วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่เคารพกติกาปัญหามันจึงเกิด

โดย สายล่อฟ้า

การเมืองในห้วงนี้คงจะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง นอกจากจะเป็นการตรึงกำลังกันทั้ง 2 ฝ่ายโดยรัฐบาลก็พยายามระดมมวลชนด้วยการปลุกเร้าเพื่อสร้างอำนาจการต่อรองพร้อมที่จะเผชิญหน้าเมื่อสถานการณ์เป็นตัวกำหนด

แน่นอนว่าการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็น ส.ส.ที่ยังค้างคาอยู่ หรือการเลือก ส.ว.ล้วนมีความหมายต่อฝ่ายรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง

การเลือกตั้ง ส.ว.ก็เป็นเงื่อนไขหนึ่งหลังจากปิดการรับสมัครไปแล้วโดยมีผู้ลงสมัครทั้งหมด 457 คน ซึ่งไม่ค่อยจะคึกคักเท่าใดนัก คงเป็นเพราะบรรยากาศไม่ค่อยจะเอื้ออำนวย

แต่พวกประชาธิปไตยคือการเลือกตั้งคงจะพอใจ

ที่ว่าการเลือกตั้ง ส.ว.มีความหมายต่อรัฐบาลก็คงเป็นเพราะโอกาสที่จะทำให้ ส.ว.เสียงส่วนใหญ่อยู่ข้างรัฐบาลมีความเป็นไปได้สูง

ยิ่งกรณีที่จะต้องทำหน้าที่ถอดถอนเช่นการทุจริตรับจำนำข้าวที่ ป.ป.ช.กำลังจะลงดาบผู้กระทำความผิดเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

หาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดต่อนายกฯ และต้องส่งเรื่องให้ ส.ว.ลงมติถอดถอนด้วยมติ 3 ต่อ 5 โอกาสรอดแทบจะพันเปอร์เซ็นต์

ด้วยสัดส่วนจำนวนวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งกับสรรหานั้นไม่เคยถอดถอนใครได้เลย พูดไปแล้วแทบจะไม่มีความหมายอะไรเลยในสภาพความเป็นจริง

พูดไปแล้วแทบจะไม่มีความหมายต่อระบบการตรวจสอบแม้แต่น้อย

การปฏิรูปการเมืองว่าด้วยเรื่องที่มาของ  ส.ว. และมาตรการการตรวจสอบจึงต้องมีการคิดรูปแบบที่สอดรับกับสภาพความเป็นจริงทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ

เพราะไม่ว่าองค์กรอิสระทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร แต่มาถึงขั้นที่จะต้องชี้ความเป็นไปกลับทำอะไรไม่ได้เลย

นั่นเป็นผลที่ทำให้นักการเมือง รัฐมนตรี หรือข้าราชการที่ประพฤติผิด ประพฤติมิชอบ ต่างก็ไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย

นี่คือจุดอ่อนสำคัญจุดหนึ่ง

อย่างไรก็ดี ยังมีอีกช่องทางหนึ่งคือการดำเนินคดีทางอาญา

ที่ ป.ป.ช.สามารถส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองพิจารณาตัดสินในความผิดที่เกิดขึ้นซึ่งนักการเมืองจะเกรงกลัวกันมากกว่า

อย่าได้แปลกใจว่าทำไมจึงมีเสียงเรียกร้องให้ยุบเลิกมาตลอด ต้องการให้มีการแก้ไขด้วยการให้ไปว่ากันในศาลระบบปกติ

ด้วยข้อกล่าวหาว่าเป็นศาลการเมืองที่ไม่เป็นกลาง สองมาตรฐาน ทั้งๆที่ความจริงแล้วก็ว่ากันไปตามข้อกฎหมาย ไม่ได้มีการกลั่นแกล้ง มีอคติแต่อย่างใด เพราะหลายคดีที่มีการฟ้องร้องก็หลุดกันไปหลายคนไม่ว่าฝ่ายไหนก็ตาม

แต่ไม่ได้มีการหยิบยกขึ้นมาพูดหรือกล่าวถึง กลายเป็นว่าหากคำตัดสินออกมาเป็นทางบวกก็ยอมรับ ตรงกันข้ามหากเป็นด้านลบก็โวยวายกล่าวหาอย่างนั้นอย่างนี้

แบบนี้ใครสองมาตรฐานกันแน่ไม่ทราบ

ใครหลายคนได้ให้เหตุผลถึงความเป็นประชาธิปไตยว่าไม่ใช่แค่การเลือกตั้งเท่านั้น แต่ต้องมีองค์ประกอบอีกหลายอย่างเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์

ระบบการตรวจสอบก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญทั้งเรื่องการใช้อำนาจ การทุจริตคอร์รัปชันที่จะต้องสร้างกฎกติกาให้มีความเข้มแข็ง แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ว่าที่จริงแล้วเมื่อกฎกติกาว่าเอาไว้อย่างนั้นซึ่งต่างก็รู้กันดีว่าหากเคารพตรงนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด ไม่ใช่บอกว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมายแต่เป็นการกระทำที่กฎหมายห้ามเอาไว้

บ้านเมืองที่วุ่นวายในทุกวันนี้ก็เพราะคิดเอาแต่ได้กันอย่างนี้แหละ.

“สายล่อฟ้า”

10 มี.ค. 2557 10:52 10 มี.ค. 2557 10:52 ไทยรัฐ