วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"เพรียวพันธ์-สมยศ"เปิด ยึดทรัพย์ค้ายานรก ปิดตำนาน"แซ่หาญ"

“ปัญหายาเสพติดมีความรุนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะยาบ้ามีแพร่ระบาดมากที่สุด กลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากนอกประเทศ เข้ามาในพื้นที่ตอนในและ กทม. ทำให้สถานการณ์ยาเสพติดขยายตัวทั้งในภาพรวมและพื้นที่เป้าหมายสำคัญ ส่งผลต่อความมั่นคง ความปลอดภัยในวิถีชีวิตประชาชนทั่วไป ได้มีคำสั่งให้สืบสวนจับกุมเครือข่ายขบวนการค้าและลำเลียงยาเสพติด ขยายผลตรวจยึดทรัพย์สินของผู้บงการเบื้องหลังเพื่อดำเนินการกับผู้ที่มีส่วนสนับสนุนการค้ายาเสพติด”

“มอบให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.สุรพล ทวนทอง ผบช.ปส. ประสานข้อมูล พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านยาเสพติด ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ต่อเนื่องเพื่อจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้อง ปิดล้อมตรวจค้นแหล่งซุกซ่อนยาเสพติด ซึ่งได้เน้นกำชับให้ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้บังคับบัญชาต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษและกวดขันไม่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยเด็ดขาด ส่วนผู้ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ให้พิจารณาความดีความชอบเป็นลำดับแรก”

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. วิเคราะห์ให้เห็นถึงสถานการณ์แพร่ระบาดของยาเสพติดที่น่าเป็นห่วง

ต้องยอมรับว่าในช่วงที่บ้านเมืองที่มีการชุมนุมในพื้นที่ กทม. กำลังเจ้าหน้าที่ประจำด่านสกัดกั้นยาเสพติดหรือสถานีตำรวจต้องทำหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของกลุ่มผู้ชุมนุม เป็นช่องโหว่การสกัดกั้นการขนลำเลียงยาเสพติด

ภารกิจการสกัดกั้นยาเสพติดเป็นหน้าที่ของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.ท. สุรพล ทวนทอง ผบช.ปส. เป็นผู้กำหนดมาตรการจับกุม กดดันเครือข่ายยาเสพติด

ล่าสุด บช.ปส.ได้ตรวจยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ โดย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์  ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านยาเสพติด พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรพล ทวนทอง ผบช.ปส. และ พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง ผบก.ปส.3 บช.ปส. พล.ต.ต.ทนัย อภิชาตเสนีย์ ผบก.สกส.บช.ปส. สนธิกำลังตำรวจภาค 5 ทหารและฝ่ายปกครองเข้าตรวจค้นและยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ อ.สันทราย อ.ดอยสะเก็ด อ.เมือง จังหวัดเชียงใหม่

เป้าหมายยึดทรัพย์สินเครือข่ายชาวเขาเผ่าม้งมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มรับจ้างลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อยันลูกตระกูล “แซ่หาญ” ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เขตพื้นที่ อ.เมือง อ.สันทราย อ.แม่ริม อ.ดอยสะเก็ด

ทรัพย์สินที่ได้จากการรับจ้างขนลำเลียงยาเสพติดได้นำเงินซื้อบ้านหลายหลัง อสังหาริมทรัพย์ รถยนต์หลายคันเพื่อใช้ในการขนลำเลียงยาเสพติด และเปิดร้านประกอบธุรกิจบังหน้าหลายแห่งอยู่ในหลายจังหวัด ทั้งที่  จ.เชียง-ใหม่ จ.แพร่ และ จ.ประจวบคีรีขันธ์

มีเครือญาติรุ่นลูกหลานทั้งตระกูลกว่า 20 คน ปัจจุบันมีแกนหลักสำคัญ คือ นายพิสิฐ แซ่หาญ นายปัญญา ทรงประสิทธิผล นายโก๊ะ หาญสถาวงศ์ หรือแซ่ว้า และนายสวัสดี อัศววิทยภิญโญ

ซึ่งคดีนี้ บช.ปส.สืบสวนจนได้ข้อมูลชัดเจนในการเคลื่อนไหวขนลำเลียงยาเสพติดของกลุ่มดังกล่าว ได้สกัดจับนายปัญญา ทรงประสิทธิผล อายุ 39 ปี นายโก๊ะ หาญสถาวงศ์ อายุ 30 ปี นายสวัสดี อัศววิทยภิญโญ อายุ 28 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 610,000 เม็ด รถกระบะ 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่องได้ที่บริเวณหน่วยบริการประชาชน ตำรวจทางหลวงวัดโบสถ์ กม.ที่ 237 ทางหลวงสายพิษณุโลก–อุตรดิตถ์ ต.บ้านป่า  อ.วัดโบสถ์  จ.พิษณุโลก  แต่นายพิสิฐ แซ่หาญ แกนนำของกลุ่มหลบหนีไปได้

เป็นเครือข่ายขนลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ให้กลุ่มนายทุนยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า ด้านจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งมอบให้ลูกค้าในพื้นที่ กทม.ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ได้ติดตามสืบสวนการเคลื่อนไหวการไหลเวียนของบัญชีเงินฝากทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น
ผิดปกติ

บช.ปส.สืบสวนพฤติการณ์นานกว่า 2 ปี ตั้งแต่สมัย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เป็น ผบ.ตร. ได้ติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มเครือข่าย แต่หลุดรอดการจับกุมมาได้โดยตลอด จนได้ข้อมูลเครือญาติที่เกี่ยวข้อง ทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด รอการจับกุมพร้อมของกลาง เนื่องจากมีการสลับเปลี่ยนรถยนต์หลายคันที่ใช้ดัดแปลงช่องลับ จัดทีมลำเลียงซึ่งเป็นเครือญาติขนลำเลียงยาเสพติด

ทันทีที่จับกุมผู้ต้องหา บช.ปส.ได้กำหนดเป้าหมายตรวจยึดทรัพย์สิน “ตระกูลแซ่หาญ” ได้บ้านและอาคารพาณิชย์ 21 หลัง รถยนต์ 7 คัน และรถ จยย.4 คัน รวมมูลค่าทรัพย์ 100 ล้านบาท

ถือเป็นผลงานต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะ บช.ปส.ที่ใช้ความพยายามในการสืบสวนจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่

แม้จะมีสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมือง มีกำลังพลบางส่วนที่ได้รับมอบหมายภารกิจในด้านความมั่นคงประเทศ ยังมีผลงานปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง จับกุมผู้ขนลำเลียงยาเสพติดมากกว่า 125 ราย ผู้ต้องหา 348 คน ยึดของกลางยาบ้าได้กว่า 70 ล้านเม็ด ไอซ์ 774 กิโลกรัม เฮโรอีน 498 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 8,354,477,800 บาท

ตามนโยบาย พล.ต.อ.อดุลย์ ตัดรากถอนโคนขบวนการค้ายาเสพติดทั้งรายใหญ่รายย่อย

แม้จะต้องรับหน้าที่หนักในเรื่องการชุมนุม แต่ไม่ได้มองข้ามปัญหาใหญ่ยิ่งของสังคม เพราะหน้าที่หลักของตำรวจ  คือ  การลดจำนวนคดีอาชญากรรมและปราบปรามยาเสพติด

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า “นโยบายของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กำชับในการจับกุมยาเสพติดทุกคดีให้ทำการขยายผลให้ได้เครือข่ายหรือขบวนการค้ายาเสพติดให้ได้มากที่สุดและดำเนินการตรวจยึดทรัพย์สิน สำหรับคดีนี้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ที่ปรึกษาด้านยาเสพติดของนายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ พล.ต.ต.ภาณุเดช ผบก.ปส.3 บช.ปส.ติดตามเครือข่ายมานานกว่า 2 ปี จนทราบเครือข่ายและทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดเป็นจำนวนมาก แต่ยังจับกุมไม่ได้

เนื่องจากกลุ่มได้ใช้เครือญาติและรถขนลำเลียงยาเสพติดหลายคัน ทำให้หลุดรอดการตรวจค้นจับกุม จนล่าสุดได้มีการจับกุมพร้อมของกลางยาเสพติด ได้มีการขยายผลตรวจยึดรถและอสังหาริมทรัพย์มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ยาเสพติดที่มีความรุนแรงและมีการเปลี่ยนเส้นทางลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่ มาใช้เส้นทางลำเลียงในพื้นที่ภาคอีสานเพื่อหลบเลี่ยงด่านเข้มแข็ง มีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเข้าพื้นที่ตอนในและกรุงเทพฯ”

“เนื่องจากกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนใหญ่ต้องมาทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในช่วงการชุมนุมที่ต่อเนื่อง ทำให้จุดตรวจอ่อนกำลังลง ในการสืบสวนพบว่ามียาเสพติดจำนวนมากหลุดรอดการจับกุมลำเลียงเข้ามาจำหน่ายในประเทศ ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผวจ.เชียงใหม่ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่  ชุดคุ้มครองหมู่บ้าน 20,000 คน เข้ามาเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจค้นยาเสพติดและด่านสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ โดยให้ผู้เชี่ยวชาญของ บช.ปส.ฝึกอบรมการตรวจค้นยาเสพติด กฎหมายยาเสพติดและอำนาจ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการสนธิกำลังตำรวจฝ่ายปกครองในการสกัดกั้นยาเสพติด”

พล.ต.ท.สุรพล ทวนทอง ผบช.ปส. ย้ำอีกว่า “สิ่งที่ บช.ปส.ได้ดำเนินการต่อไปคือการตรวจสอบบัญชีเงินฝากและข้อมูลการใช้โทรศัพท์เครือข่ายญาติหาความเชื่อมโยงได้ให้ผู้จ้างหรือบงการให้ขนลำเลียงยาเสพติด  ยังขยายผลไม่ได้ว่าเงินทั้งหมดโอนมาจากใคร ซึ่งเป็นคนที่ว่าจ้าง หรือเครือข่ายผู้ที่รับยาเสพติดจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย จากการสอบสวนผู้ต้องหาได้รับจ้างลำเลียงยาเสพติดจากกลุ่มผู้จ้างหลายกลุ่ม ซึ่งได้สั่งให้ขยายผลผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง”

จะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา บช.ปส.ได้ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเครือข่ายยาเสพติด ซึ่งมีส่วนทำให้การสกัดกั้นจับกุมยาเสพติดรายใหญ่จำนวนมากจากแหล่งผลิตทางเหนือของประเทศ ซึ่งเป็นชาวเขาที่กลายเป็นพาหนะสำคัญ ทำให้วงจรค้ายาเสพติดครบถ้วน ยากที่สาวไปให้ถึงผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง

เป็นภารกิจสำคัญของทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องต้องรีบดำเนินการ...


ทีมข่าวอาชญากรรม

8 มี.ค. 2557 11:06 ไทยรัฐ