วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ทีมกฎหมายปชป.' อัดรัฐ มุ่งดิสเครดิตองค์กรอิสระ

"ราเมศ รัตนะเชวง'' ทีมกฎหมาย ปชป. ชี้ขบวนการดิสเครดิตองค์กรอิสระ ดักทางรัฐบาล ยอมรับคำวินิจฉัยศาล รธน.

วันที่ 9 มี..57 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะกรรมการกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คนของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยพยายามทำลายความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระต่างๆ ว่า ขณะนี้น่าเป็นห่วงที่องค์กรตรวจสอบต่างๆ ถูกให้ข่าวพาดพิงทำให้ประชาชนเข้าใจผิดและเกิดความสับสน ทั้งกรณีไม่รับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญยื่นถอดถอนตุลาการศาล กรณีศาลแพ่งที่ตัดสินเรื่อง พ...ฉุกเฉิน ล่าสุดคือกรณีศาลปกครองสูงสุดได้ตัดสินกรณีถวิล เปลี่ยนศรี ให้กลับมาเป็นเลขาฯ สมช. ก็บิดเบือนว่าศาลปกครองขัดขวางการทำงานของรัฐบาล หรือ ...แจ้งข้อกล่าวหานายกรัฐมนตรีไปรับทราบข้อกล่าวหาเรื่องทุจริตจำนำข้าวก็กล่าวหา ...คุกคามนายกรัฐมนตรี ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติให้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ก็กล่าวหาว่าไร้ซึ่งอำนาจ ทั้งที่ความจริงแล้ว องค์กรอิสระต่างๆ ได้ใช้อำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดในรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น

หากรัฐบาลไม่เคารพรัฐธรรมนูญ หรือไม่ยอมรับการตรวจสอบขององค์กรอิสระเหล่านี้ ก็ควรลาออกไปทั้งคณะรัฐมนตรี จะมากล่าวหาว่าองค์กรอิสระต่างๆ จ้องล้มรัฐบาลไม่ได้ แต่ล้วนเกิดจากพฤติการณ์ในการใช้อำนาจของรัฐบาลต่างหากที่ทำให้รัฐบาลต้องสะดุดขาตัวเอง และพรรคเพื่อไทยก็อย่าโอดครวญว่าตั้งพรรคมากี่ครั้ง กี่พรรคก็ถูกยุบ แต่ต้องกลับไปดูพฤติกรรมของคนในพรรคว่า ได้ทำถูกต้องหรือผิดข้อกฎหมายอย่างไรจึงถูกยุบพรรค ทั้งหมดล้วนทำเป็นขบวนการเพื่อดิสเครดิตขององค์กรอิสระทั้งสิ้น

นายราเมศ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ขอให้จับตาดูวันที่ 12 มี..นี้ ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการตัดสินคดี เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทว่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งมี 2 ประเด็น คือ ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท มีข้อความขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และกระบวนการตรากฎหมายไม่ถูกต้อง ซึ่งศาลใช้เวลาพิจารณามาแล้วหลายเดือน ได้มีการไต่สวนพยานต่างๆ ทั้งพยานเอกสารและบุคคลอย่างละเอียด ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์ได้นำเสนอพยานหลักฐานครบถ้วน โดยพรรคยืนยันว่า เราเห็นด้วยกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมซึ่งทำมาแล้วตั้งแต่สมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เราเห็นว่าน่าจะใช้งบประมาณรายจ่ายตามปกติได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการกู้เงินจำนวนมหาศาล ซึ่งทำให้เสียวินัยการเงินการคลัง ที่สำคัญจะก่อหนี้สินเป็นภาระผูกพันในอนาคตและกระทบต่อหนี้สาธารณะสร้างความเสียหายต่อประเทศในภายหน้าอย่างคาดไม่ถึง

สุดท้ายขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะตัดสินออกมาเป็นเช่นไร ซึ่งพรรคพร้อมน้อมรับคำวินิจฉัย แต่อยากเรียกร้องถึงพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลว่า ไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาเช่นไร ก็ขอคำสัตย์ได้หรือไม่ว่า จะยอมรับคำวินิจฉัยของศาล อย่าปากว่าตาขยิบส่งสัญญาณให้กลุ่มคนเสื้อแดงมาข่มขู่คุกคามศาลรัฐธรรมนูญเช่นที่ผ่านมาอีก ซึ่งหากกฎหมายนี้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ขัดรัฐธรรมนูญคนที่ต้องรับผิดชอบคือ นายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้รับรองกฎหมายฉบับนี้ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ

"ราเมศ รัตนะเชวง'' ทีมกฎหมาย ปชป. ชี้ขบวนการดิสเครดิตองค์กรอิสระ ดักทางรัฐบาล ยอมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. 9 มี.ค. 2557 14:11 9 มี.ค. 2557 15:32 ไทยรัฐ