันที่ 23 มี.ค. และวันเลือกตั้งจริงวันที่ 30 มี.ค.

เซียนการเมืองทั้งหลายฟันธงว่าการเลือกตั้งจะดำเนินเป็นไปอย่างราบรื่น เช่นเดียวกันบรรยากาศตอนเปิดรับสมัคร จะไม่มีมวลชน กปปส.ไปปิดล้อมขัดขวางหน้าหน่วยลงคะแนน

ต่างกับการเลือกตั้ง ส.ส.ที่มีเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายหลายเขตหลายจังหวัด ฝ่าย กปปส.อ้างว่าต้องตั้งสภาประชาชนเพื่อมาปฏิรูปการเมืองก่อน เพราะขืนปล่อยให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ก็จะเกิดการทุจริตซื้อเสียงเหมือนที่ผ่านๆมา

แต่ผมมีข้อสังเกต 2 ข้อ 1.กปปส.แน่ใจได้อย่างไรว่าเลือกตั้ง ส.ว.จะไม่มีทุจริต ทั้งที่ กกต.เคยแจกใบเหลืองใบแดงมาแล้วในการเลือกตั้ง ส.ว. 2 ครั้งก่อนหน้านี้

2.หากการเลือกตั้ง ส.ว.คราวนี้สำเร็จลุล่วง วุฒิสภาจะครบองค์ประกอบ แล้ว กปปส.จะเอาสภาประชาชนไปอยู่ตรงไหน? หรือจะให้มีสภาประชาชนซ้อนกับวุฒิสภา?

เมื่อพูดถึง ส.ว.เลือกตั้งก็ขอย้อนอดีตเล็กน้อย ส.ว.สมัยก่อนมาจากการแต่งตั้ง ทำหน้าที่เป็นสภาพี่เลี้ยง ช่วยกลั่นกรองกฎหมายที่ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎร และตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลในบางกรณี กระทั่งถึงยุคปฏิรูปการเมืองฟีเวอร์ มีการสร้างนวัตกรรมทางการเมืองมากมายใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ 2540 และกำหนดที่มา ส.ว.ให้มาจากการเลือกตั้ง เพื่อให้ยึดโยงกับประชาชน พร้อมทั้งเพิ่มอำนาจหน้าที่มากขึ้น

โดยเฉพาะการพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งกรรมการองค์กรอิสระ และการถอดถอนบุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

เมื่อ ส.ว.มีบทบาทมากขึ้น กลุ่มการเมืองจึงพยายามเข้าไปครอบงำ มีการส่งลูกเมียญาติสนิทและนอมินีไปลงเลือกตั้ง วุฒิสภาชุดปี 2543 เลยถูกขนานนามเป็นสภาผัวเมีย สภาทาส ทำงานตามใบสั่ง

ต่อมาหลังรัฐประหาร ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ 2550 หาทางสกัดกั้นเครือข่าย “ดูไบ” เลยแก้ไขที่มา ส.ว.ให้มาจากการเลือกตั้งส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งมาจากการสรรหา

คณะกรรมการสรรหา ส.ว.มี 7 คน ประกอบด้วย ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธาน กกต. ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธาน ป.ป.ช. ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้พิพากษาในศาลฎีกาที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามอบหมาย 1 คน และตุลาการศาลปกครองสูงสุดที่ที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดมอบหมาย 1 คน

เปรียบเหมือนองค์กรอิสระเป็นผู้ทำคลอด ส.ว.สรรหา ขณะเดียวกันวุฒิสภาก็เป็นผู้ทำคลอดองค์กรอิสระ ต่างฝ่ายต่างเอื้อประโยชน์ต่อกันอยู่ในที

นอกจากนี้ ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาถอดถอนองค์กรอิสระคือวุฒิสภา แล้วจะเป็นไปได้หรือที่ ส.ว.สรรหาจะลงมติถอดถอนคนที่สรรหาตัวเองเข้ามา ถ้าให้โหวตรับลูกถอดถอนบุคคลที่ส่งมาจากป.ป.ช.ก็ว่าไปอย่าง

ยิ่งถ้าในอนาคตได้เสียงหนุนจาก ส.ว.เลือกตั้งที่มาจากขั้วเดียวกัน เกมถอดถอนคงฉลุย.

“ลมกรด”

10 มี.ค. 2557 11:28 10 มี.ค. 2557 11:28 ไทยรัฐ