วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หัวใจที่ใกล้ตาย

เพิ่งผ่านเดือนแห่งเทศกาลความรักมาแล้วหมาดๆนะครับ แต่ในช่วงเดือนแห่งความรักของคนทั่วโลก ยังมีประเทศหนึ่งในโลกที่กำลังประสบกับปัญหาความเศร้าและความทุกข์ใจที่มากกว่าการไม่สมหวังในความรัก ไม่สมหวังในหน้าที่การงาน นั่นคือการสูญเสียชีวิตของประชาชนจำนวนไม่น้อยจากสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมือง

หลายคนมองว่าเป็นเรื่องของการช่วงชิงอำนาจกันในแต่ละฝ่าย ซึ่งจริงหรือไม่ คงต้องพิจารณาเหตุผลในหลายๆด้าน แต่ผมจะพูดถึงเรื่องความสูญเสียคนที่รักจนแทบหัวใจสลาย กับการใช้ความรุนแรงในสังคมที่แสดงให้เห็นว่า หัวจิตหัวใจของผู้กระทำเหล่านั้นเขาคิดอย่างไร หรืออะไรเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมและความคิดเหล่านั้น หลายคนมีความเจ็บแค้นใจ และถกเถียงกันว่าใครควรจะต้องรู้สึกเสียใจอย่างไรบ้าง มีการเรียกร้องสาดโคลนใส่กันไปมา เถียงกันไม่จบ

มีตัวอย่างคู่รักคู่หนึ่งซึ่งอาจจะเป็นตัวแทนของคู่รักหลายๆคู่ในสังคมปัจจุบัน ใช้ชีวิตบนพื้นฐานของความอยากมี อยากได้ อยากเป็น ตามกิเลสตัณหาของความเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อวันหนึ่งเกิดความไม่เข้าใจกัน ไม่พึงพอใจกันในบางเรื่อง  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก เรื่องน้อยหรือเรื่องใหญ่ก็ตาม และเลือกใช้วิธีการแก้ปัญหาด้วยอารมณ์ที่เริ่มจากการใช้สายตา คำพูดที่เยาะเย้ยถากถางและทวีความรุนแรงถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน จนฝ่ายที่อ่อนแอกว่าได้รับการบาดเจ็บจนเกือบต้องเสียชีวิต แต่เมื่อเรียกร้องหาความยุติธรรมจากสังคมและกระบวนการยุติธรรม บางคู่อาจไม่ได้รับการตอบสนองที่คู่ควรกับศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์มากพอ หลายสังคมก็ยังมองเป็นเรื่องเล็กน้อยและเป็นเรื่องส่วนตัว ราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่เด็กทะเลาะกัน...แม้ว่าการทะเลาะกันนั้นอาจจะต้องแลกด้วยชีวิตของอีกฝ่ายหนึ่งก็ตาม...นี่คือบทสะท้อนให้เห็นความหยาบของจิตใจคนในยุคของวัตถุนิยมและยุคของคนที่ไร้หิริโอตตัปปะ

...อะไรคือสาเหตุของจิตใจที่ขาดความละเอียดอ่อน อะไรคือสาเหตุของคนที่จิตใจเหมือนคนใกล้ตาย พัฒนาการทางความคิดของชีวิตที่ไร้หัวใจ

การเลี้ยงดูค่อนข้างเป็นเรื่องสำคัญ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการเลี้ยงดูที่ขาดการบ่มเพาะเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ทำให้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและความสามารถในการควบคุมตนเองลดลง และมักใช้อารมณ์เป็นเครื่องตัดสินความต้องการของตนเอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับพ่อแม่หรือผู้ปกครองที่เป็นคนดูแลเด็กเหล่านั้นทำตนเป็นแบบอย่าง หรือขาดการฝึกฝนควบคุมดูแลบุตรหลานที่ดี ก่อนที่บุตรหลานจะเติบโตมาสร้างปัญหาสังคมในที่สุด

สังคม สิ่งแวดล้อมมีบทบาทที่สำคัญมาก เนื่องจากการได้เห็น ได้สัมผัสทัศนคติของการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาของสังคมนั้นๆเมื่อซึมซับบ่อยๆ จะเกิดความเคยชินและมองว่าการปฏิบัติเหล่านั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับได้และเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆเขาก็กระทำกัน

ความเจ็บป่วยทางสุขภาพจิต เช่น เป็นโรคทางจิตเวชที่ทำให้ความสามารถในการควบคุมตนเองเสียไป โดยส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวและไม่ได้ตั้งใจ หรือพอรู้ตัว แต่ความสามารถในการคุมตนเองบกพร่องเนื่องจากความเจ็บป่วย ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ก็มีไม่น้อย แต่หากเทียบกับคนทั่วไปที่ใช้ความรุนแรง คนกลุ่มนี้จะพบได้น้อยกว่ามากซึ่งไม่ใช่กลุ่มปัญหาหลักเยียวยาหัวใจที่ใกล้ตายได้อย่างไร

โดยทั่วไปเราก็จะพบว่า คนที่เป็นแบบนี้ทำให้เป็นคนที่จิตใจแข็งกระด้าง  ขาดความเมตตากรุณาต่อผู้อื่น ซึ่งค่อนข้างแก้ไขยาก หากเจ้าตัวเองมีปัญหาทางด้านนิสัยที่นิยมการใช้ความรุนแรงมาตั้งแต่เด็กหรือวัยรุ่น เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ นิสัยใจคอจะฝังรากลึกมากจนหลายคนก็เกินเยียวยาเสียแล้ว

อย่างไรก็ตาม เราก็ยังคงสามารถที่จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาหรือช่วยขัดเกลาจิตใจบ้างในรายที่ยังพอมีหวัง โดยการฝึกให้มีสติ ใช้เหตุผล เป็นสิ่งที่ต้องคอยเตือนอยู่เสมอ หาวิธีการต่างๆมาคอยกระตุ้นหรือสะกิดตนเองให้รับรู้ว่าความคิด ณ เวลานี้เป็นอย่างไร ที่เคยทำอะไรไว้ในอดีต เช่นการควบคุมอารมณ์ที่ไม่ดีแล้วเกิดผลเสีย ถ้าไม่อยากให้เกิดอีก ก็ต้องฝึกฝนควบคุม

ฝึกควบคุมอารมณ์ การควบคุมอารมณ์อาจจะเป็นเรื่องยากขึ้นในรายที่มีปัญหามายาวนานและมีประวัติครอบครัวแบบเดียวกัน เนื่องจากต้องอาศัยคนใกล้คอยกระตุ้นและชี้ให้เห็นและเข้าใจถึงอารมณ์ที่แปรปรวนของคุณได้ อีกทั้งสามารถนำพาไปสู่กระบวนการบำบัดรักษาที่จำเป็นโดยผู้เชี่ยวชาญได้ต่อไป แต่ถ้าสามารถฝึกคุมความคิดได้บ่อยๆ การคุมอารมณ์มักจะดีขึ้นตามด้วย เหมือนไม่มีเชื้อไฟ ไฟก็สามารถจุดติดได้

มองโลกด้วยเหตุผลและบริหารสมองให้เกิดปัญญา เนื่องจากเป็นวิธีการที่สามารถฝึกฝนและปฏิบัติได้อย่างรวดเร็ว มีงานศึกษาวิจัยพบว่า การมองโลกในแง่มุมที่เป็นบวกจะส่งผลถึงความสุขสงบในชีวิต อีกทั้งช่วยให้เซลล์สมองมีการสร้างใหม่ทดแทนส่วนที่ตายไปตามวัยด้วย ซึ่งจะเกิดผลดีกว่าคนที่มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการคิดหรือสนับสนุนการใช้ความรุนแรงในสังคม

ปล่อยให้ตายไปพร้อมกับตัวคุณ ด้วยเวรกรรมที่ลงโทษคุณเอง ข้อนี้น่ากลัวพอสมควร แต่หากไม่ปรับปรุงแก้ไข ข้อนี้จะคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ จนคุณแทบจะไม่รู้ตัวเลยเนื่องจากมันเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของคุณเอง โดยส่งผ่านหรือใช้หัวใจหรือความคิดของคุณเป็นตัวทำร้ายตัวคุณเอง

“เราอาจจะต้องตายในไม่ช้าก็เร็ว จึงควรใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่” และปิดท้ายด้วยอีกประโยคเช่นกันนะครับ “หากเราดีใจ หรือสะใจกับความตายของผู้อื่น แสดงว่าส่วนในร่างกายของเรากำลังตายไปด้วย นั่นคือความเป็นมนุษย์” ...พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

ขอแสดงความเสียใจกับคนทั้งหลายที่ต้องสูญเสียหรือถูกกระทำจากความป่าเถื่อนของคนที่หัวใจไร้ความเมตตา และที่น่าเสียใจที่สุดคือคนที่มีหัวใจที่ไร้คุณธรรม แม้จะอยู่ในร่างที่ยังมีชีวิตอยู่ครับ.

นายแพทย์ กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล

8 มี.ค. 2557 11:18 ไทยรัฐ