วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ซุกระเบิดในเก๋ง ลุยพุทธะ ดวลปืนกลางดึก

การ์ดจับได้ซ้อมน่วม-ส่งรพ. แฉเป้าเอ็ม79กะถล่มตึกชิน3 ระดมนปช.17จว.เหนือคึกคัก

2 คนร้ายลูบคม “พุทธอิสระ” ซิ่งเก๋งวีออสตะลุยเข้าศูนย์ราชการยิงเต็นท์เวทีแจ้งวัฒนะ แต่การ์ด กปปส. เจ๋งกว่าไล่กวดจับได้ 1 รอดไป 1 แถมพกระเบิดทำเองในรถอีก  1  ลูก  เคราะห์ดีไม่มีใครเป็นเหยื่อคมกระสุนปืน  แกนนำแจ้งวัฒนะเหน็บจะให้ปลอดภัยต้องไปชุมนุมที่ สป.กห.เมืองทองธานี ผบ.ตร.กำชับตั้งด่านสกัดกลุ่มสร้างสถานการณ์ สอบสวนป้ายแยกประเทศ “อิสสระ” ปัดสั่งจับ รปภ. “ยืม” ถ่วงน้ำบางปะกง ปชป. จวก “ปู” ห่วงภาพลักษณ์มากกว่าประชาชน กปปส.เดินหน้าจัดโปรแกรมถกปฏิรูป นปช.ตั้งโต๊ะรับสมัคร อปพช.คึกคัก นายกฯสั่ง รมต.โหมกระแสม็อบทำเศรษฐกิจพัง

ขณะที่เหตุยิงและปาระเบิดท่ามกลางการชุมนุมในเมืองหลวงรายวันยังไร้ความคืบหน้าหาผู้กระทำความผิดจับมือใครดมไม่ค่อยได้ ล่าสุดช่วงตีสองวันที่ 8 มี.ค. 2 คนร้าย ขับรถเก๋งโตโยต้าวีออสบุกยิงเต็นท์แกนนำ กปปส.แจ้งวัฒนะ แต่พลาดท่าถูกการ์ด กปปส.ไล่สกัดตะครุบตัวไว้ได้ 1 คน โดนรุมซ้อมอาการสาหัสยังให้การไม่ได้ ส่วนเอ็ม 79 ที่อาคารชินวัตร ตำรวจชี้ชัดเป้าหมายห่างม็อบ 500 เมตร

พบระเบิดในรถเก๋งของมือปืน

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 มี.ค. พ.ต.อ.กิตภัท เพ็งรุ่ง รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กตว.บก.สปพ. (EOD) เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เดินทางตรวจสอบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน สฎ 4578 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะขาเข้า หน้าปั๊มเชลล์ ใกล้ซอย 7 ทางเข้าเวทีศูนย์ราชการ ซึ่งเป็นรถที่คนร้ายขับเข้ามาก่อเหตุยิงปืนใส่เต็นท์แกนนำ กปปส.แจ้งวัฒนะด้านหลังเวทีปราศรัยเมื่อคืนที่ผ่านมา จากการตรวจค้นพบระเบิดแสวงเครื่องแบบขว้างทำขึ้นเอง 1 ลูกซ่อนอยู่ในคอนโซลหน้ารถ เจ้าหน้าที่อีโอดีนำออกมาตรวจสอบ และเก็บลายนิ้วมือไว้เป็นหลักฐาน

อ้างคนในรถยิงใส่เต็นท์แกนนำ

จากการตรวจสอบเอกสารในรถยนต์วีออสคันที่พบระเบิด พบเป็นรถของนายมารุต จันทร์นวล พนักงานขายของบริษัท แท็กซ์เคม แมคทีเรียล (ไทยแลนด์) จำกัด ทั้งนี้ ในการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พฐ.ได้เก็บรอยนิ้วมือภายในรถและด้านนอกไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบปากคำการ์ดทราบว่า ช่วงประมาณตี 2 คนร้าย 2 คน ขับรถเก๋งคันดังกล่าวเข้ามาในพื้นที่ชุมนุมแล้วขึ้นไปกลับรถบนสะพานยกระดับข้ามแยกทางเข้าศูนย์ราชการด้านหน้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ จากนั้นคนร้ายทั้ง 2 คนยิงปืนใส่เต็นท์ของแกนนำและการ์ดแล้วขับรถหนีแต่ถูกสกัดจับไว้ได้ 1 คน คือนายมารุตเจ้าของรถและถูกรุมทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสนำส่งรักษา รพ.มงกุฎวัฒนะ

เล็งย้ายม็อบอยู่อาคารกลาโหม

ขณะที่พุทธะอิสระเปิดเผยว่า คนร้าย 2 คนขับรถยนต์เข้ามาแล้วขึ้นไปกลับรถบนสะพานยกระดับข้ามแยกทางเข้าศูนย์ราชการด้านหน้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยคนร้ายทั้ง 2 คน ลงจากรถแล้ววิ่งหลบหนีเข้าไปปะปนกับผู้ชุมนุม 1 คนหลบหนีไปได้ แต่อีก 1 คน ถูกการ์ดจับได้และถูกผู้ชุมนุมรุมทำร้าย การ์ดต้องนำตัวส่ง รพ.มงกุฎวัฒนะ อย่างไร ก็ตาม ตนได้เตือนผู้ชุมนุมไม่ให้แตกตื่น หากเกิดเหตุ ฉุกเฉินให้อยู่ในที่ตั้ง อย่าลุกหรือเคลื่อนไหวไปไหนเพื่อความปลอดภัย สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยได้ดำเนินการอย่างเข้มงวด ไม่จำเป็นต้องปรับเพิ่มขึ้น แต่หากต้องการให้ปลอดภัยคงต้องย้ายไปชุมนุมภายในอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เจ้าของรถยันขับรถหลงเข้าม็อบ

ร.ต.อ.รักเกียรติ์ ปทุมวัลย์ พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า ขณะนี้ได้เก็บรอยนิ้วมือที่ปรากฏในรถคันที่ก่อเหตุและเทปพันสายไฟที่พันระเบิดเพื่อหารอยนิ้วมือและปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. 2 ปลอก และได้สอบพยานไปแล้ว 3 ปากและจะสอบพยานที่เห็นเหตุการเพิ่ม ส่วนนายมารุต จันทร์นวล ขณะนี้ยังให้การไม่ได้เพราะได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องรออีกระยะเพื่อที่จะสอบปากคำว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร ในขณะที่แนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่านายมารุต จันทร์นวล ได้กล่าวกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนว่า ขับรถออกจากงานเลี้ยงกับเพื่อนจะกลับบ้านที่ถนนสาย 345 พอมาถึงที่เกิดเหตุเห็นรถ จยย.ของทหารวิ่งด้านหน้าจึงขับตามเพื่อจะไปออกอีกทางแต่ออกไม่ได้ จึงขับรถย้อนกลับมาและถูกกลุ่มชายจำนวนหลายคนรุมทำร้ายจนบาดเจ็บแต่ยังพูดอะไรมากไม่ได้เพราะสาหัส ล่าสุดถูกนำส่งรักษาต่อที่ รพ.ศิริราช

“อดุลย์” ย้ำ ตร.สกัดมือที่สาม

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ ศปก.รส. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ชุมนุมโดยมีการประเมินว่า กลุ่มของผู้ชุมนุมมีการกดดันรัฐบาลด้วยชุดเคลื่อนที่เร็ว เป้าหมายธุรกิจชินวัตร เหตุแทรกซ้อนยังมีอยู่ กำชับในเรื่องการตั้งด่านตรวจโดยรอบพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์กลุ่มก่อความไม่สงบสร้างสถานการณ์ เน้นย้ำให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ยึดหลักมนุษยชน ถ้ามีบุคคลใดกระทำผิดกฎหมายในการชุมนุมให้ดำเนินคดีด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรมทุกฝ่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมดูแลความปลอดภัยเพื่อให้ประเทศกลับคืนสู่ความสงบโดยเร็วที่สุด การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองสามารถแสดงได้ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ถ้ามีการฝ่าฝืนกฎหมายตำรวจมีหน้าที่รักษากฎกติกาของบ้านเมืองกำหนด

สั่งสอบป้ายแยกประเทศ

พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้ประชุมติดตามสถานการณ์การชุมนุมที่ประชุมรายงานสถานการณ์ ทั้งเหตุยิงระเบิด M79 ที่อาคารชินวัตร 3 และอาวุธปืนไม่ทราบชนิดใส่ รพ.มงกุฎ–
วัฒนะ ซึ่งทั้ง 2 กรณีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ฝ่ายป้องกันปราบปรามและชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดเข้าเก็บพยานหลักฐานพร้อมดูความเชื่อมโยง ทั้งยังให้ ผบช.น.ปรับแผนจุดตรวจให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ส่วนของการตั้งด่านตรวจความมั่นคงสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 ราย อาวุธปืน 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน  ผบ.ตร.ยังสั่งการถึงกรณีการร้องทุกข์คดีติดแผ่นป้ายซึ่งมีข้อความที่อาจก่อให้เกิดความไม่สงบในราชอาณาจักรโดยให้กองบัญชาการที่รับผิดชอบคดีตั้งคณะกรรมการสอบสวนเป็นการเฉพาะให้รอง ผบช.น.ที่รับผิดชอบงานสอบสวนเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ในส่วนของ ตร. มอบ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. กำกับดูแลและวางแนวทางการสอบสวนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

ชี้เอ็ม 79 เล็งเป้าอาคารชินวัตร 3

พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิด บก.สปพ.บช.น.กล่าวว่า จากการตรวจสภาพระเบิดที่ใช้ยิงเข้ามาบริเวณอาคารชินวัตร 3 เป็นลูกระเบิดชนิดเอ็ม 79 เป้าหมายของคนร้ายเป็นตัวอาคารชินวัตร 3 ไม่ใช่กลุ่มผู้ชุมนุม เนื่องจากจุดตกอยู่ใกล้เคียงอาคารชินวัตร 3 ห่างจากกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 500 เมตร ซึ่งจะตรวจสอบที่มาของระเบิดและประสาน สพฐ.ตรวจหาแนววิถีกระสุน เชื่อว่าอยู่ในบริเวณซอยไม่ห่างจุดที่เกิดเหตุ ล่าสุดได้รับแจ้งพบระเบิดขว้างชนิดแสวงเครื่องในรถยนต์ฮุนไดที่จอดอยู่ที่ศาลปกครอง ซึ่งดัดแปลงใช้กับท่อพีวีซียังไม่ได้เปิดด้านในว่าเป็นระเบิดชนิดซีโฟร์หรือทีเอ็นที และการยิงระเบิดชนิดเอ็ม 79 ไปที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ

หมอประณามมือยิงโรงพยาบาล

พญ.ประชุมพร  บูรณ์เจริญ  ตัวแทนประชาคมสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีมีผู้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เข้าที่ชั้น 7 แผนกห้องผ่าตัด รพ.มงกุฎวัฒนะว่า เป็นการกระทำความรุนแรงที่แย่มาก แม้แต่สงครามระหว่างประเทศยังไม่มีการยิงหรือทำอันตรายกับโรงพยาบาล เพราะเป็นสถานที่รักษาผู้ป่วย แต่นี่ประเทศเดียวกันยังทำกันได้ ถือเป็นการกระทำที่ยอมรับไม่ได้เด็ดขาด เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขได้ประชุมหารือถึงเรื่องดังกล่าวแล้ว ในวันที่ 9 มี.ค.นี้ ทางเครือข่ายฯจะแถลงข่าวประณามการกระทำความรุนแรง ทั้งภายในกระทรวงสาธารณสุข และภายนอกกระทรวง

ติงใช่ รพ.เคลื่อนไหวการเมือง

นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า ตามที่มีการแสดงข้อคิดเห็นทางการเมืองของกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในรูปแบบต่างๆ ภายในบริเวณโรงพยาบาล และสถานพยาบาล ซึ่งทำให้มีกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขอีกกลุ่มหนึ่ง ตลอดจนมีประชาชนที่เป็นแนวร่วมด้านงานสาธารณสุข เช่น กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) หรือแม้กระทั่งสาธารณชน นัก วิชาการทั่วไปที่อยู่นอกวงสาธารณสุขออกมาคัดค้านการกระทำดังกล่าว ในฐานะ รมว.สาธารณสุขที่เรียนจบแพทยศาสตร์ รู้สึกไม่สบายใจและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องการเห็นการรักษาไว้ซึ่งจรรยาบรรณของวิชาชีพ ให้บริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพและเท่าเทียมกัน ดังนั้น จึงอยากขอให้ทุกคนเข้าใจว่า การแสดงออกถึงจุดยืนที่แตกต่างนั้นเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ตามระบอบประชาธิปไตย แต่ควรเคารพซึ่งสิทธิและเสรีภาพ การให้เกียรติซึ่งกันและกันตามหลักความมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขทุกคน

“อิสสระ” ปัดสั่งการ์ดจับคนถ่วงน้ำ

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่เวทีปราศรัย กปปส. สวนลุมพินี นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. กล่าวถึงกรณีที่ศาลจังหวัดฉะเชิงเทราออกหมายจับพร้อมพวก 5 คน ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพ จนได้รับอันตรายและบาดเจ็บสาหัส แก่นายยืม นิลหล้า อายุ 33 ปี รปภ.ที่ถูกคนร้ายรุมซ้อมถูกจับมัดแขนขาโยนแม่น้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ว่า เป็นไปได้หรือที่ตนจะต้องพาคนไปฆ่าคน ไม่มีเหตุผลอะไรไม่ทราบว่าจะทำไปทำไมในการสั่งฆ่าแค่ นปช.คนเดียว ที่ไม่ได้มีบทบาทอะไร หากพบแค่เอาขึ้นเวทีหรือผลักดันออกไปก็ได้ไม่ต้องฆ่ากัน ตนอายุขนาดนี้แล้วจะฆ่าคนทำไม เรื่องนี้อาจจะมีการพูดถึงชื่อตนที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้วและเชื่อว่าการออกหมายจับนี้ก็มีเรื่องการเมืองเกี่ยวข้อง ยืนยันความบริสุทธิ์หลังจากชุมนุมเสร็จจะมอบตัวต่อสู้คดีอย่างแน่นอน แต่สงสัยว่าตามกระบวนการต้องออกหมายเรียกก่อน กรณีนี้กลับออกหมายจับทันที

ศรส.จ่อลงดาบแกนนำ กปปส.

ต่อมาเวลา 11.50 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษในฐานะกรรมการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) แถลงผลประชุม ศรส.ว่า ศรส.ได้ร่วมกันพิจารณาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ได้เผยแพร่เมื่อวันที่ 5 มี.ค. พบว่ามิได้คุ้มครองแกนนำ กปปส. ซึ่งขณะนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ได้ถูกออกหมายจับในข้อหากบฏและแกนนำทั้ง 58 คน ถูกดำเนินคดีในคดีพิเศษข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ ซึ่งอยู่ระหว่างถูกออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทุกวันในบริเวณการชุมนุมและจุดที่ผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวไปปิดล้อมยิงระเบิดที่อาคารชินวัตร 3 การยิงปืนใส่ห้องผ่าตัดโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และเหตุร้ายอื่นๆ ศรส.มิได้นิ่งนอนใจ สั่งให้ตำรวจเข้าดำเนินคดีและจับกุมคนร้ายมาลงโทษโดยเร็วที่สุด แต่มีข้อจำกัดการบังคับใช้กฎหมายอันเป็นผลมาจากคำสั่ง 9 ข้อของศาลแพ่ง ฉะนั้นในวิกฤติเช่นนี้ขอแจ้งเตือนประชาชนให้งดเข้าร่วมการชุมนุม

งงไร้หมายจับม็อบใต้ขวาง ลต.

นายธาริตกล่าวว่า สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดต่อกฎหมายเลือกตั้งในหลายพื้นที่ มีข้อน่าสังเกตว่าในพื้นที่ที่มีการกระทำผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งศาลได้ออกหมายจับผู้กระทำผิดให้เกือบทุกพื้นที่ คงมีบางพื้นที่โดยเฉพาะภาคใต้ยังไม่ปรากฏว่ามีการออกหมายจับให้แต่อย่างใด ย้ำเตือนว่าโทษเกี่ยวกับการขัดขวางการเลือกตั้งเป็นความผิดอุกฉกรรจ์ มีโทษจำคุกและปรับ รวมถึงตัดสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี ศรส.จะติดตามและกำชับการดำเนินคดีกับแกนนำ กปปส. ที่ขัดขวางการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิดเพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ

ปชป.จวก “ปู” ไม่ห่วงประชาชน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีมือปืนใช้อาวุธสงครามลอบยิงถล่มผู้ชุมนุมที่เวทีแจ้งวัฒนะ และยิงเข้าใส่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะว่า สะท้อนให้เห็นว่าความรุนแรงยังเกิดขึ้นอย่าง ต่อเนื่องกับผู้ชุมนุมที่ต่อต้านรัฐบาล แต่ที่น่าตกใจคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กลับไม่มีความเป็นห่วงประชาชนกลับไปห่วงเรื่องภาพลักษณ์ของบังเกอร์ทหาร โดยไม่ใส่ใจเรื่องใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั้งการปาระเบิดและกราดยิง ทั้งนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าตั้งแต่มีการตั้งบังเกอร์ของทหารทั้ง 176 จุดทั่ว กทม. เหตุการณ์ความรุนแรงลดลงมากจึงแปลกใจว่านายกรัฐมนตรีไทยเป็นห่วงภาพลักษณ์มากกว่าความปลอดภัยของประชาชน แต่กลับไม่ดูต้นเหตุที่กระทบต่อการท่องเที่ยวจากที่รัฐบาลยังคงใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่สร้างความเสียหายมากกว่า

ชี้คำย่อ สปป.แยกดินแดนชัด

นายชวนนท์กล่าวอีกว่า กรณีการติดป้ายผ้าประกาศการแบ่งแยกดินแดนของแกนนำคนเสื้อแดงในพื้นที่ต่างๆโดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ปล่อยให้เกิดเหตุเช่นนี้ได้อย่างไรหรือไม่คิดถึงผลกระทบกับความมั่นคงของประเทศ ทั้งที่การแบ่งแยกดินแดนของแกนนำคนเสื้อแดงที่จะตั้ง สปป.ล้านนาเป็นเรื่องจริงที่เหิมเกริม เมื่อถูกทหารเอาจริงจึงมาเบี่ยงเบนประเด็นว่าย่อมาจาก “สมัชชาปกป้องประชาธิปไตยล้านนา” เป็นการโกหก เพราะตัวอักษรย่อที่แท้จริงของคำดังกล่าวคือ “สปล.” ขณะที่
สปป.ล้านนา คือสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนล้านนา แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับบอกว่าเป็นเรื่องของอารมณ์และความไม่ยุติธรรม ทั้งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์หมดความชอบธรรมในการเป็นนายกฯของประเทศไทยแล้ว โดยสิ้นเชิงทั้งการแบ่งแยกไม่ดูแลความปลอดภัยของประชาชน ทั้งไม่สนใจการแบ่งแยกดินแดน กลับให้ท้ายและแก้ต่างให้มวลชนของตัวเอง

แฉกลวิธีแดงคุกคามองค์กรอิสระ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้องค์กรอิสระกำลังพิจารณาคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่กระทำผิดกฎหมายในหลายคดี ทำให้เห็นปรากฏการณ์ที่ผิดปกติจากกลุ่มคนเสื้อแดงพยายามคุกคามการทำงานของศาลและองค์กรอิสระในหลายวิธี คือ 1.พยายามดิสเครดิตการทำงานขององค์กรอิสระ เช่น การกล่าวหา ป.ป.ช.ว่ายังไม่มีการโปรดเกล้าฯไม่สามารถทำหน้าที่ในการวินิจฉัยคำร้องต่างๆได้ ทั้งที่ความจริงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาได้วินิจฉัยชัดเจนแล้วเมื่อวันที่ 10 ก.ย.56 ว่า ป.ป.ช.ชุดนี้แต่งตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย 2.มีการข่มขู่คุกคามอย่างต่อเนื่อง เช่น กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ประกาศว่าจะใช้แผนนารีพิฆาตใช้อาวุธชีวภาพล่าตัวคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทุกคนในทุกๆที่ และ 3.ปล่อยให้ใช้ความรุนแรงในสถานที่ขององค์กรอิสระ ทั้งการขว้างระเบิดและยิงเข้าไปยังที่ทำการของศาลและองค์กรอิสระอย่างต่อเนื่อง

“ตั๊น” ปลุกพลังสตรีสู้คู่ กปปส.

เมื่อเวลา 11.45 น. กลุ่มสตรีของ กปปส. ที่ใช้ชื่อว่า “กลุ่มพลังสตรี ปกป้องแผ่นดิน” นำโดย น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ได้เคลื่อนขบวนออกจากสวน ลุมพินี ไปที่ประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน เพื่อทำกิจกรรมกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตน เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคม โดยนำพานเงิน พานทอง พร้อมธูปเทียนแพ มาสักการะ ก่อนนำมวลชนกล่าวคำปฏิญาณตนว่า มวลชนสตรีจะร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับมวลมหาประชาชน โดยไม่หวั่นเกรงภยันตราย และจะปกป้องรักษาแผ่นดินไม่ให้ถูกเหยียบย่ำหรือแบ่งแยก แม้แต่ตารางนิ้วเดียว จากนั้นได้ก้มลงกราบพื้นแผ่นดิน ก่อนที่จะเดินทางกลับสวนลุมพินี น.ส.จิตภัสร์กล่าวว่า เป็นการแสดงพลังให้โลกรู้ว่าผู้หญิงมีจิตใจที่กล้าหาญไม่แพ้ผู้ชายที่จะมาต่อสู้เพื่อไม่ให้ใครมาแบ่งแยกดินแดน ปกป้องผืนแผ่นดินไทย กอบกู้ศักดิ์ศรีของสตรีไทย ตลอดกว่า 2 ปี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายก– รัฐมนตรี ทำให้ประเทศชาติเสียหายเป็นสตรีที่ใจร้ายสั่งการให้ทำร้ายประชาชนจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตพวกเราจึงมาร่วมกันขับไล่รัฐบาลรักษาการ

กปปส.จัดโปรแกรมถกปฏิรูป

ที่เวที กปปส.สวนลุมพินี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. แถลงถึงการจัดเวทีปฏิรูปประเทศไทยของ กปปส.ว่า เวทีดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าร่วม ใช้ชื่อว่า “มวลมหาประชาชนเดินหน้าเปลี่ยนประเทศ” (Restart Thailand) 3 ขั้นตอนโดยสองขั้นตอนแรกจะดำเนินการโดย กปปส. คือ เวทีวิชาการระดมความรู้จนตกผลึกเป็นข้อเสนอทางวิชาการ และเวทีสมัชชาที่ประชาชนสามารถระดมความคิดจากทั่วประเทศ จากนั้นเมื่อสรุปเป็นข้อเสนอแนะแล้ว กปปส.จะเสนอต่อสภาประชาชนและรัฐบาลประชาชน ทั้งนี้เวทีวิชาการแบ่งออกเป็น 6 หัวข้อหลักโดยวันที่ 10 มี.ค.เรื่องแก้ความยากจนลดความเหลื่อมล้ำ วันที่ 12 มี.ค. เรื่องทุจริตคอร์รัปชัน วันที่ 14 มี.ค. เรื่องการกระจายอำนาจ วันที่ 17 มี.ค. เรื่องปรับโครงสร้างตำรวจ วันที่ 19 มี.ค. เรื่องการเลือกตั้งและพรรคการเมือง วันที่ 21 มี.ค. เรื่องระบบราชการและวันที่ 15-16 มี.ค. เป็นการรายงานให้ประชาชนรับทราบ ถึง 3 หัวข้อแรกบนเวทีใหญ่ที่สวนลุมพินี

ปัดส่ง “พงศา” ชิง ส.ว.ชุมพร

นายเอกนัฏกล่าวถึงกรณีที่นายพงศา ชูแนม หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ จ.ชุมพร ที่เคยขึ้นเวที กปปส. ลงรับสมัครเลือกตั้ง ส.ว.จ.ชุมพร ว่า เป็นสิทธิส่วนบุคคล ยืนยันว่าการลงสมัครดังกล่าวไม่ใช่เป็นเพราะ กปปส.พิจารณาส่งลงสมัคร แต่จุดยืนกปปส.นั้นยืนยันว่า เราไม่ได้ขัดขวางการเลือกตั้งแต่เราต้องการที่จะขจัดระบอบทักษิณเท่านั้น หากใครจะไปลงสมัครก็ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล

คปท.จี้สอบกลุ่มต้านองค์กรอิสระ

ที่เวทีสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) กล่าวถึงกรณีมีกลุ่มบุคคลลอบยิงและใช้อาวุธสงครามข่มขู่ศาลยุติธรรมและองค์กรอิสระต่างๆ ว่า เรื่องนี้ตำรวจต้องไปสืบว่าใครเป็นผู้กระทำ ควรเริ่มตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรม การแสดงออกทั้งการกระทำและคำพูดในการปฏิเสธกระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระ และไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจากการกระทำของผู้ก่อเหตุนี้แสดงให้เห็นว่า องค์กรอิสระได้ทำหน้าที่เที่ยงตรง มีความยุติธรรม และกระบวนการยุติธรรมยังมีประสิทธิภาพสังคมไทยยังพึ่งได้ จนทำให้กลุ่มคนเหล่านี้กลัวถูกชี้มูลความผิด จึงต้องตอบโต้กระบวนการยุติธรรมด้วยวิธีการดังกล่าว ส่วนกรณีที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยยื่นถอดถอนนายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 6 คนก็ให้แสดงออกให้เต็มที่ไม่ต้องไปขัดขวางเพราะประชาชนจะได้รู้เช่นเห็นชาติตระกูลของคนเหล่านี้เพื่อที่จะได้ปฏิรูปไม่ให้คนพวกนี้กลับเข้ามาอีก

จัดงานหาทุนช่วยเด็กกำพร้า

ที่เวทีครึ่งวงกลม หรืออาคารบันเทิง สวนลุมพินี คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยน แปลงประเทศ ไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จัดกิจกรรม art lane in the park เพื่อระดมทุนหาเงินเป็นทุนการศึกษาให้เด็กกำพร้าที่พ่อแม่เสียชีวิตจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองของ กปปส.โดยมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ ถนนคนเดิน ดนตรีในสวน การจำหน่ายสินค้าทั้งอาหารและเครื่องดื่ม เช่น หมวกชาวนาจาก จ.นครสวรรค์ กระปุกออมสินช่วยชาติเซรามิกจาก จ.ลำปาง เสื้อยืดสัญลักษณ์การชุมนุม และสินค้าโอทอปจากจังหวัดต่างๆ การแสดงดนตรีจากศิลปินดารา อาทิ วงออดี้ และโก้ มิสเตอร์แซ็กแมน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสอนศิลปะจากกลุ่มอาจารย์จากมหาวิทยาลัยศิลปากร รวมทั้งศิลปินดาราร่วมงาน เช่น อรนภา กฤษฎี หรือที่รู้จักกันในนาม ม้า อรนภา นักแสดง นางแบบ พิธีกร ช่างแต่งหน้า ผู้เชี่ยวชาญเรื่องบุคลิกภาพ และความงามของสตรี มาสอนศิลปะการแต่งหน้าด้วย โดยกิจกรรมนี้จะจัดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 13.00-22.00 น. จนกว่าจะระดมทุนช่วยเหลือตามที่ ตั้งเป้าหมายไว้ 20 ล้านบาท

แห่สมัครการ์ด อพปช.คึกคัก

ที่สนามทุ่งศรีเมือง เขตเทศบาลนครอุดรธานีมีประชาชนมาสมัครเป็นอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ (อพปช.) ตามที่นายขวัญชัย สาราคำ ประธานชมรมคนรักอุดร ประกาศให้คนที่สนใจมาสมัครเป็นการ์ดอาสาเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่เป็นอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติร่วมกับกลุ่ม นปช. โดยเปิดรับสมัครพร้อมกันวันเดียวกันนี้ทั่วประเทศ โดยมีเจ้าหน้าที่ชมรมคนรักอุดรกางเต็นท์ตั้งโต๊ะรับสมัคร ท่ามกลางสมาชิกชมรมคนรักอุดรทั้ง 20 อำเภอ ทั้งชายและหญิงมายื่นใบสมัครจำนวนมาก เช่นเดียวกับ จ.ขอนแก่น มีประชาชนมาสมัคร อพปช.ประจำจังหวัดขอนแก่นอย่างคึกคักบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น และที่หน้าจวนผู้ว่าฯสกลนคร นายสายัณห์ ธนเกียรติไพศาล แกนนำ นปช.สกลนครและคณะ เปิดเวทีรับสมัคร อพปช. มีผู้มาสมัครทั้งชายและหญิงจำนวนมาก

กปปส.หวิดปะทะเสื้อแดง

ที่ถนนทางเข้าศาลอุทธรณ์ภาค 3 หน้าอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 หน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา มีการตั้งโต๊ะเปิดรับสมัคร อพปช. และมีการตั้งเวทีเปิดการปราศรัยของแกนนำคนเสื้อแดง นปช.โคราช และกลุ่มการ์ดคนเสื้อแดงเครือข่าย นปช.ภาคอีสานโดยมีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือฉายาแรมโบ้อีสาน ประธาน อพปช.เดินทางมาเป็นประธานในการรับสมัครและให้กำลังใจ ขณะเดียวกันที่บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี กลุ่ม กปปส. นำโดยนายศุภผล เอี่ยมเมธาวี เลขาธิการ กปปส.นครราชสีมา ทำพิธีสาปแช่งผู้คิดแบ่งแยกแผ่นดิน แบ่งแยกประเทศ ก่อนเดินรณรงค์ไปตามถนนสายสำคัญ กระทั่งไปถึงจุดรับสมัคร อพปช.ของคนเสื้อแดงระยะห่างราว 100 เมตร ต่างฝ่ายต่างชี้หน้ากันเกือบหวิดปะทะกันก่อนกลุ่ม กปปส.จะเคลื่อนขบวนออกไป ส่วนที่ จ.หนองคาย มีการเปิดรับสมัคร อพปช.กันที่หน้าศาลหลักเมืองกันอย่างคึกคักเช่นกัน

เผาโลงศพ ผอ.รพ.เชียงราย

ที่หน้าสนามฝึกวิชาทหารเชียงราย ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย คนเสื้อแดงกลุ่มเชียงรายรักประชาธิปไตยนำโดย น.ส.จีรนันท์ จันทวงศ์ หรือดีเจบุ๋ม และนางเกษนีย์ ชื่นชม หรือเจ๊ดำ นำขบวนรถเก๋งและปิกอัพประมาณ 30 คัน ไปชุมนุมที่หน้าตึกศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลีนิคใน รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ เปิดการปราศรัยโจมตี นพ.สุทัศน์ ศรีวิลัย ผอ.รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ที่มีความคิดเห็นขัดแย้งกับรัฐบาล จากนั้นได้เผาหุ่นฟางของ นพ.สุทัศน์ ศรีวิลัย พร้อมโลงศพจำลองก่อนทั้งหมดเคลื่อนขบวนออกเดินทางไปชุมนุมเวที นปช.นัดเคลื่อนพลคนประชาธิปไตยครั้งที่ 2 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ จ.เชียงใหม่

นปช.ชุมนุมปราศรัยครั้งใหญ่

ช่วงเย็นวันเดียวกันที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติจังหวัดเชียงใหม่ กลุ่ม นปช.แดงทั้งแผ่นดิน จาก 17 จังหวัดภาคเหนือได้เคลื่อนพลจากจุดรวมพล 6 แห่งของอำเภอต่างๆมารวมตัวกันเพื่อฟังการปราศรัยของแกนนำ นปช. นำโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ นพ.เหวง โตจิราการ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และว่าที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยภาคเหนืออีกจำนวนหนึ่ง กระทั่งเวลา 16.30 น. นายจตุพรและนายณัฐวุฒิได้ขึ้นเวทีลั่นกลองชัยในการเปิดการปราศรัยครั้งใหญ่ ส่วนใหญ่กล่าวโจมตีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. องค์การอิสระ อย่างดุเดือดท่ามกลางเสียงปรบมือดังกึกก้องแน่นศูนย์ประชุม

“ปู” สั่ง รมต.แจงม็อบทำ ศก.พัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้รัฐมนตรีที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องทางด้านเศรษฐกิจ อาทิ กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวง อุตสาหกรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ออกมาชี้แจงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจจากการชุมนุมของ กปปส. หลังจากประเทศในยุโรป สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ออกมาประเมินเศรษฐกิจ การส่งออกของไทย รวมทั้งการทบทวนถอนการลงทุน ขณะเดียวกัน นายกฯได้ใช้เวลาช่วงวันหยุดพักผ่อนอยู่กับครอบครัวโดยไม่มีภารกิจใดๆ ส่วนที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี ไม่มีรัฐมนตรีคนใดเข้ามาทำงาน  การรักษาความปลอดภัยยังเป็นไปตามปกติ

ขมขื่นใจศาลไม่รับฟ้องม็อบ ม.68

นายนพดล ปัทมะ กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินไม่รับคำร้องที่มีผู้ยื่นตามมาตรา 68 กล่าวหาว่าการชุมนุมของ กปปส.ไม่เข้าข่ายล้มล้างการปกครองตามมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญ รู้สึกผิดหวังและเห็นว่าคำตัดสินมิชอบด้วยกฎหมาย และขัดกับสามัญสำนึกเป็นอย่างมาก ถ้าย้อนเวลาไปดูคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่าการลงมติของ ส.ส.-ส.ว.แก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติที่มีเอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญศาลตัดสินว่าขัดมาตรา 68 เพราะเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองโดยวิธีการที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญในทางตรงกันข้าม กปปส.ขัดขวางการเลือกตั้ง ยึดสถานที่ราชการ ปิดล้อมไม่ให้ข้าราชการทำงาน ไล่ล่านายกฯ บีบบังคับให้ลาออกเพื่อตั้งนายกฯคนกลางและสภาประชาชน ชัตดาวน์กรุงเทพฯ ใช้ความรุนแรง พบ อาวุธร้ายแรงระหว่างการชุมนุม ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ถ้าไปถามตำรวจที่ขาเกือบขาดเพราะถูกระเบิดจะทราบ  และการตัดสินของศาลยิ่งทำให้ คนที่มีใจเป็นธรรมรู้สึกผิดหวังไม่สบายใจ และขมขื่นใจ

“สุเทพ” ระบุศาลชี้ “ปู” สิ้นสภาพแน่

ต่อมาเวลา 20.25 น. ที่เวทีปราศรัย กปปส. สวนลุมพินี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะต้องถูกชี้มูลความผิดโครงการจำนำข้าว ที่พูดอย่างนี้เพราะมีความชัดเจนและพูดตามเนื้อผ้า อีกหน่อยศาลรัฐธรรมนูญอาจจะออกมาชี้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์หมดสภาพเป็นรักษาการนายกฯ และการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ต้องเป็นโมฆะก็พูดตามเนื้อผ้า แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ และลิ่วล้อสมุนบริวารทักษิณ ออกมาพูดจาทำนองว่าศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช.และ กกต.เข้าข้างพวกเรา นายสุรพงษ์พูดถึงขนาดว่าจะพูดให้ทูตานุทูตประเทศต่างๆเข้าใจว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม อะไรที่ไม่ได้ดั่งใจ มันตำหนิทันที ไม่ยุติธรรม 2 มาตรฐาน ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องมีองค์กรอิสระ เรื่องนี้เป็นประจักษ์พยานว่าจิตวิญญาณคนพวกนี้เป็นเผด็จการ บ้าอำนาจ ลุแก่อำนาจ คิดว่าคือเจ้าของประเทศ คือความถูกต้อง เราไม่มีทางเลือกอื่นต้องยืนหยัดต่อสู้ ไม่ว่ามันจะวิพากษ์วิจารณ์ตอบโต้เราอย่างไรขอให้มั่นใจบรรดาหมู่มารร้ายไม่มีทางชนะ ชัยชนะต้องเป็นของประชาชนแน่นอน

9 มี.ค. 2557 06:02 9 มี.ค. 2557 06:02 ไทยรัฐ