วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศรส.กำชับ ดำเนินคดี แกนนำกปปส.ขวางเลือกตั้ง

ศรส. กำชับ ดำเนินคดี แกนนำ กปปส. ที่ทำผิด ขัดขวางการเลือกตั้ง มารับโทษ ย้ำ คำวินิจฉัยของศาลรธน.เน้นปกป้องการชุมนุมโดยสงบของปชช. แต่ไม่รวมแกนนำทำผิดกฎหมาย

วันที่ 8 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการประชุม ศรส. ศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส. มีผลการประชุมสมควรแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบ ดังนี้

1. ศรส.ได้ร่วมกันพิจารณาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ได้เผยแพร่เมื่อวันที่ 5 มีนาคม2557 โดยได้วินิจฉัยเพิ่มเติมว่า การชุมนุมของประชาชนกลุ่ม กปปส. เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพโดยมีเหตุผล แต่ในส่วนการกระทำของแกนนำ กปปส. จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา หรือกฎหมายอื่นๆ ก็เป็นเรื่องที่ผู้ที่ต้องรับผิดชอบในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย

ดังนั้น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่วินิจฉัยเพิ่มเติมดังกล่าว จึงมิได้ คุ้มครองแกนนำ กปปส.อีกต่อไป  แกนนำคนใดไปร่วมกันกระทำผิดอย่างไร ก็จะต้องถูกดำเนินคดีเช่นนั้น ดังเช่น ขณะนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ก็ได้ถูกศาลอาญาออกหมายจับ ในข้อหากบฏ และแกนนำทั้ง 58 คน ก็ถูกดำเนินคดีในคดีพิเศษ ข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ และข้อหาฉกรรจ์อื่นๆ อีก ขณะนี้ อยู่ระหว่างถูกออกหมายเรียกมารับทราบ ข้อกล่าวหา  

นอกจากนั้น แกนนำ กปปส.อีกหลายคน ก็ถูกศาลออกหมายจับในข้อหาขัดขวางการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ และล่าสุด เมื่อวานนี้ นายอิสสระ สมชัย แกนนำคนสำคัญ กับพวกรวม 6 คน ก็ได้ถูกศาลออกหมายจับในข้อหาพยายามฆ่าฯ นายยืม นิลหล้า ประชาชนที่ไปนั่งพักผ่อนบริเวณสวนลุมพินี แล้วถูกการ์ด กปปส. จับตัวไปให้นายอิสสระ สอบสวน มีการรุมทำร้ายถึงสาหัส ปอดฉีก มีบาดแผลทั้งตัว แล้วจับมัดไว้ในเต็นท์การ์ด นานถึง 6 วัน แล้วนำตัวมัดมือ-ปิดตา ใส่รถยนต์นำไปทิ้งที่แม่น้ำบางปะกง เพื่อเป็นการฆาตกรรมอำพราง ซึ่งเป็นการกระทำที่มีความโหดเหี้ยมมาก แต่นายยืมได้รับการช่วยเหลือจากพลเมืองดีรอดชีวิตมาได้  เหตุร้ายแรงเช่นนี้ ได้เกิดขึ้นต่อเนื่องทุกวันในบริเวณการชุมนุม และที่กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวไปปิดล้อม ไม่ว่าจะเป็นชาย 3 คน ที่นั่งรถแท็กซี่ผ่านบริเวณสวนลุมพินี ก็ถูกยิงจนได้รับบาดเจ็บ โดยวิถีกระสุน มาจากภายในสวนลุมพินี การยิงลูกระเบิดที่อาคารชินวัตร 3 การยิงปืนเข้าใส่ห้องผ่าตัด โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ที่ถนนแจ้งวัฒนะ และเหตุร้ายอื่น ๆ เป็นต้น        

2. ศรส.มิได้นิ่งนอนใจต่อเหตุร้ายที่เกิดขึ้นดังกล่าว และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดำเนินคดีและติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษโดยเร็วที่สุด แต่ ศรส.และตำรวจก็มีข้อจำกัดในการบังคับใช้กฎหมายอย่างมากอันเป็นผลจากคำพิพากษาศาลแพ่งในข้อห้าม 9 ข้อ ดังที่ทราบกันทั่วไป ฉะนั้น ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ ศรส. จึงขอร้องและแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้งดเว้น อย่าเข้าร่วมการชุมนุม รวมถึงหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเข้าใกล้บริเวณพื้นที่ชุมนุมในยามค่ำคืนด้วย ทั้งนี้ เพื่อสวัสดิภาพในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน  

3. ศรส.ได้รับรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ วันที่ 8 มีนาคม 2557 ว่า ได้รับคดีที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง ดังนี้ 1) คดีขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 190 คดี แยกเป็นคดีที่ กปปส.ในกรุงเทพมหานครกระทำการขัดขวางการเลือกตั้ง 51 คดี  และคดีที่ กปปส.ในต่างจังหวัดกระทำการขัดขวางการเลือกตั้ง 139 คดี 2) คดีที่เจ้าหน้าที่ กกต. จงใจละทิ้งไม่จัดการเลือกตั้ง รวมทั้งสิ้น 176 คดี แยกเป็นคดีที่เกิดในกรุงเทพมหานคร จำนวน 65 คดี และคดีที่เกิดในต่างจังหวัดจำนวน 111 คดี รวมคดีที่เกี่ยวกับการกระทำผิดต่อ 83 คน ทั้งนี้เฉพาะเจ้าหน้าที่ กกต. จงใจละทิ้ง ไม่จัดการเลือกตั้งมีจำนวนถึง 1,543 คน

นอกจากนี้ ยังปรากฏว่า พนักงานสอบสวนของตำรวจนครบาล พนักงานสอบสวนของจังหวัดสตูล และจังหวัดพัทลุง ได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษ ในคดีขัดขวางการเลือกตั้งในเขตพื้นที่ 2 จังหวัด ซึ่งมีการร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.กลาง ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เกิดการขัดขวางการเลือกตั้ง และไม่ดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดต่อกฎหมายเลือกตั้งในหลายๆ พื้นที่ดังกล่าว มีข้อน่าสังเกตว่า ในพื้นที่ที่มีการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งนั้น ศาลได้ออกหมายจับผู้กระทำผิดให้เกือบทุกพื้นที่ คงมีเพียงบางพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณภาคใต้ ซึ่งยังไม่ปรากฏว่ามีการออกหมายจับให้แต่อย่างใด 

อนึ่ง ศรส.ขอย้ำเตือนว่า โทษที่เกี่ยวข้องกับการขัดขวางการเลือกตั้ง เป็นความผิดอุกฉกรรจ์ที่มีทั้งโทษจำคุกและปรับ รวมถึงการตัดสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี ตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ซึ่งศรส.จะติดตามและกำชับการดำเนินคดี กับแกนนำ กปปส. ที่ขัดขวางการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด เพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ และป้องปราม ไม่ให้มีการกระทำผิดซ้ำอีกในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้นี้ จึงประกาศมาเพื่อทราบทั่วกัน

ศรส.กำชับ ดำเนินคดี แกนนำ กปปส.ทำผิดกฎหมาย ขัดขวางการเลือกตั้งมารับโทษ ย้ำ คำวินิจฉัยของศาลรธน.เน้นปกป้องการชุมนุมโดยสงบของปชช. แต่ไม่รวมแกนนำทำผิดกฎหมาย 8 มี.ค. 2557 15:14 8 มี.ค. 2557 17:08 ไทยรัฐ