วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


จัดกระบวนทัพใหม่ "เซ็นทรัล กรุ๊ป" ถึงยุคผลัดใบสู่จิราธิวัฒน์รุ่นที่สาม

องค์กรธุรกิจทั่วโลกกำลังถึงยุคผลัดใบครั้งใหญ่ และเตรียมจัดกระบวนทัพใหม่ เพื่อปรับตัวให้ทันยุคทันสมัยรับความเปลี่ยนแปลง ของโลก โดยหนึ่งในความเคลื่อนไหวของการผลัดใบครั้งสำคัญที่น่าจับตามองคือ การปรับเปลี่ยนแม่ทัพใหม่ของกลุ่มธุรกิจ “เซ็นทรัล  กรุ๊ป” จากจิราธิวัฒน์รุ่นสองที่ครองอำนาจมาหลายทศวรรษไปสู่มือจิราธิวัฒน์รุ่นที่สามเต็มตัว ภายใต้การนำของ “ทศ  จิราธิวัฒน์” ประธานกรรมการบริหาร “เซ็นทรัล กรุ๊ป” วัย 49 ปี  และ “ยุวดี  จิราธิวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้า วัย 61 ปี

เข้ามารับตำแหน่งใหม่ งานหนักขึ้นไหม


ทศ : ช่วงนี้เป็นช่วงจัดระเบียบใหม่เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ก็เลยค่อนข้างยุ่งหน่อย เราเปลี่ยนทั้งประธานและบอร์ดบริหาร ซีอีโอก็ใหม่ คณะกรรมการบริหารก็ใหม่หมด วิธีการทำงานระหว่างกันก็เปลี่ยนด้วย บอร์ดบริหารชุดปัจจุบันมี 13 คน มีหน้าที่เลือกประธานกรรมการบริหาร เวลาโหวตต้องได้คะแนนเห็นชอบไม่ต่ำกว่า 75%


เรียกว่าถึงยุคผลัดใบครั้งใหญ่ของ “เซ็นทรัล กรุ๊ป” ใช่ไหมคะ

ทศ : เลือดเก่ายังอยู่ครบ แต่เปลี่ยนหน้าที่และบทบาททำงาน ถือเป็นครั้งแรกที่คนรุ่นอาไม่ได้อยู่ในบอร์ดบริหาร และมีแต่คนรุ่นหลานที่อยู่ในบอร์ดบริหาร โดย “พี่ยุ” อาวุโสสุดในชุดบริหารใหม่ แต่เนื่องจากเราเป็นครอบครัวใหญ่ แม้จะเป็นอากับหลาน แต่อายุไม่ห่างกันเยอะ “คุณอาสุทธิธรรม” กับ “พี่ยุ” อายุห่างกันแค่ 6 ปี ทำงานด้วยกันมา

ภายใต้การนำของซีอีโอเลือดใหม่ “เซ็นทรัล กรุ๊ป” จะเปลี่ยนโฉมไปทางไหน

ทศ : เราปรับตัวใหญ่ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้ว เปลี่ยนครั้งแรกตอนคุณพ่อ (สัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์) ยังมีชีวิตอยู่ ต่อมาเมื่อคุณพ่อจะเกษียณก็เปลี่ยนครั้งที่สอง ผมคิดว่าองค์กรใหญ่ๆต้องปรับตัวตลอดเวลา เพราะโลกเปลี่ยนไปเยอะคู่แข่งก็เปลี่ยน, สถานการณ์เปลี่ยน และคู่ค้าเปลี่ยน องค์กรไหนไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองก็จะล้าหลัง สิ่งที่จะเปลี่ยนชัดเจนในแง่องค์กรคือ จะชูคำว่า “เซ็นทรัล กรุ๊ป” มากขึ้น ผนึกกำลังกลุ่มเซ็นทรัลให้เป็นหนึ่งเดียว  สมัยคุณพ่อใช้คำว่า “เซ็นทรัล กรุ๊ป” เป็นตัวนำธุรกิจ แต่หลังจากคุณพ่อเกษียณ ก็แตกกลุ่มธุรกิจออกเป็น 5 กลุ่ม คือ กลุ่มธุรกิจค้าปลีก (CRC), กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (CPN), กลุ่มธุรกิจค้าส่ง (CMG), กลุ่มธุรกิจโรงแรม (CHR) และกลุ่มธุรกิจอาหาร (CRG) แล้วเน้นบริหารแบบดีเซ็นทรัลไลซ์กระจายอำนาจออกไป ต่างคนต่างเร่งขยายงานเพื่อแข่งกันโต แต่ข้อเสียคือ “เซ็นทรัล กรุ๊ป” ไม่มีตัวตนชัดเจน ไม่รู้ว่าพูดถึงใครในแง่บุคคล ตรงนี้ผมอยากเปลี่ยนให้รวมศูนย์ธุรกิจมากขึ้น ยิ่งเมื่อไปลงทุนต่างประเทศ การไปเป็นกรุ๊ปรวมกลุ่มกันเดินจะทำให้มีพลังขึ้น อนาคตข้างหน้า “เซ็นทรัล กรุ๊ป” จะบุกไปลงทุนในต่างประเทศอีกเยอะ ทั้งระดับอาเซียน และอินเตอร์เนชั่นแนล ส่วนในแง่โครงสร้างองค์กรก็จัดระเบียบใหม่ โดยแบ่งเป็น 8 กลุ่มธุรกิจคือ กลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้า, กลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค, กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง สินค้าตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้า, กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์เครื่องเขียน หนังสือ และออนไลน์, กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าและอสังหาฯ, กลุ่มธุรกิจบริหารและจัดการสินค้านำเข้า, กลุ่มธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต และกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร


ภายใน 5 ปีข้างหน้า “เซ็นทรัล กรุ๊ป” จะสยายปีกกว้างไกลเพียงใด

ทศ : ผมตั้งเป้าว่า 5 ปีข้างหน้า เราจะเติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 15% ปัจจุบันมียอดขายปีละ 270,000 ล้านบาท ในอดีตเราโตเยอะมาก โตกว่า 20% ทุกปี กระทั่งมีปัญหาการเมืองก็ลดเหลือ 7-8% ตอนหลังจังหวะเปลี่ยน เพราะรายได้ประชากรสูงขึ้น และต่างจังหวัดโตขึ้นเยอะ ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เรากลับมาโตกว่า 20% สำหรับก้าวต่อไปของ “เซ็นทรัล กรุ๊ป”เราจะเน้นการขยายธุรกิจไปต่างจังหวัดเยอะขึ้น ช่วง 5-10 ปีก่อน ธุรกิจหลักของเรา 85% อยู่ในกรุงเทพฯ ก็จะเปลี่ยนสัดส่วนเป็น 50-50 ขยายต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เรายังขยายธุรกิจไปเปิดห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศ โดยเริ่มที่จีนก่อน แล้วก็บุกตลาดในอิตาลี เปิดไปแล้ว 11 สาขา ส่วนที่เดนมาร์กเพิ่งซื้อกิจการห้างฯอิลลุม ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 120 ปี และเพื่อรองรับการเปิดเสรีเออีซีในปี 2558 ปีนี้จึงเป็นปีของการขยายตัวออกสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเต็มรูปแบบ โดยมีแผนจะเปิดห้างฯในมาเลเซีย, อินโดนีเซีย และเวียดนาม หลายปีมานี้ “เซ็นทรัล กรุ๊ป” เน้นการลงทุนใหม่ๆตลอด เราลงทุนปีละ 3-4 หมื่นล้านบาท และทุ่มงบหมื่นกว่าล้านไปกับโครงการเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ซึ่งจะเป็นภาพลักษณ์ของ “เซ็นทรัล กรุ๊ป”


“คุณทศ” เป็นซีอีโอสไตล์ไหน ได้ข่าวว่าดุมาก?!

ยุวดี : “คุณทศ” เป็นคนไอเดียเยอะ แอคทีฟมาก และพุชเยอะ เป็นคนคิดเร็ว วิสัยทัศน์ไกลมองไปข้างหน้าเยอะมาก “คุณทศ” จะตั้งทาร์เก็ต แล้วต้องทำให้ได้ตามนั้น จะไม่ลงรายละเอียด แต่ต้องมีผลงาน ทำให้ทุกคนตื่นตัวตลอดเวลา

อะไรทำให้ “เซ็นทรัล กรุ๊ป” เป็นธุรกิจครอบครัวที่ประสบความสำเร็จ ปัจจุบันยังมีระบบสืบทอดอำนาจในแฟมิลี่ไหม

ยุวดี : ตำแหน่งบริหารสำคัญๆก็วางตัวไว้หมดแล้วคะ โดยวัดกันจากความสามารถ

ทศ : ช่วงหลังๆเราบริหารธุรกิจแบบโปรเฟสชั่นแนลมากขึ้น มีผู้บริหารระดับสูงเป็นโปรเฟสชั่นแนลครึ่งๆเมื่อเทียบกับคนจิราธิวัฒน์ ในแง่ของการประเมินผลก็ใช้หลักการนี้ คือจะเป็นจิราธิวัฒน์หรือไม่ใช่จิราธิวัฒน์ ถ้าอยากได้รับการโปรโมตต้องพิสูจน์ฝีมือ ผมพยายามล้างโพลิติก ภายใน และไม่อยากให้ยึดติดกับระบบแฟมิลี่เกินไป ไม่งั้นกลายเป็นว่าใครเป็นลูกหลานใครก็จะช่วยผลักดันกันเอง แม้แต่ผมก็โปรโมตใครไม่ได้ ทุกอย่างขึ้นกับคณะ กรรมการและความสามารถ ผมให้ทุกคนทำแผนพัฒนาสายอาชีพ 10 ปี ให้เขียนเลยว่า ภายใน 10 ปีข้างหน้า อยากทำงานแบบไหน เติบโตเป็นอะไร ถ้าคุณเพอร์ฟอร์มจริงก็จะได้รับการ สนับสนุนให้ไปสู่เป้าหมาย แม้แต่ซีอีโอก็ต้องมี KPI ดัชนีวัดประสิทธิภาพ การทำงาน ธุรกิจ “เซ็นทรัล กรุ๊ป” วัดกันด้วยตัวเลขและยอดขาย ถ้าทำไม่ถึงเป้าก็ต้องพิจารณาตัวเอง!!


ธุรกิจค้าปลีกยุคนี้แข่งขันรุนแรงไหม อะไรทำให้ “เซ็นทรัล กรุ๊ป” เหนือกว่า

ทศ : การแข่งขันสูง แต่เป็นสิ่งที่ดี เพราะทำให้ตื่นตัวตลอด ในอินดัสทรีนี้เราไม่แพ้ใครในโลก และทั่วโลกต้องมาดูงานที่เมืองไทย ค้าปลีกเมืองไทยเป็นสิ่งแปลกที่สุดในโลก เราเก่งทั้งโมเดิร์นเทรด และตลาดสด

ยุวดี : จุดแข็งของเราอยู่ที่การวางแปลน ความต่อเนื่องของการเดินซื้อเดินช็อปสินค้า เรามีสินค้าให้เลือกครบ และยังมีสินค้าหลากหลายไม่เหมือนใคร เราทำทุกอย่างโดยคิดแทนลูกค้า เวลาเดินซื้อของ ลูกค้าอยากได้อะไร จะเดินซื้อของยังไง เราริเริ่มอะไรใหม่ๆเยอะตั้งแต่ยุคคุณพ่อก็เป็นคนแรกที่นำสินค้าต่างประเทศเข้ามาวางขายในเมืองไทย งานรีเทลไม่มีอะไรที่หยุดนิ่ง ต้องคิดสิ่งใหม่ตลอดเวลา

ทศ : ผมว่ามันอยู่ที่แพสชั่น ต้องชอบและรักในธุรกิจนี้มากๆ รีเทลเป็นเรื่องของดีเทล ถ้าคุณไม่มีแพสชั่นมันหลุดเลย พอเราเป็นแบบนี้ คนอื่นที่มาทำก็ต้องตื่นตัวด้วย ประเทศไหนไม่มีการแข่งขัน ธุรกิจก็ไม่โต


ได้รับเคล็ดวิชาบริหารธุรกิจค้าปลีกจากคุณพ่อเยอะไหม

ทศ : หลังเรียนจบปริญญาโท ด้านเอ็มบีเอ สาขาการเงินจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา ผมก็กลับมาทำงานที่เซ็นทรัลตอนนั้นอายุ 20 ต้นๆ สิ่งที่ได้เรียนรู้จากคุณพ่อคือ การได้เห็นคุณพ่อทำงานตั้งแต่เด็ก และรับฟังสิ่งที่คุณพ่อคิด คุณพ่อเลี้ยงน้องเหมือนเลี้ยงลูก น้องคนเล็กสุดยังเด็กกว่าผมอีก น้อง 25 คน และลูกอีก 10คน คุณพ่อจะไม่สอนตัวต่อตัว แต่จะสอนพร้อมกันทีเดียวทั้งน้องทั้งลูก 35 คน เวลาใครไปเรียนเมืองนอก คุณพ่อก็จะบินไปส่งทุกคน และเขียนจดหมายไปถามไถ่ผลการเรียนเหมือนกันหมด บางครั้งคุณพ่อยังดูแลน้องมากกว่าลูกตัวเอง เพราะท่านเป็นหัวหน้าครอบครัวจึงต้องยุติธรรมที่สุด คุณพ่อเป็นคนทันสมัย, คิดอะไรใหม่ๆตลอด, ทำงานหนักมาก และทำจริงเป็นคนประหยัดตั้งแต่ เด็ก ผมจำได้ว่า คุณพ่อขับแต่รถโฟล์กถึงน้องๆจะขับเบนซ์ท่านเสียสละมาก อยากให้ทุกคนรักและสามัคคีกัน ทุ่มเททำงานเต็มที่ใครขี้เกียจใครมั่วไม่ได้คุณพ่อเล่นงานหมด คุณพ่อจะจับทุกคนทำงานหลังเลิกเรียนต้องมาช่วยงานที่เซ็นทรัล ช่วยขายของ, เก็บเงิน และห่อของขวัญ ถ้าใครมาสายจะโดนจับตากแดด ผมโตมาในรุ่นสาขาสีลม ทุกปิดเทอมซัมเมอร์ก็ต้องมาทำงานที่เซ็นทรัล

ยุวดี : คุณพ่อจะให้ความสำคัญกับการรักษาสายสัมพันธ์กับคู่ค้ามาก คุณพ่อเรียนไม่สูงจบแค่พาณิชย์ แต่ชอบอ่านแมกกาซีนต่างประเทศ เพื่อนำมาปรับปรุงธุรกิจ คุณพ่อไม่ได้จบสถาปัตย์ แต่ก็รู้เรื่องการออกแบบอาคารดี และสามารถเจรจาธุรกิจการค้ากับฝรั่งสบายๆ พวกเราซึมซับสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่เด็ก รู้ว่าทุกคนมีหน้าที่ต้องช่วยงานที่บ้าน


เป็นซีอีโออายุน้อยในองค์กรที่ผู้บริหารอาวุโสเยอะ ปกครองยากไหม


ทศ : ผมทำงานตั้งแต่เด็ก คุณพ่อให้ผมเข้าไปอยู่ในบอร์ดบริหารตั้งแต่อายุ 28 ปี แรกๆอาจมีปัญหาช่องว่างระหว่างวัย แต่มันก็ค่อยๆลดน้อยลง จนตอนนี้ไม่มีแล้วครับ ผมทำงานยุคแรกกับเซ็นทรัลพัฒนาดูแลการออกแบบและบริหารก่อสร้างศูนย์การค้าหลายแห่ง ทั้งเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, บางนา, พระราม 3 และพัทยา จากนั้นก็บุกเบิกบิ๊กซีและมานั่งเป็นผู้บริหารคุมธุรกิจค้าปลีกทั้งหมด เรียกว่าผมแก่มาตั้งแต่เด็ก (หัวเราะ)

แบกภาระหนักอึ้งขนาดนี้ เติมพลังชาร์จแบตยังไงให้เครื่องแรง


ทศ : ตอนนี้พลังน้อยไปเยอะเลยครับ (หัวเราะ) แบตอ่อนไปครึ่งหนึ่งแล้ว เดี๋ยวนี้ถ้าไม่ออกกำลังกายเรียบร้อยเลย พอกลับไปตีเทนนิสก็ดีขึ้นเยอะ อย่างน้อยต้องออกกำลังกายอาทิตย์ละ 2-3 วัน ผมชอบอ่านแมกกาซีน และชอบเดินทาง จะคอยฟังคอยสังเกตทุกอย่างเพื่ออัพเดตเทรนด์ใหม่ๆตลอดเวลา

ยุวดี : เล่นพิลาทิสอาทิตย์ละ 2 ครั้ง จะบอกลูกน้องทุกคนว่าเราทำงานหนักต้องออกกำลังกาย ช่วงนี้ต้องเดินทางเยอะ เพราะเข้ามาคุมห้างสรรพสินค้าทั้งหมด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงป่วยไม่ได้ ต้องพยายามแข็งแรงไว้

“เซ็นทรัล กรุ๊ป” ในยุคผลัดใบสู่มือมังกรรุ่นที่สาม...ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!!

 

ทีมข่าวหน้าสตรี

องค์กรธุรกิจทั่วโลกกำลังถึงยุคผลัดใบครั้งใหญ่ และเตรียมจัดกระบวนทัพใหม่ เพื่อปรับตัวให้ทันยุคทันสมัยรับความเปลี่ยนแปลง ของโลก โดยหนึ่งในความเคลื่อนไหวของการผลัดใบครั้งสำคัญที่น่าจับตามองคือ การปรับเปลี่ยนแม่ทัพใหม่ของกลุ่มธุรกิจ “เซ็นทรัล กรุ๊ป”... 8 มี.ค. 2557 13:00 8 มี.ค. 2557 13:12 ไทยรัฐ