วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วัฒนธรรมเผ่าไต

โดย บาราย

ศาสตราจารย์ต้วน ลี เซิง เขียนไว้ใน หนังสือประวัติศาสตร์ไทย ในสายตาชาวจีน (พิราบสำนักพิมพ์) ชนเผ่าจ้วง ในกวางสีของจีน ชนเผ่าไต ในสิบสองจุไท สิบสองพันนา และชนเผ่าไทย (ลาว ไทยใหญ่ ไทยน้อย) นอกจากมีความคล้ายคลึงกันด้านภาษา ยังมีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกันอีก หลายอย่าง

ความคล้ายคลึงข้อแรก การสักลายตามตัว ใช้เข็มสักเป็นลาย แล้วทาด้วยน้ำมันพืช เมื่อแผลหายก็จะปรากฏเป็นลายต่างๆอยู่ตามตัว

ประเพณีการสักตามตัวเริ่มมีตั้งแต่สมัยพวกไป่เอี่ย (ไป๋เย่ว์) ที่อยู่ตามริมน้ำ สักลายไว้เพื่อเวลาลงน้ำทำให้พวกงูหรือสัตว์น้ำเห็นว่าเป็นพวกเดียวกัน ไม่ทำร้ายกัน

ต่อมา เป็นการสักลายเพื่อการตกแต่ง คนที่สักลายที่หน้าผาก เรียกว่า เตียวถี สักที่ใบหน้า เรียกว่า ซิ่วเมี้ยนหมาน (ฝึกใบหน้า) สักลายที่ขา เรียกว่า ซิ่วเจี่ยวหมาน (ปีกขา) สักลายที่ท้อง เรียกว่า ฮัวตู้ฟาน (ท้องมีลาย)

พวกสักตามตัว ได้ชื่อว่าผู้กล้า ถ้าไม่สักลายตามตัว จะถูกหาว่าเป็นพวกผู้หญิง

พวกจ้วงในมณฑลกวางสี มีอีกชื่อว่า จ้ง เจี่ย ก็คือพวกสักใบหน้า

ความคล้ายคลึงข้อที่สอง...พวกจ้วง ไต และไทย นิยมอยู่ในบ้านเรือนแบบยกพื้น

บ้านเรือนแบบยกพื้นและไม่ยกพื้นเป็นวัฒนธรรมสองลักษณะของชนชาติทางเหนือและทางใต้ของพวกหนานเวี่ย (เวี่ยทางใต้) พวกนี้สร้างบ้านอยู่บนต้นไม้ แต่ชนชาติทางเหนืออาศัยอยู่ในถ้ำ เพื่อป้องกันความร้อนหนาว

ชนชาติทางใต้พัฒนาที่อยู่บนต้นไม้มาเป็นการปลูกเรือนแบบยกพื้น ปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศร้อนและชื้นแฉะของทางใต้

ขณะพวกทางเหนือพัฒนาจากการอยู่ในถ้ำ ออกมาเป็นการปลูกเรือนอยู่บนดินเพื่อกันแดดกันหนาว

หนังสือกุยไห่อี้เห็นจื้อ (ตำรากวางสี) บันทึกว่า พวกจ้วงอาศัยอยู่บนบ้านเรือนสองชั้น มุงด้วยหญ้า หนังสือเยียนเจียวจี้ เหวิน (เรื่องในเขตร้อน) บันทึกว่า บ้านเรือนพวกจ้วงมุงด้วยหญ้า ไม่ทาสี ปูพื้นด้วยไม้ ชั้นบนเป็นที่อยู่ของคน ส่วนล่างใช้สำหรับเลี้ยงสัตว์

อาจารย์ต้วน ลี เซิง บอกว่า น่าเสียดาย ที่บ้านเรือนแบบนี้ปัจจุบันหาดูได้ยากในมณฑลกวางสี เพราะพวกจ้วงได้ผสมผสานกับพวกเผ่าฮั่นซึ่งมีมากกว่า บ้านเรือนของพวกจ้วงจึงไม่แตกต่างจากพวกฮั่น

ความคล้ายคลึงข้อสาม พวกจ้วงกับเผ่าไต เป็นชนเผ่าที่คิดประดิษฐ์และใช้กลองมโหระทึก เมื่อกว่า 2 พันปีที่แล้ว มโหระทึกที่ขุดค้นได้และใหญ่ที่สุด เส้นผ่าศูนย์กลางยาว 3 เมตร ทำด้วยทองเหลือง ด้านข้างแกะสลักเป็นรูปหนอน รูปปลา รูปดอกไม้ และพวกต้นหญ้า ด้วยฝีมือประณีต

กลองมโหระทึกที่พบในกวางสีคล้ายกันมากกับที่พบในสิบสองพันนา ทั้งทางรูปลักษณะและลวดลาย ด้านบนเป็นรูปดวงอาทิตย์มีรัศมีออกมารอบด้าน ขอบด้านบนทำลวดลายเป็นตัวกบ มีตั้งแต่ 4 ตัว 6 ตัว ถึง 8 ตัว

ด้านบนมโหระทึกมีลวดลายเป็นรูปสัตว์ เช่น นก มีรูปเมฆ ท้องฟ้า ลายฟ้าแลบ ลายเสือ

มโหระทึก มีวิธีการใช้หลายอย่าง ใช้เป็นเครื่องดนตรีในทางทหาร ใช้ในพิธีไหว้เทพยดา และใช้เป็นเครื่องแสดงอำนาจ และความร่ำรวย

ความคล้ายคลึงข้อสี่ พวกจ้วง ไต แต่งกายคล้ายกัน ลักษณะเสื้อผ้าตัดแบบใช้สวมศีรษะ ไม่มีกระดุม

หนังสือไถ ฮั้ว หู่ จื้อ (ตำราจังหวัดไคฮั้ว) พูดถึงสาขาหนึ่งของพวกจ้วงว่า อาศัยอยู่บริเวณหุบเขา ใช้ควายไถนา ผู้ชายสวมเสื้อแบบแขนใหญ่ ไว้ผมยาว เกล้าผมมวย ส่วนผู้หญิง เอาเส้นผ้า 5 สี มาทอเป็นเสื้อใส่แบบสวมหัว

ฝีมือการทอผ้าห้าสีถึงวันนี้ยังเป็นลักษณะเฉพาะตัวของผู้หญิงจ้วง เสื้อผ้าผู้หญิงจ้วงวันนี้ ไม่มีสาบคอ ยังคงลักษณะแบบโบราณ

เป็นที่ยอมรับในปัจจุบัน พวกจ้วงกับชนเผ่าไต มาจากเชื้อสายเดียวกัน แต่เวลาผ่านไปหลายพันปี จึงมีการแยกออกเป็นชนเผ่าต่างๆ มีลักษณะเฉพาะของชนเผ่านั้นๆ

คนไตในสิบสองพันนา นับถือพุทธศาสนานิกายหินยาน พวกจ้วงในกวางสี เชื่อเทวดา ต้นไม้ แม่น้ำ ดิน และหลุมฝังศพ หลังสมัยราชวงศ์ถัง ลัทธิเต๋าเผยแผ่เข้าไปถึง ต่อมาฝรั่งก็เข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์

ประเพณีฉลองวันตรุษสงกรานต์ วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา เผยแผ่เข้ามาพร้อมพุทธศาสนา ฉะนั้นจึงมีความคล้ายคลึงกับของไทย ขณะที่พวกจ้วงในกวางสีไม่มีเทศกาลเหล่านี้

เทศกาลพวกจ้วงส่วนมากเหมือนพวกเผ่าฮั่น เช่น เทศกาลไหว้ผี ในวันที่ 15 เดือนที่ 7 เทศกาลเรียกขวัญควาย เริ่มหลังไถนา ชาวบ้านจะเอาข้าวเหนียว 5 สีหนึ่งกระติ๊บ หญ้าสด 1 กำไปให้ควายกิน

พิธีแต่งงาน และพิธีศพ พวกจ้วงแตกต่างจากพวกไต พวกจ้วงแต่งงานเจ้าสาวจะไม่ไปอยู่บ้านสามี วันแต่งงานหญิงสาวกว่าสิบคนนำเจ้าสาวไปบ้านเจ้าบ่าว อยู่บ้านเจ้าบ่าวคืนเดียว แล้วกลับไปอยู่บ้านตัวเอง

ถึงวันเทศกาล วันตรุษ หรือฤดูหน้างาน  เจ้าสาวจึงจะกลับไปช่วยงานที่บ้านสามี.

บาราย

8 มี.ค. 2557 09:25 8 มี.ค. 2557 09:25 ไทยรัฐ