วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

TMB คาด กนง.คงดอกเบี้ยหนุนเศรษฐกิจขยายตัว

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี คาด กนง. คงดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 2.25 ในการประชุมครั้งต่อไปที่จะมีขึ้น 12 มี.ค.นี้  แนะจับตาสถานการณ์เงินเฟ้อน่าเป็นห่วง หลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ...

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี (TMB Analytics) รายงานบทวิเคราะห์คาดการณ์การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในครั้งต่อไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 12 มี.ค.นี้ว่า กนง.น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิมร้อยละ 2.25 ต่อไป  และคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับนี้ไปเรื่อยๆ ตลอดทั้งปีนี้  ซึ่งถือว่าเป็นระดับผ่อนคลายเพียงพอที่จะช่วยหนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้  ในขณะที่ยังถือว่าไม่ผ่อนคลายมากเกินไปจนกระทั่งเกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ ซึ่งศูนย์วิเคราะห์ฯ มีความเห็นสอดคล้องกับรายงานประชุม กนง. ครั้งก่อนว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่กำลังส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจนั้น เป็นเพียงปัจจัยเสี่ยงระยะสั้น ซึ่งพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยยังสามารถรองรับได้

ทางด้านภาพรวมเศรษฐกิจนับตั้งแต่ประชุม กนง. เมื่อ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา รายงานตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุด  บ่งชี้ถึงภาวะชะลอตัวของอุปสงค์ในประเทศทั้งด้านการบริโภคและการลงทุน ซึ่งต้องยอมรับว่าบางส่วนเป็นผลจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมือง ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอย แต่หากวิเคราะห์ลงไปในรายละเอียด ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนและดัชนีการลงทุนภาคเอกชนที่หดตัวในช่วงผ่านมา ส่วนหนึ่งถูกกระทบมาจากยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถยนต์นั่งเชิงพาณิชย์ที่ลดลงมาก หลังจากได้มีการเร่งซื้อไปก่อนหน้าที่นโยบายรถคันแรกสิ้นสุดลง อาจบิดเบือนภาพของการชะลอตัวของการใช้จ่ายภาคเอกชน ขณะที่องค์ประกอบอื่นด้านเครื่องชี้การบริโภคและการลงทุนไม่ได้ส่งสัญญาณการชะลอตัวลงทั้งหมด

นอกจากนี้ แม้ความไม่สงบทางการเมืองอาจทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าอาจกระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณอย่างมากนับตั้งแต่เริ่มมีการชุมนุม แต่จากตัวเลขของภาคการคลังระบุว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2557 การเบิกจ่ายยังคงขยายตัวได้ถึงร้อยละ 7.5 ซึ่งในส่วนการเบิกจ่ายงบลงทุนนั้นเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน ทำให้เม็ดเงินจากภาครัฐนั้นไม่ได้สูญหายไปจากระบบทั้งหมดอย่างที่หลายฝ่ายกังวล

ส่วนความหวังหัวจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปีนี้จากการส่งออก แม้ตัวเลขการส่งออกในเดือน ม.ค.หดตัวร้อยละ 2.0 ทำให้มีข้อกังขาว่าการส่งออกจะช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยในปีนี้เหมือนจะเลือนลาง โดยศูนย์วิเคราะห์ฯ มองว่า การหดตัวลงเป็นผลมาจากราคาสินค้าเกษตรที่ลดลง และการส่งออกหมวดยานยนต์ที่หดตัวถึงร้อยละ 22 จากการที่ผู้ผลิตรถยนต์ได้เปลี่ยนโมเดลใหม่ในผลิตภัณฑ์หลายตัว ทำให้เกิดรอยต่อของการส่งออก ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบเพียงชั่วคราวเท่านั้น ในขณะที่การส่งออกอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้ากลับมาขยายตัวได้ดีขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้งในด้านตลาดส่งออก การส่งออกไปยังคู่ค้าหลักอย่างสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่นล้วนมีการขยายตัว ช่วยผลักดันการส่งออกของไทยในระยะต่อไป

สำหรับปัจจัยลบที่น่าเป็นห่วงอีกปัจจัยหนึ่งคือเงินเฟ้อ แม้ว่ายังอยู่ในระดับต่ำ แต่ก็พลิกกลับมาอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างชัดเจน โดยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งเป็นเป้าหมายเงินเฟ้อของแบงก์ชาติ เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในเดือน  ก.พ. เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.22  ขยายตัวเกินกว่าเท่าตัวจากร้อยละ 0.61 ในเดือน ก.ย. ปีก่อน ซึ่งนับว่าเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ กนง. ต้องให้น้ำหนักมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพด้านราคาในระยะถัดไปได้

ทั้งนี้ ทางศูนย์วิเคราะห์ฯ มองว่า การชะลอตัวเพิ่มเติมของเศรษฐกิจในช่วงต้นปี เป็นผลมาจาการขาดความเชื่อมั่นของภาคครัวเรือนและธุรกิจ ซึ่งการลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงเวลานี้ อาจทำให้กลไกการส่งผ่านของอัตราดอกเบี้ยในการกระตุ้นเศรษฐกิจไร้ประสิทธิผล อีกทั้งความตึงเครียดของสถานการณ์การเมืองที่คลายตัวลงบ้างในปัจจุบัน หลังทั้งสองฟากของความขัดแย้งเริ่มหันหน้ามาเจรจากัน นับว่าเป็นสัญญาณบวกที่อาจชี้ถึงพัฒนาการของสถานการณ์ไปในทางที่ดีขึ้นได้ หากความวุ่นวายจบลงโดยเร็ว ความเชื่อมั่นของภาคเอกชนก็จะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้ในช่วงเวลาอันสั้น ดังนั้น ปัจจัยที่เสริมให้มีการคงดอกเบี้ย น่าจะยังมีน้ำหนักมากกว่าปัจจัยทางด้านที่หนุนให้มีการลดดอกเบี้ย จึงอาจเร็วเกินไปที่ กนง. จะตัดสินใจลดดอกเบี้ยในครั้งนี้.

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี คาด กนง. คงดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 2.25 ในการประชุมครั้งต่อไปที่จะมีขึ้น 12 มี.ค.นี้ แนะจับตาสถานการณ์เงินเฟ้อน่าเป็นห่วง หลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ... 9 มี.ค. 2557 16:23 9 มี.ค. 2557 17:06 ไทยรัฐ